แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: [1] 2 3
1
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

2
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

3


สำหรับสาว ๆ สายบิวตี้ทั้งหลาย ที่สนใจในการดูแลตัวเองเป็นอย่างมาก ใช้ครีมเพื่อการดูแลและบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ตื่นนอน ไปจนถึงก่อนเข้านอน ซึ่งก็กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่จะขาดไม่ได้ แต่ทุก ๆ ท่าน เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ครีมที่เราทาที่เราให้กันอยู่ทุกวันอย่าง day cream กับ night cream นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และทั้ง 2 อย่างสามารถใช้แทนกันได้หรือเปล่า ในวันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนที่สงสัยกันอยู่ค่ะ
เริ่มจาก Day Cream กันก่อนเลยค่ะ ซึ่งชื่อของมันก็บอกกันอยู่แล้วว่า มันเป็นครีมบำรุงผิวสำหรับใช้ทาในเวลากลางวันซึ่งใน Day Cream นั้นจึงมักมีส่วนผสมของสารกันแดด เพื่อปกป้องผิวหน้าของท่าน จากแสงแดดระหว่างวัน เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหลาย ๆ คนก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงแดด นั้นคือตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวของเรา ดังนั้นใน Day Cream นอกจากจะมีสารบำรุงผิวแล้ว ก็ยังมีส่วนประกอบของสารกันแดด เพื่อช่วยคุ้มกันผิวของท่านจากรังสี UV และยังมีอีกหลายท่านที่ยังมีความเข้าใจแบบผิด ๆ ว่า ทำงานในตึก ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ทำงานกลางแจ้ง จึงไม่จำเป็นต้องใช้ครีมที่มีความสามารถในการคุ้มกันแสง UV บอกไว้ตรงนี้เลยว่าแสงจากไฟนีออน ก็มีรังสี UV ชนิดเดียวกับในแสงแดด ถึงแม้ว่าระดับความรุนแรงของ UV จากแสงนีออนจะไม่มากเท่า UV โดยตรงจากดวงอาทิตย์ก็ตาม แต่ก็สามารถส่งผลเสียต่อผิวพรรณของท่าน ได้ในระยะยาวเช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่ากิจวัตรประจำวันของท่านจะอยู่ที่ใดก็ตาม ก็คงหลีกเลี่ยงรังสี UV ไม่พ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม คำตอบที่ดีที่สุดคือให้ Day Cream ป้องกันอันตรายจากรังสี UV ไปพร้อมๆ กับการดูแล และบำรุงผิวพรรณของคุณจะเป็นการดีที่สุด
ส่วนของ night cream ครีมกลางคืน เป็นครีมบำรุงผิวยามค่ำคืน จึงไม่มีส่วนผสมสารกันแดด โดยมากจะเน้นไปที่การบำรุงและฟื้นฟูผิวในตอนกลางคืน ป้องกันริ้วรอยจากความแห้งกร้าน  ควบคู่ไปกับการกักเก็บน้ำใต้ผิวเพื่อคงความเนียนนุ่มชุ่มชื่นของผิวหน้า ครีมกลางคืน จึงมีการเติมสารที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวมากเป็นพิเศษ จะสังเกตุได้ว่า เนื้อสัมผัสของครีมกลางคืน จะมีความเข้มข้น และมีความข้นเหนียวมากกว่า Day Cream
ด้วยคุณสมบัติของครีมทั้ง 2 ชนิดที่กล่าวมา ก็คงจะเป็นคำตอบให้ทุก ๆ ท่านได้ทราบถึงข้อแตกต่างของครีมทั้ง 2 ชนิด และเลือกใช้ครีมได้อย่างเหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้ผิวของท่านได้รับการปกป้องและดูแลอย่างเหมาะสม และถูกวิธีที่สุด
สั่งซื้อสินค้าหรือดูสินค้าอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นะคะ
https://www.lancome.co.th/th/blanc-expert-nuit-firmness-restoring-whitening-night-cream-lc-f5568700.htmll
https://www.lancome.co.th

4


cleansing water คืออะไร?
cleansing water คือตัวช่วยที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาด สิ่งสกปรกจากเครื่องสำอาง ฝุ่นละออง ที่เกาะอยู่บนผิวหน้าของเรา ซึ่งส่วนประกอบหลัก ๆ ของ cleansing water ก็คือน้ำ และสารชำระล้าง (surfactant) ในแต่ละแบรนด์ก็อาจจะใส่ สารสกัด และวิตามิน สารให้ความชุ่มชื้นต่าง ๆ เพื่อให้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป เช่น คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย เป็นสูตรที่อ่อนโยนเหมาะกับผิวที่แพ้ง่าย แต่รวม  ๆ แล้วต้องทำออกมาให้เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่าง

มาทำความรู้จักกันสักหน่อยว่า Surfactant คืออะไร?
Surfactant นั่นก็คือสารชำระล้างที่มีหน้าที่ในการทำความสะอาดสิ่งสกปรก คราบมัน ต่าง ๆ ที่ติดอยู่บนใบหน้าของเรา Surfactant นั้นมีอยู่ใน สบู่ก้อน สบู่เหลว โฟมล้างหน้า  ยาสระผม  หรือแม้แต่น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ก็มีสารชำระล้างที่ชื่อว่า Surfactant อยู่ด้วยค่ะ แต่ไม่ต้องตกอกตกใจไปนะครับ เพราะว่าเจ้า Surfactant นั้นก็มีอยู่หลายประเภทจัดแบ่งตามความสามารถในการขจัดคราบ อย่างเช่นการขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าก็ไม่ต้องถึงขนาดที่เช็ดแล้วดังเอี๊ยด ๆ เหมือนกับการเช็คจาน สำหรับการทำความสะอาดผิวหน้านั้น ต้องใช้สาร Surfactant ที่เป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะกับผิวหน้า

