แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

หน้า: [1] 2 3
1
รับสกรีนเสื้อนนทบุรี รับผลิตเสื้อยืด เสื้อโปโล
พร้อมงานสกรีน และ งานปัก รับปักเสื้อนนทบุรี

 สกรีนสียาง สีนูน สีเรืองแสง สีสะท้อนแสง
มุกเงิน มุกทอง ฟรอยเงิน ฟรอยทอง งานเฟล็ก

 ไม่มีจำนวนขั้นต่ำ

 งานด่วน 1-2 วัน รอรับได้ทันที
พร้อมบริการ ออกแบบ ฟรี !

 ติดต่อ 0814802729 / 0894444172
Website : www.สกรีนเสื้อนนทบุรี.com
ที่ตั้ง : ซอยวัดกู้ ตรงข้ามไปรษณีย์ปากเกร็ด นนทุบรี
ID Line : nut2729 / air4172
EMAIL : screennonthaburi@hotmail.com

 #ร้านสกรีนเสื้อ
#ร้านสกรีนเสื้อนนทบุรี












#สกรีนเสื้อ #ปักเสื้อ #สกรีนด่วน #ปักด่วน #เสื้อยืด #เสื้อโปโล #เสื้อรับน้อง#เสื้อแฟนคลับ #เสื้อคู่ #สกรีนวันเดียว #สกรีนแจ้งวัฒนะ #สกรีนเสื้อเมืองทอง#สกรีนเสื้อปากเกร็ด #สกรีนเสื้อนนทบุรี #สกรีนราคาถูก #ปักเสื้อราคาถูก #งานสกรีนด่วน #เสื้อนักร้อง #ปักเสื้อแจ้งวัฒนะ #ปักเสื้อเมืองทอง #เสื้อพนักงาน#เสื้อออเดอร์ #สกรีนเรืองแสง #สกรีนสะท้อนแสง #สกรีนฟรอย #สกรีนเช้าเอาเย็น

2


   เปิดรับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ!!
 เต็นท์เซฟ 590 บาท เต็นท์พับได้ 790 บาท เต็นท์ขายของ เต็นท์ผ้าใบ สกรีนโลโก้ หรือตราสัญลักษณ์ ได้ทุกแบบ ไม่มีขั้นต่ำ 1 ตัวก็ทำได้


  เต็นท์ตลาดนัด
 

 

เว็บไซต์ : http://www.pabai.vrgmm.com
Facebook : https://www.facebook.com/firsttent
ไอดีไลน์ : @atent ค่ะ อย่าลืมเติม"@"นำหน้าก่อนนะคะ
 Tel : 02-751-7673/084-1477-999/086-312-6084

3


รับรูดบัตรเครดิต ออนไลน์ ออฟไลน์ Key in เงินด่วนทันใจ ภายใน 5 นาที เฉพาะผู้มี "บัตรเครดิต" เท่านั้น
เปลี่ยนวงเงินบัตรเป็นเงินสด ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถรับบัตรเครดิตได้ทุกธนาคาร
บริการพิเศษ รับซื้อ รับแลกเงิน Truewallet Skrill Netteller Paypal รับเงินสดทันที


ซักถามเพิ่มเติม
ID Line : @cardtocash
สายด่วน : 085-549-4979
Website : https://card-to-cash.com

4


   เปิดรับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ!!
 เต็นท์เซฟ 590 บาท เต็นท์พับได้ 790 บาท เต็นท์ขายของ เต็นท์ผ้าใบ สกรีนโลโก้ หรือตราสัญลักษณ์ ได้ทุกแบบ ไม่มีขั้นต่ำ 1 ตัวก็ทำได้


  เต็นท์ตลาดนัด
 

 

เว็บไซต์ : http://www.pabai.vrgmm.com
Facebook : https://www.facebook.com/firsttent
ไอดีไลน์ : @atent ค่ะ อย่าลืมเติม"@"นำหน้าก่อนนะคะ
 Tel : 02-751-7673/084-1477-999/086-312-6084

5

  O-MAXXX อาหารเสริมที่ใช้สมุนไพรธรรมชาติ 100% ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในปัจจุบันว่าเป็นทางเลือกหนึ่งในทางเภสัชวิทยาที่ใช้ในการฟื้นฟู เสริมสร้างสุขภาพและสมรรถภาพของร่างกาย ทั้งนี้เนื่องมาจากที่สมุนไพรให้ความสำคัญในการเพิ่มเติมและฟื้นฟูสภาพร่างกายที่บกพร่อง ป้องกันการเสื่อมโทรมของร่างกาย โดยมีความปลอดภัยสูงกว่ายาแผนปัจจุบันที่สังเคราะห์มาจากสารเคมี

  ในปัจจุบันได้มีการนำเอาสมุนไพรมาแปรรูปทางเภสัชกรรมทำให้ได้อาหารเสริมสมุนไพรธรรมชาติที่สามารถใช้บริโภคได้สะดวกยิ่งขึ้นและให้ประสิทธิภาพดีกว่า ในขณะที่ยังคงจุดเด่นของสมุนไพรไว้เช่นเดิม

  O-MAXXX เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสมุนไพร เพิ่มขนาด ที่ใช้วิทยาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิต แปรรูปสมุนไพร ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในทวีปยุโรปและอเมริกา ในการช่วยบำรุงและฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศแบบบูรณาการ ทำให้ผู้ที่มีปัญหาทั้งในด้านการไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวไม่เต็มที่ของอวัยวะเพศ นั้นได้กลับมามีสมรรถภาพในการแข็งตัวของอัยวะเพศได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

  สารสกัดจากโสมเกาหลี
 โสมเกาหลี คัดสรรโสมชั้นดีที่เลี้ยงภายใต้อุณหภูมิ 20-30 องศา เก็บเกี่ยวที่อายุ 6 ปีเท่านั้น

  สารสกัดจากหอยนางรม
 มีส่วนช่วยในการสร้างฮอร์โมน เทสโทสเตอโรน ช่วยป้องกันต่อมลูกหมากอักเสบ อุดมไปด้วยอะมิโนและเทารีน ที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อ หลอดเลือด และระบบประสาททำงานเป็นปกติ

  สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย
 อุดมไปด้วยสารสำคัญหายาก Ginkgo Flavonoids และ Terpene Lactomes