อันนี้เป็นคำถามที่ถามกันเยอะมาก ๆ เลยวถ้าล้างเครื่องสำอางด้วย cleansing water  เสร็จแล้ว หลังจากนั้นจะต้องล้างด้วยน้ำน้ำเปล่าอีกครั้งมั๊ย?
ถึงแม้ว่าส่วนประกอบหลักของ cleansing water จะเป็นน้ำ แต่ก็ไม่ใช่น้ำเปล่า ๆ อย่าลืมว่าใน cleansing water นั้นมีสารชำระล้างที่ชื่อว่า Surfactant อยู่ในส่วนผสมด้วย แม้จะเลือกเป็นชนิดอ่อนโยน เป็นคลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย แล้วก็ตาม นั่นก็อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิวหน้าของเราได้ ฉะนั้นแนะนำอย่างนี้ว่าหลังจากการใช้ คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย แล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดในขั้นตอนสุดท้าย

สิ่งสำคัญที่สาว ๆ สายบิวตี้นั้นจะลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ควรใช้ cleansing water  คู่กับสำลีที่มีเนื้อนุ่ม เพื่อไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว
เลือกความหนาของสำลีให้พอเหมาะ ไม่หนาจนเกินไป เพราะจำทำให้เปลือง cleansing water  หากใช้สำลีที่บางเกินไปก็จะทำให้เราต้องออกแรกดที่ใบหน้ามากเกินไป และทำให้การดูดซับเครื่องสำอางทำได้ไม่ดีพอ
ไม่ต้องออกแรงถู กด เช็ดอย่างรุนแรง เพียงแค่ซับเช็ดเบา ๆ คราบ make up ก็หลุดออกมา
เพื่อการทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ควรเช็ดเข้าไปถึงไรผม และ ช่วงลำคอ
เลือกใช้สูตร คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย จะทำให้ผิวไม่แห้งตึงหลังเช็ดเครื่องสำอาง

เมื่อเราได้รู้จักกับ cleansing water มากขึ้น รู้ว่าทำงานอย่างไร ที่นี่ก็มาถึงการเลือกซื้อว่าควรเลือกซื้อ cleansing water แบรนด์ไหนดี เรามี cleansing water ที่เราใช้อยู่เป็นประจำ อยากจะแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองใช้ กดเข้าไปดูได้ที่ลิงก์ด้านล่างนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/bi-facil-visage-lc-l6279500.html
https://www.lancome.co.th

5


ในแต่ละวันเราก็แต่งหน้าแตกต่างกันไปตามความรู้สึก ตามกระแส ตามความเร่งรีบ ถ้ารีบสุด ๆ ก็โชว์หน้าสดกันไปเลย เคยอ่านบทความสอนการแต่งหน้าของกูรูท่านนึงที่มีผลงานดีงามมาก แต่ข้อแม้ของการแต่งหน้าเยอะมาก แบบนี้ไม่ได้ อย่างนั้นไม่ควร อย่างนี้ไม่เหมาะ คือเรากลับเห็นต่าง เนื่องด้วยเรามองว่าการแต่งหน้าเหมือนงานศิลป ที่มีความงามในหลากหลายรูปแบบ ชอบแนวไหน ก็แต่งแนวนั้น เทรนด์ไหนอิน เทรนด์ไหนเอาท์ เราไม่ยึดติด เกริ่นซะยืดยาวเลย คราวนี้เอาความรู้มาฝากสาว ๆ สายบิวตี้กันอีกแล้ว ครั้งนี้ถึงคิวของไอเทมจำเป็นสุด ๆ อย่าง ที่ปัดขนตา (mascara) ว่ามีกี่ชนิด เลือกชนิดไหนให้เหมาะกับขนตาของเรา
1.Pointed Wand เป็นที่ปัดขนตาที่มีลักษณะของหัวแปรงแบบ Pointed หรือแบบแหลม ให้ประโยชน์แบบ 2in1 เพียงแค่ปัดขนตาในครั้งแรกก็ทำให้ขนตาดูยาวขึ้นเยอะเลย อย่าพลาดใช้หัวแปรงงัดที่ปลายขนตาด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มความงอนให้ขนตาแบบสุด ๆ
2.Curved Wand เป็นที่ปัดขนตา(mascara) แบบหัวแปรงโค้ง เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีขนตาตรง เนื่องด้วย mascara ชนิดนี้จะช่วยงัดขนตาให้งอนงาม
3. Ball Wand ที่ปัดขนตา(mascara)รูปทรงกลม ดูแปลกตา สามารถชอนไชเข้าสู่จุดต่าง ๆ ได้ดี ทำให้เนื้อของ mascara เคลือบขนตาได้อย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยทักษะในการใช้อยู่มากพอควร
4. Cone Wand ที่ปัดขนตาประเภทนี้เหมาะสมกับสาว ๆ ที่มีขนตาเส้นเล็ก หัวแปรงที่เป็นทรงกรวยจะช่วยให้สาว ๆ ปัดขนตาได้อย่างทั่วถึง กระทั่งส่วนหัวตา ก็สามารถช่วยให้ปัดได้ง่ายขึ้น
5. Rectangle Wand หัวแปรงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบนี้ไม่เหมาะกับการปัดตามซอกมุม แต่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาว ๆ ที่มีขนตาสั้น เนื่องมาจากแปรงทรงนี้ จะช่วยให้ขนตาของสาว ๆ ดูหนาและดูยาวขึ้นได้อย่างง่ายมาก
6. Bubble Wand ที่ปัดขนตาชนิดนี้ตอบโจทย์ในเรื่องความงอน ความเด้ง ช่วยทำให้มีมิติและดูเป็นธรรมชาติมาก
7. Skinny Wand ที่ปัดขนตาชนิดนี้สำหรับคนที่ขนตาสั้น ต้องการให้ขนตาดูยาว หัวแปรงยาวแบบนี้แหละที่จะช่วยเพิ่มความยาวและเรียงเส้นได้อย่างสวยงาม
8. MiniTure Wand เป็นที่ปัดขนตาแบบจิ๋ว สำหรับการัดขนตาล่าง ช่วยให้ปัดขนตาได้อย่างสะดวกโดยที่ไม่ต้องกังวลถึงความเลอะเทอะรอบดวงตาเลย
ในคราวนี้ขอนำเสนอเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ ในครั้งต่อไปจะเอาภาพประกอบมาให้ดูกันด้วย แต่สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ตัดสินใจเลือกซื้อที่ปัดขนตาไม่ถูก ไม่รู้จะใช้ยี่ห้อไหน แบบไหนดี ก็กดเข้าไปที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ได้เลยนะคะรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่ ๆ
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/mascara.html
Yves Saint Laurent Beauté : https://www.yslbeautyth.com