  สารสกัดจากเห็ดหลินจือ
  นับเป็นสุดยอดวัตถุดิบคุณค่าสูงที่ใช้มานานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้ ใช้บำรุงร่างกายเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต ป้องกันโรคความดันโลหิต โรคหัวใจ และควบคุมปริมาณน้ำตาลได้เป็นอย่างดี

  ซิงก์กลูโคเนต
 ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ช่วยป้องกันและรักษาการเป็นหมันในผู้ชาย ช่วยป้องกันไม่ให้ตาบอดในผู้สูงอายุ

  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
 โทรศัพท์ : 0946178899
 ID Line : http://line.me/ti/p/~thirdeye888
 Facebook : https://www.facebook.com/อาหารเสริมผู้ชาย-O-Maxxx-920441934958555

6


  สั่งซื้อได้ที่นี่

  ถ้าคุณเปิดเข้ามาดูสินค้านี้ แสดงว่าท่านน่าจะกำลังตกลงใจว่าจะปลูกมัลเบอร์รี่ดีหรือไม่
  มันจะช่วยชดเชยรายได้จากปัญหาราคายางหรือพืชสวนอื่นๆ ที่ราคาตกต่ำได้จริงหรือไม่ แล้วสำหรับคนเมืองที่มีพื้นที่การปลูกเพียงเล็กน้อย ถ้าปลูกแล้วจะได้ผลรับประทานจริงมั้ย
  ท่านคงได้ยินข่าวที่เหล่าเพื่อนเกษตรกรได้หันมาทดลองปลูกมัลเบอร์รี่แล้วสามารถสร้างรายได้เทียบเท่า หรือในบางครั้งก็มากกว่ารายได้จากพืชสวนเดิม ถึงแม้จะปลูกแทรกเพียงไม่กี่ต้น
  จนทำให้บ่อยครั้ง เราจะเห็นชาวสวนได้ตัดสินใจโค่นต้นยางลง และหันมาเน้นปลูกมัลเบอร์รี่ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นแทน
  ผมก็เป็นหนึ่งในชาวสวนเหล่านั้น ที่ทดลองปลูกครั้งแรกเพียงแค่ 1 ต้น ปรากฏว่าผ่านไปไม่ถึง 5 เดือน มันช่วยให้ผมสร้างรายได้ได้มากกว่าที่ผมคาดคิดไว้ เพราะมันให้ผลออกมาเต็มต้น จนต้องลงทุนปลูกเพิ่มขึ้นในที่สุด
  หากคุณเคยปลูกพืชมาหลายชนิดแล้ว มัลเบอร์รี่จะไม่เป็นปัญหาเลยสำหรับคุณ ทั้งนี้เพราะมันเป็นพืชที่ปลูกง่ายมากๆ แทบจะไม่ต้องรดน้ำ สามารถปลูกแทรกต้นปาล์ม หรือต้นยางได้ทันที
  สำหรับคนเมืองนั้นก็สามารถปลูกลงกระถางและสามารถมีผลให้เก็บทานทุกวันได้เช่นกัน
  คุณจะเริ่มได้ผลสุกมัลเบอร์รี่ในเดือนที่ 4 นับจากวันที่ปักลงดินวันแรก และจะมีให้เก็บกินทุกวัน สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องต่างจากการปลูกทุเรียนหรือปาล์ม ที่ต้องรอหลายเดือนถึงจะมีให้เก็บครั้งนึง
  ราคาตลาดของมัลเบอร์รี่หากซื้อหน้าสวนก็จะอยู่ที่ราวๆ 180-200 บาทต่อกก. ซึ่งโดยปกติจะให้ผลได้ถึงปีละ 6 รอบ รอบละประมาณ 6-7 กิโลกรัมต่อต้น
  ซึ่งถ้าคุณสามารถแบ่งการปลูกแบบหมุนเวียนเพื่อให้รอบการเก็บเกี่ยวมัลเบอร์รี่เหลื่อมกันพอดีได้ ก็จะทำให้สามารถมีผลให้เก็บได้ตลอดปี สามารถขายเพื่อสร้างรายได้ได้ทุกวันและได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

  เคล็ดลับในการเร่งให้ต้นออกลูกดกขึ้น ทำได้ 2 วิธีหลักๆ
  วิธีแรกทำโดยการตัดแต่งใบ และโน้มให้ลำต้นโดนแสงแดดให้มากที่สุด โดยตัดใบที่บังแสงออก และตัดให้กิ่งยื่นเหลือจากลำต้นไว้ 1 เซ็นติเมตร ซึ่งจะได้เป็นตาที่จะแตกกิ่งและออกผลใหม่จากตานี้ต่อไป
  วิธีที่ 2 ทำได้โดยการ 'พักต้น' โดยการงดให้น้ำ เพื่อให้ต้นมัลเบอร์รี่สร้างภูมิคุ้มกันได้ด้วยตนเอง ซึ่งเทคนิคการพักต้นแบบนี้ จะช่วยให้ต้นมัลเบอรี่ให้ผลผลิตดกกว่าปกติในรอบการผลิตถัดไป

  จุดดีที่สุดของการปลูกมัลเบอร์รี่นั้น คือการลงทุนต้นพันธุ์เพียงครั้งเดียว จะสามารถเก็บเกี่ยวไปได้นานถึง 50 ปี แถมยังเริ่มเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ 4 เดือนแรกอีกด้วย ไม่ต้องรอเป็นปีๆ เหมือนพืชชนิดอื่นๆ แถมยังสามารถตัดชำเพื่อขยายพันธุ์ได้เอง
  ดังนั้นต้นทุนหลักจึงไม่ได้มาจากกิ่งพันธุ์มัลเบอร์รี่ แต่จะเป็นค่าจ้างแรงงาน ค่าปุ๋ยต่างๆ
แต่ข้อด้อยของมันก็คือต้องเก็บทุกวัน หากผลสุกได้เวลาเก็บแล้วแต่ปล่อยทิ้งไว้ เพียงแค่ 3 วันผลก็จะเน่า และมีเชื้อราขึ้นคาต้น ดังนั้นต้องมั่นใจว่าในช่วงที่มัลเบอร์รี่ให้ผลนั้น จะต้องสามารถเก็บลูกออกได้ทุกวัน
แต่ถ้าหากไม่สามารถเก็บได้ทุกวัน ก็แก้ง่ายๆ ด้วยการทำให้ต้น 'แกล้งตาย' โดยการปลิดใบทิ้งหมดทั้งต้นเพื่อบังคับไม่ให้ต้นออกลูก
วิธีนี้สามารถแก้ปัญหาการเก็บไม่ทัน และบังคับให้ต้นมัลเบอร์รี่ออกลูกสลับกับต้นอื่นเพื่อให้สามารถมีเก็บได้ตลอดทุกวันอีกด้วย

วิธีดูว่าผลสุกหรือยัง ให้ดูที่สีของผลมัลเบอร์รี่ หากยังเป็นสีแดงทั้งลูกอยู่จะมีรสเปรี้ยวฝาด ให้รอจนมีสีแดงครึ่งดำครึ่ง ไปจนถึงดำทั้งลูกถึงสามารถเก็บได้ เพราะว่ายิ่งมีสีดำมากก็จะยิ่งหวานมาก และการเก็บควรจะดึงย้อนขึ้นด้านบนเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกมัลเบอร์รี่ช้ำ
หากปลูกได้มากจนขายหรือทานไม่ทัน นอกจากจะแพ็คเป็นกล่องขายสดแล้ว ก็สามารถแปรรูปไปเป็นแยม ซึ่งผลมัลเบอร์รี่สด 1 กิโลกรัม นั้นสามารถทำแยมได้มากถึง 25-30 กระปุก ซึ่งขายได้ราคากระปุกละไม่ต่ำกว่า 50 บาท
และสามารถทำน้ำคั้นสดบรรจุขวดแช่เย็นไว้ดื่มภายหลัง นำไปอบแห้ง หรือผมเคยเห็นเกษตกรท่านนึง นำผลมัลเบอร์รี่มาใส่ตกแต่งกับโยเกิร์ตบรรจุถ้วยพลาสติกขาย ก็เพิ่มมูลค่าได้มากทีเดียว เพราะว่าถ้วยนึงใช้แค่ 3-4 ลูก แต่ขายได้ถึง 20 บาทต่อถ้วย

มัลเบอร์รี่ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดนึงในปัจุบัน ซึ่ง ดร.วิโรจน์ แก้วเรือง ผู้เชี่ยวชาญกรมหม่อนไหม ได้ให้ข้อมูลว่ามัลเบอร์รี่พันธุ์เชียงใหม่ 60 เป็นพันธุ์ที่ให้ผลสดที่ดีที่สุดในปัจจุบันของไทย โดยให้เหตุผลไว้ว่า
1.  มัลเบอร์รี่สามารถปลูกได้ทั่วทุกภาคของเมืองไทย
2.   ปลูกและดูแลรักษาง่าย ขอแค่ให้มีน้ำเพียงพอก็ให้ผลแล้ว
3.  ให้ผลผลิตประมาณ 1,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี เมื่อต้นหม่อนมีอายุ 3 ปีขึ้นไปหลังปลูก (เท่ากับสร้างรายได้ประมาณ 2 แสนบาทต่อไร่)
4.  ผลผลิตที่ได้ปลอดภัยจากสารพิษ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่พบว่ามีความจำเป็นต้องใช้สารป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช
5.  ผลมีสีแดงสดใสจนถึงสีแดงเข้ม (ผลห่าม) ดุจดังสีทับทิมสยาม สำหรับผลสุกให้สีม่วง เมื่อนำไปแปรรูปจะได้ ผลิตภัณฑ์สีสดใส ถูกใจผู้บริโภค

กิ่งมัลเบอร์รี่ของเรา เป็นสายพันธุ์เชียงใหม่ 60 ซึ่งได้ตัดแต่งและชุบแช่น้ำยาเร่งรากให้เรียบร้อยแล้ว ป้องกันด้วยการห่อหุ้มด้วยกระดาษอย่างดี  งอกทุกกิ่ง 100% ตั้งแต่ขายมายังไม่มีลูกค้าท่านใดแจ้งว่าปักแล้วไม่งอก


รับประกันความเสียหายจากการขนส่ง หากพบว่ามีกิ่งที่แตกหัก ปักแล้วไม่งอก ติดต่อเพื่อมาขอรับกิ่งชดเชยได้ทันทีโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้นครับ



สิ่งที่คุณจะได้รับ:
- กิ่งมัลเบอร์รี่เปอร์เซนการงอก 100% ติดทุกกิ่ง
- สายพันธุ์เชียงใหม่ 60 แข็งแรง ปลูกง่าย ให้ผลดก
- พร้อมแช่น้ำยาเร่งรากและตัดแต่งให้แล้ว พร้อมปักลงดินได้เลย
- ได้ผลมัลเบอร์รี่สดๆ กินภายใน 4 เดือน หลังจากปักลงดิน
- ปลูกครั้งเดียว สามารถเก็บเกี่ยวได้นานต่อเนื่องถึง 50 ปี
- ประกันความเสียหายระหว่างจัดส่ง หากพบว่ากิ่งแตกหัก เสียหาย ปักไม่ขึ้นสามารถติดต่อมาขอรับกิ่งเพิ่มได้ทันที

เมื่อสั่งซื้อแล้วทำยังไงต่อ?
1. เตรียมดินใส่ถุงดำใบเล็ก หรือแก้วพลาสติกเจาะรูไว้สำหรับปักชำ
2. เมื่อได้กิ่งแล้ว ให้ปักและวางเอาไว้ในที่ร่ม รดน้ำเช้าเย็น (บางคนถนัดแช่น้ำให้รากออกแล้วค่อยปักดิน แต่วิธีนี้รากจะช้ำตอนเอาลงดินจึงไม่แนะนำครับ)
3. ทิ้งไว้ในที่ร่ม รดน้ำเช้าเย็น ประมาณ 2 อาทิตย์จะแตกยอดอ่อน ให้รอต่อจนครบ 1 เดือนจึงนำลงดิน หรือใส่กระถางใหญ่แล้ววางรับแดดได้
4. หลังจากนี้ 3 เดือนจะเริ่มออกผลผลิตให้เก็บ (4 เดือนนับจากปักลงดิน)
ดินที่ใช้แนะนำให้ใช้เป็นดินทราย แต่หากไม่มีก็สามารถใช้ดินที่สวนของคุณ หรือซื้อดินถุงได้เช่นกันครับ