6


สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีดวงตาสวยคมกลมโต จะต้องไม่พลาดการใช้ไอเทมเด็ดที่ชื่อว่าอายไลเนอร์ สำหรับคุณ ๆที่ชื่นชอบการแต่งหน้ามานานก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า อายไลเนอร์ ที่นิยมใช้กันอยู่ในทุกวันนี้แบ่งเป็นกี่ชนิด แต่สำหรับสาว ๆ สายบิวตี้มือใหม่ อาจจะยังไม่ทราบว่า อายไลเนอร์นั้นมีมากมาย หลายชนิด อาทิ อายไลเนอร์ดินสอ อายไลเนอร์แบบพู่กัน เป็นต้น คราวนี้ก็เลยจะมาแจกแจงให้สาว ๆ ทุก ๆ ท่านได้รู้จักกันว่า อายไลเนอร์แต่ละชนิดมีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ตามมาเลยค่ะ

อายไลเนอร์แบบพู่กัน
อายไลเนอร์แบบนี้ถือว่าเป็นแบบคลาสสิคเลยก็ว่าได้ เพียงแค่จิ้ม ๆ แล้วเอามาปาดที่ขอบตาก็สวยคมโฉบเฉี่ยวขึ้นมาได้ทันที ใช้งานง่าย

อายไลเนอร์ดินสอ
อายไลเนอร์ดินสอนั้นเหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่เริ่มต้นใช้ eye liner ที่ไม่อยากเลอะเทอะในการใช้ eye liner เขียนผิดพลาดก็สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่า อายไลเนอร์แบบอื่น ใครที่ชอบกรีดตาแบบฟุ้ง ๆ เบา ๆ บอกเลยว่า อายไลเนอร์ดินสอ ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

อายไลเนอร์แบบลิควิคหรือแบบน้ำ
อายไลเนอร์แบบลิควิคหรือแบบปากกา ที่สาวๆ หลายคนติดอกติดใจ คนที่จะใช้ต้องมีฝีมือกันหน่อย แต่ไม่ต้องจุ่มให้ยุ่งยาก เพียงแค่เปิดฝาออกมา เขียนดวงตาตามลักษณะที่เราต้องการ ส่วนที่จะแห้งเร็วหรือช้านั้นก็แล้วแต่แบรนด์ เลือกใช้กันตามความถนัดและความชอบได้เลย อายไลเนอร์แบบลิควิคนี้ต้องเขียนต้องใช้บ่อยๆ แล้วก็จะชินและถนัดมือ

อายไลเนอร์แบบเนื้อเจล
อายไลเนอร์แบบเนื้อเจล ถือว่าตอบโจทย์สาว ๆ ที่สีสันที่คมเข้ม สีสันชัดเจน การใช้อายไลเนอร์ชนิดเนื้อเจลนั้นก็จะคล้าย กับอายไลเนอร์แบบพู่กันแค่จุ่มแล้วก็เอามากรีดที่ตา เหตุเพราะเนื้อเจลอาจจะต้องรอเวลาให้แห้งหลังจากที่ทาไปสัก 1-2นาทีนะคะ ถ้ายังไม่แห้งอย่าเผลอไปปาดนะ กลายเป็นหลินปิงเลยนะ

อายไลเนอร์แบบมีกลิตเตอร์
อายไลเนอร์แบบมีกลิตเตอร์  เป็นแบบเดียวกับ อายไลเนอร์ลิควิค เพียงแต่ผสมกลิตเตอร์เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มประกายวิ้งวับให้กับดวงตา ช่วยให้ดูสดใสในยามค่ำคืน เหมาะสำหรับการแต่งหน้าออกงานกลางคืนโดยเฉพาะ

อ่านมาถึงตรงนี้ สาว ๆ หลายคนอาจมีคำถามว่าแล้วอายไลเนอร์แบบไหนที่จะเหมาะกับเรามากที่สุด แนะนำว่าให้พิจารณาในแง่ของการใช้งานเป็นหลัก ถ้ามือใหม่ ไม่ชอบแบบยาก อยากได้ลุคแบบฟุ้ง ๆ ก็ใช้ อายไลเนอร์ดินสอ นี่แหละตอบโจทย์ที่สุด สำหรับทุก ๆ ท่าน ที่ต้องการอายไลเนอร์ดินสอเนื้อครีมแบบป้องกันน้ำ ติดทนนาน คุณภาพดี เราขออนุญาตนำเสนอ อายไลเนอร์ดินสอ DESSIN DU REGARD
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/eye-liners.html
อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ : https://www.yslbeautyth.com