ท่านใดบ้างท่านใดบ้างที่เหมาะกับการปลูกมัลเบอร์รี่?
- เกษตรกรที่กำลังมองหาพืชผลทางเลือก ที่สามารถปลูกแทรกกับพืชสวนที่มีอยู่แล้วเพื่อสร้างรายได้เสริม ซึ่งเก็บขายได้ตลอดต่อเนื่องทุกวัน
- ผู้ที่รักการปลูกต้นไม้ ที่บ้านอยู่ในเมือง มีพื้นปลูกที่จำกัด แต่ต้องการผลไม้ที่เก็บกินได้จริงจังตลอดปี
- สถานที่ราชการ หรือสถานประกอบการ ที่้ต้องการสร้างอาชีพเสริมหรือรายได้เสริมให้กับบุคลากร
- โรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ต้องการฝึกสอนการเพาะปลูกให้กับเด็ก ๆ ที่ได้ผลทานรวดเร็วภายในไม่กี่เดือน
- บุคคลอื่นๆ ที่สนใจและรักสุขภาพ เพราะว่านอกจากจะปลูกง่ายแล้ว มัลเบอร์รี่ยังเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์สูงมาก

ถึงตรงนี้ ท่านเหลือเพียง 3 ทางเลือกแล้วครับ
1. ปิดหน้านี้ไป ลืมเรื่องมัลเบอร์รี่นี้ แล้วหันไปหาพืชชนิดอื่นแทน
2. หาซื้อกิ่งพันธุ์เองจากเจ้าอื่น ซึ่งอาจทำให้ท่านต้องเสียเวลาเดินทาง และเสี่ยงกับการได้กิ่งพันธุ์ที่ไม่ดี แต่คุณคงไม่อ่านถึงตรงนี้ถ้าจะทำอย่างนั้น
3. สั่งกิ่งมัลเบอร์รี่ที่รับประกันคุณภาพกับเราและเตรียมดินไว้ แล้วรอรับอย่างสบายใจอยู่ที่บ้าน ภายใน 2 ถึง 4 วันทำการ คุณจะได้รับกิ่งมัลเบอร์รี่จากเราไปพร้อมปักลงดินได้ทันทีอย่างสะดวกและรวดเร็ว

คงต้องขอย้ำอีกครั้งว่ารับประกันความเสียหายจากการจัดส่ง หากพบว่ากิ่งพันธุ์แตกหัก ปักแล้วไม่งอก ติดต่อกลับมาได้ทันทีครับ เราจะส่งกิ่งใหม่ไปให้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
คำถามที่พบบ่อย FAQ:
มีสายพันธุ์อื่นมั้ย?
= เวลานี้เรามีสายพันธุ์เดียวคือพันธุ์เชียงใหม่ 60 เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ให้ลูกสดที่ดีที่สุดในปัจจุบันครับ

ยังมีสินค้าอยู่มั้ย?
= ถ้ายังมีปุ่มให้กดสั่งซื้อได้ในหน้าเวบ แปลว่ายังมีสินค้าอยู่ สามารถกดสั่งซื้อได้ทันทีครับ

ได้กิ่งไปแล้วทำไงต่อ?
= เมื่อได้กิ่งแล้วทำตามขั้นตอนดังนี้
1. เตรียมดินใส่ถุงดำใบเล็ก หรือแก้วพลาสติกเจาะรูที่ก้นแก้วไว้ แล้วปักด้านที่หุ้มกระดาษลงดิน (นำกระดาษหุ้มออกก่อน) และวางในที่ร่ม รดน้ำเช้าเย็น
2. ทิ้งไว้ในที่ร่ม รดน้ำ2 เวลา เช้าเย็น ประมาณ 2 อาทิตย์จะแตกยอดอ่อน ให้รอต่อจนครบ 1 เดือนจึงนำลงดิน หรือใส่กระถางใหญ่แล้ววางรับแดดได้
3. หลังจากนี้ 3 เดือนจะเริ่มออกผลผลิตให้เก็บ (4 เดือนนับจากปักลงเดือน)
ดินที่ใช้แนะนำให้ใช้เป็นดินทราย แต่หากไม่มีก็สามารถใช้ดินที่สวน หรือซื้อดินถุงได้เช่นกันครับ

เมื่อไหร่จะได้ลูกมัลเบอร์รี?
= ราว 4 เดือนหลังจากปักลงดิน

มัลเบอร์รี่ ปลอดสารพิษ





ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lazada.co.th/products/lazada-mulberry-organic-super-fruit-100-50-10-i234091683-s359002681.html?mp=3&spm=a2o6z.store_hp.productPromotion_36812951.2

7
บริการรับจัดงานแบบครบวงจร
เราพร้อมบริการคุณด้วยทีมงานระดับมืออาชีพ งานเล็ก งานใหญ่ ให้ท่านได้ประทับใจกับความใส่ใจในรายละเอียด
เพื่อคุณภาพงานทุกๆกิจกรรม ให้ได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นนอน โดยคณะทำงานที่ตั้งใจเสกสรรได้อย่างลงตัว แบบครบวงจร ที่ Beework Organizer

รับจัดงานอีเว้นท์ทั่วพื้นที่ตะวันออก โดยทีมงานมืออาชีพ

Event Grand Opening / จัดงานเปิดตัวบริษัท แบบครบวงจร
Annual  Party /  งานเลี้ยงบริษัท , คอนเสิร์ต , ดนตรี ,พิธีกร
Wedding Planner / งานแต่งงาน พิธีการเช้า , งานเลี้ยงฉลองสมรส
Sporty  Day Activity  / จัดกีฬาสากล และกีฬามหาสนุก
Team Building / กิจกรรมส่งเสริมองค์กรให้เข็มแข็งที่มีสาระและความสนุกสนาน
Walk Rally / กิจกรรมที่ก่อให้เกิดความสามัคคีและความสนุกสนาน
Group Tour / บริการนำเที่ยวประจำปี
กิจกรรม CSR  / จัดกิจกรรมเกียวกับสิ่งแวดล้อม
Road  Show / กิจกรรมประชาสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ
รับจัดอาหาร / จัดเบรค , อาหารแบบค๊อกเท๊ล ,บุฟเฟ่ต์ ,แบบออกร้าน , โต๊ะจีน
บริการเช่าของจัดงาน / เต๊นท์ , โต๊ะ - เก้าอี้พร้อมผ้าคลุม , เช่าอุปรณ์เกมส์
บริการเช่า ระบบแสง สี เสียง

ที่อยู่ติดต่อ
BEEWORK ORGANIZER CHONBURI
148/7 หมู่ 2  ต.สุรศักดิ์  อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110
โทร  : 092-2956463 , 095-7935644 , Tel&Fax : 033-000318

BEEWORK ORGANIZER BANGKOK
EMAIL : beework_organizer@yahoo.com
เว็บไซต์ : www.beeworkorganizer.com
Blog : http://beeworkorganizer.blogspot.com
Facebook : https://www.facebook.com/beework.organizer

รับจัดงานเลี้ยงบริษัท รับจัดงานเลี้ยงปีใหม่










8


นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม CLMVT Forum 2019
ถกความร่วมมือ 5 ประเทศขับเคลื่อนภูมิภาคสู่การเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน CLMVT Forum 2019 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “CLMVT as the New Value Chain Hub of Asia” (การผลักดันให้ CLMVT เป็นศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย) ในวันนี้ (จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562) ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ โดยการประชุม CLMVT Forum 2019 ในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานพันธมิตร 11 องค์กร เพื่อเป็นเวทีแสดงศักยภาพของ 5 ประเทศในภูมิภาค CLMVT ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย พร้อมร่วมปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน พัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในยุคสงครามการค้า และร่วมขับเคลื่อนภูมิภาคสู่การเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย
ภายในงานฯ ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา H.E. Mr. Pan Sorasak รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา H.E. Mr. SOK Chenda Sophea รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ สปป.ลาว H.E. Mrs. Khemmani Pholsena และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เมียนมา H.E. Dr. Than Myint พร้อมคณะ ตลอดจนผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์      นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า นางสาวพิมพ์ชนก    วอนขอพร และผู้บริหารองค์กรพันธมิตร ร่วมให้การต้อนรับ



นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างพิธีเปิดงานว่า “รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของภูมิภาค CLMVT ในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของเอเชียและโลก จึงเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม CLMVT Forum 2019 ขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก คือการผลักดันให้ CLMVT เป็นศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย พร้อมขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดและแนบแน่น ตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งภายในภูมิภาค CLMVT และภายนอก รวมทั้ง สร้างเครือข่ายของผู้นำทางธุรกิจ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ และเยาวชนคนรุ่นใหม่ในภูมิภาค CLMVT เพื่อเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าร่วมกันอย่างยั่งยืน ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโลก และต้องเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงแนวโน้มการใช้นโยบายปกป้องทางการค้า และสงครามการค้า”
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า “การเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าร่วมกันในภูมิภาคนี้ จะต้องให้ภาคเอกชนและภาควิชาการเป็นหลัก โดยที่ภาครัฐจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกและวางรากฐาน ที่ผ่านมาภาคเอกชนของภูมิภาค CLMVT ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจ การสร้างและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในการประสานความร่วมมือในด้านต่างๆ  การประชุม CLMVT Forum 2019 จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งจะได้รับความรู้ และความคิดเห็นที่มีค่าจากการระดมสมองของผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจการค้าของประเทศ CLMVT มานำเสนอให้เห็นศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของภูมิภาค เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางความร่วมมือของภูมิภาค CLMVT ในอนาคต พร้อมแนวทางในการปรับตัวเพื่อรองรับกับความท้าทายและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่”
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า “เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการทำธุกิจของทุกคนอย่างแยกไม่ออก ในยุคนี้ที่เรียกกันว่ายุคแห่ง “การปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4” ซึ่งเป็นการ          หลอมรวมกันระหว่างเทคโนโลยีดิจิทัล เทคโนโลยีกายภาพ และเทคโนโลยีชีวภาพเป็นหนึ่งเดียว โดยจะเข้ามาปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชิวิต และการทำธุรกิจในทุกภาคเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม เกษตร หรือบริการ โดยเทคโนโลยีสมัยใหม่เหล่านี้มีความซับซ้อน ทำให้การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องพบกับความท้าทายอย่างมาก นอกจากจะการแข่งขันที่สูงขึ้นแล้ว ยังมีความไม่แน่นอน และความผันผวนสูงในการทำธุรกิจ ทำให้ทุกภาคส่วนใน CLMVT ต้องปรับตัว และที่สำคัญคือ ต้องจับมือกันในการก้าวไปข้างหน้าและแบ่งปัน ไม่ใช่แข่งขันกันอย่างเดียว โดยเฉพาะต้องช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยปรับตัวในการเรียนรู้ ลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตในห่วงโซ่คุณค่าสมัยใหม่ได้”
“หลักการสำคัญที่ประเทศไทยยึดมั่นมาตลอด คือหลักการ “การเติบโตไปด้วยกัน” หรือ “Stronger Together” นั่นคือการมีส่วนร่วมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยประเทศในกลุ่ม CLMVT  มีความสัมพันธ์อันดี  มายาวนาน บนพื้นฐานของการให้ความเคารพในความหลากหลาย และการสร้างความเกื้อกูลกันด้วยการประสานผลประโยชน์แบบเท่าเทียม ดังนั้น งาน CLMVT Forum 2019 นี้ จะเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์อันดีข้างต้น เพื่อนำไปสู่การเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนของภูมิภาค CLMVT และเพื่อแสดงให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดที่เกิดจากความร่วมมือและการประสานจุดแข็งของประเทศในภูมิภาค นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย
ด้านนางสาวชุติมา บุณยประภัสร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเสริมว่า กลุ่มประเทศ CLMVT เป็นภูมิภาคที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ อาทิ ทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชีย การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เพียบพร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทุนมนุษย์ที่มีความรู้ความสามารถ และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าและการลงทุนที่น่าสนใจที่สุดในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก
การประชุม CLMVT Forum 2019 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 3 ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชน กว่า 500 ราย จาก 14 ประเทศทั่วโลก ประกอบด้วยวิทยากรจากองค์กรชั้นนำของไทย กลุ่มประเทศ CLMV และนานาชาติ อาทิ J.P. Morgan, Google, DHL, National University of Singapore, Chandragan Group ประเทศอินเดีย, Singapore Manufacturing Federation, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย, ธนาคารแห่งประเทศไทย,สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และ WHA Corporation เป็นต้น นางสาวชุติมา กล่าวทิ้งท้าย




