7


เนื้อหาที่เราจะนำเสนอในวันนี้ สำหรับสาวสายบิวตี้น้องใหม่ โดยเฉพาะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับสาว ๆ ที่รักการแต่งหน้า ครั้งนี้เป็นเรื่องของ อายแชโดว์
อายแชโดว์นั้นหากแบ่งตามลักษณะก็จะแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทซึ่งได้แก่ อายแชโดว์เนื้อครีม อายแชโดว์เนื้อฝุ่นอัดแข็ง อายแชโดว์ชนิดน้ำ และชนิดสุดท้ายคืออายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์ แต่ละชนิดนั้นมีลักษณะเช่นไร เหมาะสมกับการใช้อย่างไร ตามไปดูกันต่อได้เลยค่ะ
1. อายแชโดว์เนื้อครีม หากว่าสาว ๆ นั้นรู้สึกเบื่อกับการใช้อายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็งแล้ว อยากให้ลองหันมาใช้อายแชโดว์เนื้อครีมดูก็ได้นะคะ ซึ่งในปัจจุบันนี้อายแชโดว์เนื้อครีมนับว่าเป็นไอเทมสุดคูลที่สาว ๆสายบิวตี้นิยมใช้กัน เนื้อของอายแชโดว์เนื้อครีมนั้นมีลักษณะเป็นครีมที่ค่อนข้างหนา ช่วยให้สีสันที่ชัดเจนและติดทนนานกว่าอายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็ง ส่วนวิธีการใช้ eye shadow เนื้อครีมนั้นก็คล้ายคลึงกับการใช้อายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็ง ที่สามารถใช้แปรงหรือใช้นิ้วมือของเราแตะแล้วก็ป้ายไปที่เปลือกตาของเราได้เลย
2. อายแชโดว์เนื้อฝุ่นอัดแข็ง เป็น eye shadow ที่ทุก ๆ คน เห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไป เป็น อายแชโดว์ ที่คุณ ๆ ให้ความสนใจใช้กันมาก เนื่องมาจากใช้ง่าย เกลี่ยง่าย มีสีให้เลือกเยอะ แต่เนื่องจาก eye shadow ชนิดนี้มีลักษณะเป็นฝุ่นผง จึงเป็นเหตุุให้ติดไม่ทนมากนัก ส่วนการใช้งานนั้นแค่ใช้แปรงหรือนิ้วมือสัมผัสไปที่อายแชโดว์ แล้วป้ายที่เปลือกตาในตำแหน่งที่ต้องการได้เลย
3. อายแชโดว์ชนิดน้ำ อายแชโดว์ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบแท่งลักษณะคล้าย ๆ กับลิปกลอส พร้อมกับพู่กัน สีของอายแชโดว์ชนิดน้ำจะผสมชิมเมอร์ มีเนื้อที่ใสทำให้เกลี่ยได้ง่าย และติดได้ทนนาน วิธีการใช้ก็ใช้แปรงป้ายสีไปที่เปลือกตาจากนั้นใช้นิ้วมือเกลี่ยไล้ให้ดูกลมกลืน
4. อายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์ เป็นอายแชโดว์ที่ได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ สายบิวตี้น้อยมากถึงมากที่สุด สาเหตุหลัก ที่ไม่ได้รับความนิยมเนื่องมาจากใช้งานค่อนข้างลำบาก เหมาะกับช่างแต่หน้ามืออาชีพ ส่วนการใช้งานอายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์นั้น จำเป็นต้องลงอายแชโดว์เบสก่อน เพื่อความติดทนนาน และจะได้ไม่ร่วงใส่ตา
หวังว่าข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่แวะเข้ามาอ่านกันนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ คนใดที่กำลังมองหา อายแชโดว์เนื้อครีม กันอยู่ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้ของยี่ห้อไหน เราขอนำเสนอ อายแชโดว์เนื้อครีม จาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ ให้ทุกคนได้ลองไปใช้กันดูนะคะ  FULL MATTE SHADOW  เป็นอายแชโดว์เนื้อแมทท์ที่เปลี่ยนเป็นแป้งเนื้อเบาทันทีที่เซ็ตตัว ปราศจากความหนาหนัก ใช้แล้วไม่เป็นคราบแป้ง รวมถึงไม่ลบเลือนเลอะเปื้อนระหว่างวัน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/eye-shadows.html

8
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

9


สำหรับคนที่ชอบน้ำหอมเป็นชีวิตจิตใจอย่างเราเมื่อไหร่ที่เดินผ่านเคาน์เตอร์น้ำหอม เป็นต้องแวะเวียนเข้าไปดู และสูดกลิ่มหอม ๆ ของน้ำหอมกลิ่นใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำ และก็เป็นปกติที่จะต้องมีน้ำหอมติดไม้ติดมือกลับมาบ้านด้วย และก็เป็นปกติอีกเช่นกันที่จะโดนคุณแฟนดุเสมอว่าซื้อจนไม่มีที่จะเก็บจะวางแล้ว(.....แฮร่.....) ทำงัยได้ ก็คนมันชอบสะสมน้ำหอมนี่น่า และก็เชื่อว่าสาว ๆ แทบจะ100% เลยก็ว่าได้ คงจะชอบน้ำหอมเช่นกัน

เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้มีเวลาว่างมากถึงมากที่สุด ก็เลยอยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆบ้าง ด้วยการแต่งตั้งตัวเองเป็นกูรูด้านน้ำหอมเพื่อที่จะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบในกลิ่นของน้ำหอมเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบว่าน้ำหอมมีกี่ชนิด และควรใช้น้ำหอมอย่างไร
น้ำหอมที่วางจำหน่ายกันอยู่โดยทั่ว ๆ ไปนั้นจะแบ่งตามความเข้มข้นของหัวน้ำหอมเป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกมาได้ 3 ระดับ คือ
EAU DE PARFUM (โอเดอเพอร์ฟูม) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดทนนานที่สุดราว 10-12 ชั่วโมง
EAU DE TOILETTE (โอเดอทอยเล็ตต์) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 4-8 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดอยู่ได้นานราว 6-8 ชั่วโมง
EAU DE COlONGE (โอเดอโคโลญจน์) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 3-5 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดอยู่ได้นานประมาณ 4-5 ชั่วโมง
ส่วนตัวแล้วเราชอบ EAU DE PARFUM มากที่สุด เนื่องจากติดทนนานที่สุด แม้ว่าราคาก็จะสูงกว่าน้ำหอมแบบอื่น ๆ อยู่พอสมควรเลยทีเดียว แต่ถ้าเราใช้ให้เป็น ก็สามารถเซฟได้ ไม่ต้องถามนะว่าทำอย่างไร รบกวนอ่านต่อเลยจ้า
จากที่เคยได้ยินมา(จากไหนไม่รู้จำไม่ได้ ไม่ต้องถามกันเข้ามานะคะ) 8 จุดชีพจรที่ควรฉีดน้ำหอมได้แก่ ซอกคอ 2 ข้อมือ 2 ข้อพับแขน 2 และข้อพับขา 2 เนื่องจากจุดดังกล่าวมีความร้อน จะทำให้น้ำหอมส่งกลิ่นได้ดีทำให้ประหยัด และก็มีหลายคนเข้าใจผิดว่าต้องฉีดให้ครบทั้ง 8 จุด ไม่ใช่นะคะ ฉีดแค่จุดใดจุดหนึ่งหรือ 2 จุดก็พอ หรือถ้าใครไม่ต้องประหยัด อยากฉีดให้ครบทั้ง 8 จุด ก็ไม่ว่ากันค่ะ
ทีนี้มาถึงเรื่องของการเก็บรักษาน้ำหอมกันบ้าง บางท่านซื้อ EAU DE PARFUM มาใช้ แต่เสียดายกลัวหมดเร็ว ไม่อยากใช้เยอะ บอกเลยว่าซื้อมาแล้วก็ต้องใช้ให้หมดตามระยะเวลาด้วยนะคะ เนื่องจากว่าน้ำหอมแต่ละประเภทมีอายุการใช้งาน เก็บไว้นานเกิน กลิ่นเปลี่ยน สีเปลี่ยนนะจะบอกให้ อายุคร่าว ๆ ก็ตามนี้นะคะ
EAU DE PARFUM  เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 1 ปี ถ้ายังไม่เปิดเก็บได้ราว ๆ 3-4 ปี
ส่วน EAU DE TOILETTE และ EAU DE COlONGE เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 1-2 ปี ถ้ายังไม่เปิดสามารถเก็บได้นาน 2-3 ปี
หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้ความรู้ในการเลือกซื้อและใช้น้ำหอมกันไปพอสมควรเลย ทิ้งท้ายไว้อีกนิดว่าหากใครกำลังมองหา EAU DE PARFUM กลิ่นหอม ๆ ติดทนนานสุด ๆ ลองแวะเข้าไปที่เว็บไซต์ด้านล่างที่เราแปะลิงก์ไว้ได้เลยนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/fragrance/women-s-perfumes/miracle.html
https://www.lancome.co.th

10
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

11


หากว่าคุณเข้านอนในโดยไม่ได้ใช้ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน (Night Cream) หรือ ครีมบำรุงหน้ากลางคืนแล้วละก็ เราคงต้องบอกว่าคุณผิดพลาดอย่างมากในการดูแลรักษาผิวหน้า เนื่องมาจากครีมบำรุงหน้ากลางคืนนั้น  มีประโยชน์สำหรับผิวของคุณเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะสาว ๆ สายบิวตี้มือใหม่หลาย ๆ คนที่มักจะเพิกเฉยกับการดูแลผิวหน้าในยามค่ำคืนยิ่งควรต้องรู้เอาไว้  ว่าครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนนั้นมีคุณประโยชน์และมีความจำเป็นกับเราแค่ไหน
ครีมบำรุงหน้ากลางคืน มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง
-   ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวหน้าได้ตลอดทั้งคืน
-   ช่วยทำให้ริ้วรอยต่างๆ บนผิวหน้าของคุณลดลง
-   บรรเทาอาการผิวปกติ  ของผิวหน้า
-   ป้องกันผิวไม่ให้ผิวหย่อนคล้อย
-   ช่วยคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้า
-   ช่วยให้ผิวของคุณนุ่ม เปลั่งปลั่ง ดูเรียบเนียนและมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น
-   ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในผิวของท่านในขณะที่ร่างกายกำลังพักผ่อน
-   ช่วยในการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น
-   ช่วยในการต่ออายุเซลล์และบำรุงผิวของคุณ

การเลือกครีมบำรุงหน้ากลางคืน ที่เหมาะกับผิวของผู้ใช้นั้นจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับการเลือกครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนนั้นมีหลักการง่าย ๆ ดังนี้
- เราควรแน่ใจว่า  ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ที่เราเลือกใช้นั้นมีลักษณะของเนื้อครีมที่ไม่หนาเกินไป  ด้วยเหตุว่าครีมบำรุงหน้ากลางคืนที่หนาเกินไปอาจจะอุดตันรูขุมขนของเราได้ ทำให้ผิวหายใจได้ลำบาก จะส่งผลเสียกับผิวมากกว่าผลดี
- ควรระวังเรื่องครีมที่ผสมน้ำหอม ทางที่ดีที่สุดควรเลือกครีมบำรุงหน้ากลางคืนที่เป็นแบบ hypoallergenic เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการแพ้
แต่ถ้าเพื่อน ๆ ตกลงใจไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อเลือกหาครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนแบรนด์ไหนดี ที่ใช้ดี คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด เราขอนำเสนอ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ตัวล่าสุดจาก lancome ด้วยคุณสมบัติของ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวและกอบกู้ผิวเมื่อต้องเผชิญกับภาวะ ช่วงอ่อนแอของผิว ด้วย New Advanced G?nifique Sensitive เซรั่มครีมบำรุงผิวหน้าตอนกลางคืน เพียงหนึ่งหยดของส่วนผสมเข้มข้นจาก Ferlulic Acid มอบคุณสมบัติที่ผิวคุณต้องการ อาทิเช่น ลดรอยแดงและจุดด่างดำ เผยผิวออร่า ลดริ้วรอย บำรุงผิวจากแสงแดด กักเก็บน้ำให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน

หากว่าคุณ ๆ กำลังอยากได้ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน  ที่มีคุณภาพสูง ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยังปลอดภัยอีกด้วย  เราขอแนะนำให้ลองใช้ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE เซรั่มครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ด้วยนวัตกรรมสองพลังเข้มข้นเพื่อที่สุดแห่งการฟื้นบำรุงผิวล้ำลึกยามค่ำคืน ให้คุณคงผิวสวยและอ่อนเยาว์ตลอดไป สัมผัสผิวสวยอ่อนเยาว์เพียงข้ามคืน  เชิญพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองด้วยการกดเข้าไปที่ลิงก์ด้านล่าง
https://www.lancome.co.th/th/advanced-genifique-sensitive.html
https://www.lancome.co.th

12

เรามาทำความรู้จักกับ Moisturizer กันเสียหน่อยว่ามันคืออะไรมีหน้าที่อย่างไร?
Moisturizer คือ ผลิตภัณฑ์กลุ่มที่ให้ความชุ่มชื้น ด้วยการเพิ่มปริมาณน้ำให้กับผิวหนัง รวมไปถึงช่วยลดการระเหยสารให้ความชุ่มชื้นใต้ผิวหนังที่ร่างกายผลิตขึ้นมาเองได้ด้วย เมื่อมีการให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังอย่างเหมาะสม เซลล์ผิวหนังชั้นนอกจะเกิดการซ่อมแซมตัวเอง พร้อมกับปรับสภาพรูขุมขนให้เล็กลง และยังช่วยลดการเกิดสิว ช่วยผิวเนียนนุ่มขึ้น สุขภาพของผิวนั้นขึ้นอยู่กับความชุ่มชื้นของผิว เนื่องจากความชุ่มชื้นของผิวจะช่วยเติมช่องว่างของเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นให้กลไกลการทำงานของเซลล์ผิวตามธรรมชาติทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มอัตราการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยเร่งการผลิตเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่า ทำให้คุณ ๆ มีผิวที่สุขภาพดี เนียนสวย กระจ่างใส ดูอ่อนกว่าวัย

 Moisturizer มีกี่ประเภท?
Moisturizer ที่ขายกันอยู่ในบ้านเรานั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ชนิดด้วยกันซึ่งได้แก่
1. Serum  เป็นครีมที่มีสารพวก Active ingredient ปริมาณมาก สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ค่อนข้างดี
2. Gel  เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำและ Active ingredient โดยไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซึ่งเหมาะกับสาว ๆที่มีผิวมัน
3. Cream  เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากกว่าน้ำและ Active ingredient แต่ยังสามารถให้ความชุ่มชื้น เนื่องจากส่วนผสมน้ำมันที่มากกว่าจึงเหมาะกับคุณ ๆที่มีผิวแห้ง
4. Lotion เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมากกว่าน้ำมัน รวม Active ingredient ทำให้การดูดซึมเข้าผิวได้ดี เหมาะกับผิวธรรมดาและผิวมัน
5. Oil  เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีแต่น้ำมันล้วนๆ ซึ่งไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่
เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กับข้อมูลที่เราคัดสรรมาฝากกัน ต่อจากนี้เพื่อน ๆ ก็สามารถเลือกซื้อ Moisturizer ที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองได้อย่างถูกต้อง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเราเลือกใช้ Moisturizer ได้เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา ก็ย่อมส่งผลดีต่อผิวของเรา ให้เป็นผิวที่สุขภาพดี แข็งแรง ดูอ่อนกว่าวัย ผิวสุขภาพดีไม่ได้เกิดขึ้นได้ภายในชั่วข้ามคืน ที่สำคัญหาซื้อไม่ได้ด้วยนะคะ หากอยากได้ต้องทำเอาเอง ต้องค้นหาข้อมูลของผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ แต่ละชนิดเป็นอย่างดี เพื่อเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุด พอเหมาะกับเราที่สุด เชื่ออย่างยิ่งว่าถ้าเกิดมาเป็นสายบิวตี้แล้ว เรื่องแค่นี้ไม่ยากเกินไปอย่างแน่นอน สุดท้ายนี้ขอฝากเว็บไซต์ขวัญใจสาว ๆ สายบิวตี้กันไว้สักหน่อยนะคะ หากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจอยากเลือกซื้อเลือกหา Moisturizer มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง เพื่อลดริ้วรอย เพื่อผิวหน้ากระจ่างใส หรือเพื่อแก้ไขปัญหาผิวสารพัด ก็เชิญเข้าไปเลือกซื้อกันได้ที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ด้านล่างนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/skincare/by-product-category/moisturizers.html
https://www.lancome.co.th

13


แน่นอนเลยว่านอกจากรองพื้นที่ช่วยปรับผิวหน้าให้เนียนใสขึ้นแล้วนั้น เครื่องสำอางอีกอย่างหนึ่งที่ท่าน นั้นจะขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือแป้ง ก็เพราะว่าแป้งนั้นเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้หน้าของเรานั้นแลดูกระจ่างใสขึ้น และยังช่วยปกปิดริ้วรอย รอยแผลเป็น ช่วยลบเลือนความหมองคล้ำบนในหน้า ช่วยให้หน้าของเรานั้นดูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้นแล้ว อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดความมันบนผิวหน้า ให้สาว ๆ อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นั้นได้สวยเป๊ะ เดินเชิดหน้าได้อย่างมั่นใจตลอดทั้งวัน ปัจจุบันนี้ ผลิตภัณฑ์แป้งนั้นมีให้เราได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย เป็นต้นว่า แป้งฝุ่นอัดแข็ง แป้งฝุ่น แป้งแบบเนื้อครีม แป้งผสมรองพื้น แป้งกันยูวี  เมื่อมีให้เลือกใช้เยอะ ก็ทำให้เรา ๆ ท่าน ๆ ต้องมาปวดหัวกันอีก ว่าแป้งชนิดไหนที่จะพอดีกับการแต่งหน้าของเรามากที่สุด ถ้าเช่นนั้น ในวันนี้ขอเอามาแจกแจงให้ทุก ๆ ท่านได้รู้จักกันสัก 2 ชนิด ซึ่งก็คือ แป้งฝุ่นอัดแข็ง และแป้งฝุ่น เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าเราแป้งแต่ละชนิดเป็นยังไง