9


ร้านพหลวิว [ Phahon View ] ร้านอาหารไทย วิวสวย ๆ กลางน้ำ อาหารอร่อย ไทย จีน ใต้ อีสาน มีมุมถ่ายรูปเพียบ ที่จอดรถสะดวก  วิวสวยๆดื่มด่ำกับบรรยากาศกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ ในยามค่ำคืน ประดับไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ  สะท้อนผิวน้ำ อย่างสวยงาม  รับลมหนาวรับอากาศอันปลอดโปร่ง เปิดหลังคาสไลด์ดูดาว มีคาราโอเกะ18765 เพลงในเครื่อง คาราโอเกะเพลงอัพเดททุกเดือน วงดนตรีสด3วงทุกคืน อาหารมากมายกว่า200 เมนู และพบกับเด็กเสริฟหน้าตาดี จัดกันเต็มๆๆกับโปรโมชั่นมากมายที่พหลวิว เจ้าของใจดีและจริงใจ











































































































ที่สุดของบรรยากาศที่สุดของอาหาร เครื่องดื่ม ที่ครบทุกรูปแบบกับการบริการที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ครอบครัว วัยรุ่น วัยทำงาน เป็นร้านที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มทุกวัย จัดเลี้ยงฟรีสถานที่ จัดวันเกิดลด10%ไม่จำเป็นต้องตรงวันเลี้ยงก่อนเลี้ยงหลังอยู่ใน15วัน ที่นี้สมดุลสุดๆ ร้านพหลวิว เปิด15.00-01.00น.
อีกร้านขอแนะนำคือ ร้านพหลฟู้ดคอร์ท ร้านอาหารแนวกลางวัน เปิดบริการ กาแฟ อาหารอร่อย ไทยจีน อีสาน ใต้  กับบรรยากาศกลางน้ำชิวๆ มีดนตรีสดฟังเบาๆกลางวัน คุยกันรู้เรื่อง  และเป็ดให้ท่านมาเดินชมวิว มีมุมถ่ายภาพสวยๆ มากมาย เปิดบริการ ตั้งแต่ 8.00-21.00 น. อยู่ติดกับร้าน พหลวิว [Phahon View] อยู่ติดถนนใหญ่ เป็นถนนตัดใหม่ ติดซอยพหลโยธิน50 เลขที่ตั้ง 695 ถนนเทพรักษ์ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220  ใช้ลานจอดรถเดียวกัน




















ทั้งสองร้านพหลวิวและ ร้านพหลฟู๊ดคอร์ท บริหารงานโดยคนหนุ่มไฟแรง คุณ ธีรวุฒิ  สอบถาม 081-7792442 คุณธีรวุฒิ
facebook  https://www.facebook.com/PhahonView/
หากแจ้งทางร้านมาจากแฟนเพจ พหลวิวPhahonView  มีส่วนลด10%
แผนที่
https://www.google.co.th/maps/place/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99+%E0%B8%9E%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7/@13.8765311,100.6378789,17z/data=!3m1!4b1!4m5!3m4!1s0x311d7d369eea2723:0x6939a8a92385dcd4!8m2!3d13.8765311!4d100.6400676?hl=th

10
ช่างไฟดอทคอม เว็บผู้ให้บริการด้านงานระบบไฟฟ้า
ให้บริการงาน ซ่อมไฟฟ้า 24 ชั่วโมง
โดยทีมงานบริษัท เออีซีเอ็นจิเนียริง จำกัด
บริการงานติดตั้งไฟฟ้า งานซ่อมแซมระบบ
ไฟบ้าน ไฟอาคาร ไฟฟ้าโรงงาน
รับประกันงานซ่อม
ประกันงานติดตั้ง
ติดต่อ โทร : 061 417 5732

Facebook
https://www.facebook.com/changfidotcom

เว็บไซต์
https://www.changfi.com

Line@
@changfi

ช่างไฟฟ้า ผู้รับเหมาไฟฟ้า







11
หากว่าวันหนึ่งต้องมีงาน จัดงานแต่งงาน งานบวช งานทำบุญบ้าน งานเลี้ยงบริษัท หรืองานฉลองมงคล ต่างๆ  คุณคิด ว่าคุณจะถูกไหม  หากไม่ได้รับการแนะนำที่ถูกต้อง www.howthai.com เป็นเว็บไซต์ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดงานต่างๆ  ตามขนบธรรมเนียมประเพณีถูกต้องของไทย แนะนำขั้นตอนและวิธีการต่างๆ. รวมไปถึงบอกเทคนิคและเคล็ดลับ การจัดงานให้อยู่ในงบประมาณที่คุณต้องการได้ ขอเชิญทุกท่านเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยมีข้อมูลแน่นปึก...






12
ช้อปสินค้าของใช้-ของตกแต่งบ้านมีดีไซน์ อัพเดทเทรนด์ไลฟ์สไตล์ที่โซน BIG+BIH ในงาน STYLE Bangkok เดือนเมษายน



STYLE Bangkok เดือนเมษายน รวบรวม 3 ความยิ่งใหญ่ของงานแสดงสินค้านานาชาติ 3 งานไว้ด้วยกัน ได้แก่ งาน BIFF&BIL (งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง) TIFF (งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์) และงาน BIG+BIH หรืองานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของตกแต่งบ้าน

โซน BIG+BIH ถือเป็นส่วนหนึ่งของงานยิ่งใหญ่ของงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เดือนเมษายน ซึ่งจะจัดภายใต้คอนเซ็ปท์ Crenovative Origin จัดเต็มสินค้าไลฟ์สไตล์สุดสร้างสรรค์ ที่ผสมผสานนวัตกรรมและอัตลักษณ์แห่งไทย ปูพรมจัดเต็มพื้นที่ไบเทค บางนา