แป้งฝุ่นอัดแข็ง Pressed powder
Pressed powder  หรือ แป้งฝุ่นอัดแข็ง  จากแป้งฝุ่นที่ใช้กันทั่ว ๆ ไปนำมาอัดแข็งและบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่พกพาสะดวก เพื่อเพิ่มสะดวกต่อการใช้แป้ง เหมาะสมกับคุณที่ผิวหน้าไม่ต้องการปกปิดมากนัก ด้วยเนื้อแป้งที่มีลักษณะละเอียด เบาเหมือนแป้งฝุ่น ทำให้เมื่อตบ ๆ เติม ๆ แล้วไม่ทำให้ผิวหน้าดูหนา จุดเด่นของแป้งชนิดนี้ก็คือ ทำให้ผิวหน้าดูเกลี้ยงเกลาขึ้น มีความบางไม่หนักหน้า เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางวันเพื่อดูดซับความมันของเครื่องสำอางที่ใช้ แป้งฝุ่นอัดแข็ง (Pressed powder) นี้จะเหมาะกับสาว ๆผิวธรรมดามากกว่าสาวๆ ที่มีผิวมัน เนื่องจากสาว ๆ ที่มีผิวมัน เมื่อใช้แล้วแป้งอาจจะจับตัวกันเป็นก้อนได้

แป้งฝุ่น
แป้งฝุ่นเป็นแป้งที่มีเนื้อบางเบา ละเอียดมาก มักจะถูกใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้าเพื่อทำให้ผิวดูเนียนสวย ไม่มัน เนื่องด้วยแป้งฝุ่นจะช่วยดูดซับความมันในขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้า อีกทั้งยังช่วยทำให้สีสันบนใบหน้าเด่นชัดขึ้น และยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน เหมาะอย่างยิ่งกับสาวๆที่มีผิวแพ้ง่าย เพื่อป้องกันการอุดตันจนทำให้เกิดสิวและผิวอักเสบ

เมื่อได้รู้จักกับแป้งทั้ง 2 ชนิดแล้ว เชื่อเหลือเกินว่าทุกท่าน คงจะเลือกใช้แป้งที่เหมาะสมกับสภาพผิว ได้ง่ายขึ้นอีกเยอะเลย เพียงแค่ทำตามข้อแนะนำนี้ พร้อมกับเลือกแป้งที่เหมาะกับสภาพผิวของเรามาที่สุด ใบหน้าของสาวๆ ก็จะไม่ต้องพบเจอกับปัญหาอีกแล้ว สุดท้ายขอแนะนำแป้งฝุ่นอัดแข็ง แป้งฝุ่น ผลิตภัณฑ์สุดคูลจากแบรนด์  Yves Saint Laurent Beauté
ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/powder.html

14


สำหรับคุณ ๆ ที่มีเหงื่อเยอะ สาวสปอร์ตที่รักการออกกำลังกายและรักความสวยงาม หรือแม้แต่สาว ๆ ที่ชีวิตมีแต่ดราม่า บ่อน้ำตาตื้น มีเรื่องให้เสียน้ำตากันอยู่บ่อย ๆ คงต้องพบเจอกับปัญหาการใช้งานดินสอเขียนขอบตาอยู่มากทีเดียว เกิดความกังวลใจทุกครั้งเมื่อใช้ กลัวเยิ้มบ้าง กลัวเป็นแพนด้าบ้าง  แนะนำเลยว่าก่อนอ่านรีวิวนี้ ให้เดินไปหยิบดินสอเขียนขอบตาแท่งเก่าของคุณโยนลงถังขยะไปได้เลย รับประกันได้เลยว่าเมื่ออ่านตรงนี้จบ หลังจากนั้น ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายหนักหนาสาหัสแค่ไหน หรือดูซีรีย์ดราม่าจนบ่อน้ำตาแตก ก็ไม่มีทางทำให้คุณเป็นหมีแพนด้าอย่างแน่นอน บอกเลยว่าต้องไม่พลาดไอเทมเด็ดที่เราจะมานำเสนอในวันนี้ ซึ่งจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก ดินสอเขียนขอบตา หรืออายไลเนอร์ดินสอสุดเริศจาก  lancome นั่นเอง

Le Crayon Kh?l อายไลเนอร์ดินสอที่ช่วยสร้างความคมชัดให้กับดวงตาของคุณ ๆ ได้อย่างง่ายดาย สร้างทุกลุคที่ท่านต้องการได้ด้วยดินสอเขียนขอบตา Le Crayon Kh?l สร้างความคมชัดให้กับดวงตาของคุณให้ดูกลมโตยิ่งขึ้น Le Crayon Kh?l เป็นอายไลเนอร์ดินสอที่เป็นเนื้อครีมเนียนนุ่มและอ่อนโยน จึงช่วยให้เขียนง่าย แม่นยำและให้สีสันที่คมชัด สร้างลุค Smoky eye ให้คุณได้อย่างง่ายดาย

คุณสมบัติเด่นของอายไลเนอร์แบบดินสอจากลังโคม Le Crayon Kh?l  คือดินสอมีเนื้อครีมที่เนียนนุ่ม ช่วยให้เขียนขอบตาได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ ช่วยให้ดวงตาของคุณแลดูสวยเฉียบคมไร้ที่ติ สามารถเกลี่ยได้ เรียบเนียนง่าย ๆ ไม่จับตัวเป็นก้อนและยังสร้างกรอบและมิติให้ดวงตากลมโตได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
หลังจากที่เราได้ทดลองใช้ Le Crayon Kh?l อายไลน์เนอร์แบบดินสอเนื้อครีมไอเทมสุดฮ๊อตจาก  lancome ไปแล้ว ต้องบอกเลยว่าเราเองนั้นพยายามหาข้อเสียอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังหาไม่เจอสักที เนื่องจาก ดินสอเขียนขอบตา Le Crayon Kh?l  มีสัมผัสเนียนลื่น สีสันคมชัด และเกลี่ยง่ายอย่างเหลือเชื่อ ช่วยให้เราสร้างสรรค์ทุกลุคที่เราต้องการได้อย่างง่ายมาก ๆ  ไม่ทิ้งรอยเปื้อน และช่วยให้ดวงตาสวยได้ตลอด คอนเฟิร์มเลยว่าไม่มีเยิ้ม ไม่มีลบเลือน ใช้แล้วสามารถเดินสวย เลิศ ๆ เชิด ๆ ได้อย่างมั่นใจตลอดวัน สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะใช้ อายไลเนอร์ดินสอ Le Crayon Kh?l ดีมั๊ย(ยืนยันกันขนาดนี้ ไม่ต้องลังเลแล้ว) ก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ ลองใช้ Le Crayon Kh?l อายไลน์เนอร์ดินสอ กันก่อนได้ที่เว็บไซต์ของ lancome ก่อนก็ได้นะ เผื่อว่าจะได้ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น หรือคลิกที่ลิงก์ด้านล่างที่เราทำไว้ให้ก็ได้นะคะ วันนี้ขอจบการรีวิวแค่นี้ก่อน อย่าลืมติดตามกันต่อไปเรื่อย ๆ นะคะ
https://www.lancome.co.th/th/le-crayon-khol.html
https://www.lancome.co.th

15


สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ ห่างจากการรีวิวไปนาน เนื่องจากติดภารกิจ ทั้งงานราช งานหลวง รัดตัวซะจนไม่มีเวลามานั่งเขียนรีวิวกันเลย  ในครั้งนี้กลับมาแล้วร่างกายพร้อม วัตถุดิบพร้อม เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าวันนี้ใครต่่อใครที่เข้ามาอ่านรีวิวเราจบเป็นอันต้องเสียทรัพย์ไปกับการหาซื้อสินค้าที่เรานำมารีวิวอย่างแน่นอน อยากรู้แล้วล่ะซิว่าในคราวนี้เราจะมารีวิวผลิตภัณฑ์ตัวไหน

ผลิตภัณฑ์ที่เราจะมาคุยกันในหนนี้ก็คือ ครีมรองพื้น ที่เป็น รองพื้น ติดทนนาน จากแบรนด์สุดหรูอย่าง อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ กับคำเคลมแรงๆ ที่ว่าปกปิดขั้นสุด เกลี่ยง่าย และคุมมันได้นานถึง 24 ชม. กับ ALL HOURS FOUNDATION SPF 20 หลังจากที่ได้ทดลองใช้มาสักระยะ ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ พูดแค่สั้น ๆ ว่า ของเค้าดีจริง ๆ แต่ถ้าพูดสั้นแค่นี้ก็คงเรียกว่ารีวิวไม่ได้เนอะ งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่า

ทั้งนี้เพราะเป็นครีมรองพื้น จะให้พูดถึงเรื่องอื่นก่อนเรื่องของการปกปิดก็ดูจะแปลก ๆ ไปหน่อยนะ งั้นเริ่มจากความสามารถของการปกปิดก่อนเลย ในเรื่องของการปกปิดนั้นเราให้ คะแนนเต็ม100เลย เจอมาหลายยี่ห้อแล้วคำเคลมแรงแต่พอใช้จริงผิดหวังอย่างหนัก แต่ไม่ใช่ ALL HOURS FOUNDATION ที่สามารถ ปกปิด อำพรางรอยแดง รอยดำได้ดีมาก ช่วยปรับให้สีผิวมีความสม่ำเสมอ เป็นรองพื้น ติดทนนาน ที่คุมมันได้ดี ไม่มีเยิ้ม ไม่หลุด ได้ลุคแมทท์ และที่หลาย ๆ ท่านมีปัญหามากในการหาซื้อรองพื้นที่ให้เข้ากับสีผิวไม่ได้ซักที ครีมรองพื้น All Hours Foundation จาก Yves Saint Laurent Beauté สามารถแก้ปัญหาจุดนี้ได้อย่างดีเลยทั้งนี้เพราะมีให้เลือกมากถึง 22 เฉดสีกันเลยทีเดียว ทำให้สาว ๆ สามารถเลือกสีที่มีความใกล้เคียงกับผิวตัวเองได้มากที่สุด

ถ้าคุณกำลังมองหารองพื้นเจ๋ง ๆ ที่จะช่วยให้ผิวของคุณดูสวยเป๊ะ ครีมรองพื้น YSL All Hours Foundation นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้เลยค่ะ ด้วยเนื้อรองพื้นที่บางเบา ไม่หนา ไม่หนัก และยังมีความสามารถในการอำพรางจุดบกพร่องต่าง ๆ ได้ดี แต่ยังให้ความเป็นธรรมชาติมาก ๆ เอาเป็นว่าถ้าเพื่อน ๆ อยากได้รองพื้นที่ใช้ได้ในชีวิตจริง ผิวสวยเป๊ะในชีวิตจริง ไม่ใช่ลงรองพื้นแล้วดูเหมือนคนหน้าแน่นไปออกงานทุกวัน YSL All Hours Foundation คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเลยค่ะ

ถึงตรงนี้แล้วเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านคงจะตัดสินใจเลือกซื้อเลือกหาครีมรองพื้น ติดทนนาน บางเบาแต่ปกปิดได้อย่างเทพ มาใช้ บอกเลยค่ะ ว่าของมันต้องมี มันคุ้มค่ามาก ถ้าตกลงใจได้แล้วก็กดเข้าไปที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ด้านล่างได้เลยนะคะ
ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website : https://www.yslbeautyth.com/th/all-hours-foundation.html

หน้า: [1] 2 3