คุณวิริยะ พึ่งสุนทร ประธานผู้บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์ เนเจอร์ทัช “เนเจอร์ทัช เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสุคนธบำบัด มีผลิตภัณฑ์น้ำหอมและน้ำมันหอมระเหย รวมถึงสกินแคร์คุณภาพสูง ที่ผลิตจากสมุนไพรและสารสกัดธรรมชาติ ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งคุณภาพและความปลอดภัย เหมาะสำหรับการใช้ในโรงแรม โรงพยาบาล สปา สถานทูต และสายการบินชั้นนำ ซึ่งปัจจุบันเราส่งออกไปยัง 20 กว่าประเทศทั่วโลก”

สินค้าของเนเจอร์ทัชประกอบไปด้วยกลุ่มสกินแคร์ เช่น แชมพูและครีมนวด สบู่และครีมอาบน้ำ ครีมบำรุงผิว ครีมทามือ แป้ง ฯลฯ กลุ่มเครื่องหอม เช่น น้ำหอม น้ำมันหอมระเหย น้ำมันนวดบำรุงผิว น้ำหอมและสเปรย์ปรับอากาศสำหรับห้อง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีสินค้าในห้องพัก (Amenities) อื่นๆพร้อมบริการผลิตสินค้าในรูปแบบชุดของขวัญ และของชำร่วย

“นอกจากนี้สินค้าที่เป็นความภูมิใจล่าสุดของเนเจอร์ทัชคือ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม GREEN POTION สกินแคร์จากสารสกัดพืชพรรณธรรมชาติ 100% ผสานส่วนผสมออร์แกนิก ที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน ECOCERT ประเทศฝรั่งเศส ผลิตโดยใช้เครื่องจักรน้อยที่สุด และไม่ใช้ส่วนผสมสารเคมี สารกันเสีย และน้ำหอม ซึ่ง GREEN POTION ผ่านการรับรองมาตรฐานยุโรปจากไบโออะกริเสิร์ช เอสอาร์แอล และได้รับอนุญาตให้ใช้สัญลักษณ์ NATRUE บนผลิตภัณฑ์ เพื่อแสดงว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่บริสุทธิ์ อ่อนโยน ปลอดภัยต่อผู้ใช้ และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย”

เนเจอร์ทัชกำลังปรับเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัตถุดิบรีไซเคิล และการรียูสบรรจุภัณฑ์ โดยหวังจะช่วยให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่เป็นมิตรกับมนุษย์และธรรมชาติอย่างแท้จริง ในราคาสมเหตุสมผล ขณะเดียวกันก็มุ่งส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ไทยในการสร้างสรรค์และผลิตสินค้าคุณภาพดีสู่นานาประเทศ เพื่อให้แบรนด์ไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากลด้วย

คุณธัญลักษณ์ วัชรสถาพรพงศ์ ดีไซน์เนอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ PYRA (พีร่า) “กระเป๋าดีไซน์โดดเด่นแบบแปลงร่างปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ 2 แบบ ใช้ได้ถึง 4 สไตล์ และกระเป๋าสามเหลี่ยม 3 มิติ ลดความซ้ำซากจำเจจากการมีกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมมากมายในท้องตลาด อีกทั่งตัดเย็บอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน วัสดุที่ใช้เป็นหนังแท้ Full grain ผสมกับเทคนิคเฉพาะของแบรนด์ ทำให้กระเป๋ามีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงทนทานสูง”

คุณธันยพงศ์  ภัทรโชคช่วย ดีไซเนอร์และผู้จัดการแบรนด์ A Lua Home เล่าว่า “Spire Vase หนึ่งในสินค้าของแบรนด์ เป็นแจกันรูปทรงปากสูงชะลูด เรียวรับกับก้านไม้ ช่วยส่งเสริมจุดรวมสายตาขึ้นไปยังดอกไม้ ลวดลายเป็นงานเขียนมือของช่างศิลป์ที่บรรจงถ่ายทอดลงบนชิ้นงานอย่างประณีต การผลิตชิ้นงานโดยนำเครื่องลายครามมาปรับเปลี่ยน ผสมผสานกับวัสดุอื่น เพื่อเพิ่มมิติและความหลายหลายให้กับชิ้นงาน ให้ออกมาเป็นงานที่ใช้สอยประโยชน์ได้สูงสุด”

คุณอรษา ปัญญาธนพร ผู้จัดการแบรนด์ Garden Wednesday “ความโดดเด่นของสินค้าคือ
การผสมผสานศิลปะ และการออกแบบ เพื่อสร้างความสุขแก่ผู้บริโภค จากแรงบันดาลใจการมองเห็นความสวยงามต่อสิ่งรอบตัวและส่งต่อคุณค่าทางจิตใจแก่ลูกค้า ซึ่งจากการร่วมงาน STYLE Bangkok มาตั้งแต่ปี 2559 ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีและสินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะต่างประเทศ”

งาน STYLE Bangkok เดือนเมษายน จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน ณ ไบเทค บางนา โดยเปิดเป็นวันเจรจาธุรกิจ 17-19 เมษายน เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดสำหรับประชาชนทั่วไป วันเสาร์ที่ 20 และวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน เวลา 10.00-21.00น.ชมข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่  www.stylebangkokfair.com














13


“เตรียมปืนให้พร้อม สงกรานต์นี้ blued จัดเต็ม เตรียม เป้า(หมาย)นายแบบหนุ่มฮอตน่าเดท เพื่อให้ผู้โหลดลุ้นออกเดทไปกับพวกเขา เรามาส่องกันว่าจะงานดีขนาดไหน “

แอพพลิเคชัน Blued แจกไอโฟนXR ฟรี เพียงร่วมโหลดหนุ่มน่าเดท สงกรานต์2019 นี้กับ My BlueDate 2019 ผู้ร่วมโหวตไม่ว่าจะเป็นชายเทียมหรือหญิงแท้ ก็มีโอกาสได้ออกเดทกับผู้ชนะของเรา1 คืน ในภายใต้ #bluedสงกรานต์นี้ไม่มีนก #bluedBR>


แอปพลิเคชัน Blued ตามหาหนุ่มสุดฮอตสงกรานต์ที่ชาวเราอยากออกเดทด้วยมากที่สุด เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาทนอกจากนั้นผู้ชนะจะได้เป็น Brand Ambassador ของ Blued ร่วมแสดงซีรี่ย์กับทางบริษัท JINLOE MEDIA WORK และได้รับตำแหน่ง Man Of The Year Thailand 2019 เพื่อเป็นตัวแทนจากประเทศไทยไปประกวดบนเวทีนานาชาติ “Man Of The Year 2019”

Blued แอปพลิเคชันสังคมออนไลน์เพื่อชาวเกย์ ที่พัฒนาโดยบริษัท Blued  มีจุดประสงค์เพื่อให้สังคมเปิดรับความหลากหลายทางเพศและเพื่อกระจายความรู้เกี่ยวกับโรค HIV ทั้งนี้ Blued ได้จัดกิจกรรม คู่เดท ใน #bluedสงกรานต์ไม่นก เพื่อเตรียมฉลองต้อนรับ กฏหมายคู่ชีวิต ของประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้โดยเปิดโอกาสให้เพศเดียวกันแต่งงานกันได้ ชายแต่งงานกับชายและหญิงแต่งกับหญิง ไม่ได้จำกัดเฉพาะชายกับหญิง เท่านั้น ซึ่งกฎหมายคู่ชีวิตจะมีสิทธิและหน้าที่ช่วยเหลือ อุปการะ เลี้ยงดูกัน รวมทั้งให้มีสิทธิในฐานะคู่ชีวิต เช่น สิทธิในการยินยอมรักษาพยาบาล,อำนาจจัดการศพ,การดำเนินคดีอาญาแทนคู่ชีวิต,การเรียกร้องสินไหมทดแทนจากการขาดไร้อุปการะ,การจัดการทรัพย์สิน,การรับมรดก แต่ไม่รวมถึงการรับบุตรบุญธรรม ,การเปลี่ยนคำนำหน้านาม,การเปลี่ยนชื่อสกุล รวมทั้งสวัสดิการของรัฐ ซึ่งจะต่างกับการจดทะเทียนของชายหญิงทั่วไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์กับกฎหมายหลายฉบับ อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวก็เป็นการเปลี่ยนแปลงก้าวแรกของการเรียกร้องสิทธิ์ชาวLGBT ที่น่าเฉลิมฉลองยิ่งนัก โดยกิจกรรม My BluedDate 2019 จะมีหนุ่มๆสุดฮอตที่ชาวเราชื่นชอบมาประกวด เพื่อหาสุดยอดหนุ่มน่าเดท โดยผู้ชนะที่ได้จากการประกวด จะสุ่มเลือกผู้ร่วมโหวตจาก แอปพลิเคชันหาเพื่อนใหม่ของ Blued เพื่อมาออกเดทด้วยกัน 1 วัน ทั้งนี้ทางทีมจัดกิจกรรมได้ย้ำไว้ว่ากิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีใหม่ๆไม่ใช่การส่งเสริมเรื่องทางเพศแต่เป็นอย่างใด

แอปพลิเคชัน Blued เริ่มเปิดให้บริการที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2559 หลังจากเปิดให้บริการได้ 4 เดือน มียอดผู้เข้าใช้เพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า นอกจากแอปพลิเคชัน Blued แล้วทางบริษัทยังให้ความสนใจกับซีรี่ย์เกย์ ทั้งนี้ทาง Blued ได้จับมือกับบริษัท JINLOE MEDIA WORK ร่วมกับจัดสร้างซีรี่ย์เกย์เผยแพร่ทางออนไลน์ผ่านช่องทาง YouTube อีกด้วย

เช่นเดียวกับกิจกรรม My BlueDate ครั้งนี้ ทาง App Blued จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นมิตรภาพที่ดี แลกเปลี่ยนทัศนคติ มุมมอง ซึ่งความสัมพันธ์ไม่จำเป็นจะต้องจบลงที่ความสัมพันธ์คู่รักเสมอไป แม้ตัวอย่างโฆษณาจะออกมาล่อแหล่มไปนิด  แถมยังสื่อสารออกมาในสองแง่สองง่าม ทั้งนี้ก็เพื่อดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายที่ Blued ต้องการสื่อสารถึง แต่นัยยะของตัวเนื้อเรื่องโฆษณา ก็ยังแฝงไว้ด้วยแนวคิดเรื่องความรัก เนื้อแท้ที่อยู่ภายใต้เปลือก โดยที่ทางทีมสร้างเชื่อว่าเราทุกคนล้วนต้องเกิดมาอยู่เป็นคู่ และมีอีกหลายท่านที่เฝ้าคอยความรักจาก กามเทพ ที่จะมามอบความรักดีๆให้กับพวกเขา ในโฆษณาทีมสร้างต้องการสื่อให้เห็นว่าทางแอปพลิเคชัน Blued จัดกิจกรรมขึ้นให้คุณได้เป็นกามเทพของตนเอง โดยใช้ปืนที่ท่านมียิงใส่คนที่คุณอยากจะเดทด้วยดังในตัวโฆษณาและเสื้อที่ขาดเปรียบกับเนื้อแท้ภายใต้เปลือกนอกนั้นเอง



My BlueDate 2019 กิจกรรมค้นหาหนุ่มหล่อขวัญใจชาวเราที่น่าเดทที่สุดในเทศกาลสงกรานต์ 2019 โดยผู้ร่วมสนุกจะต้องทำกิจกรรมกับทาง Blued เพื่อหาผู้ชนะชิงเงินราลวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาทและรางวัลอีกมากมาย นอกจากนี้ผู้ร่วมโหวตยังมีสิทธิ์ลุ้นออกเดทกับผู้ชนะการประกวด My BlueDate 2019 จำนวน 1 วัน โดยเริ่มเปิดรับสมัครในวันที่ 1-20 มีนาคม 2562 และเริ่มทำกิจกรรมวันที่ 21 มีนาคมเป็นต้นไป ผู้เข้าประกวดจะต้องร่วมทำกิจกรรมเพื่อคัดผู้ผ่านเข้ารอบจนเหลือผู้ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายและมาตัดสินผู้ชนะกันบนเวทีที่ถนนสีลม ในวันที่ 15 เมษายน 2562 โดยจะให้ผู้ร่วมงานเตรียมปืนมายิงผู้เข้าประกวดที่ใส่ชุดตัดมาจากกระดาษว่าว ผู้เข้าประกวดคนไหนถูกยิงจนเสื้อขาดก่อนจะเป็นผู้ชนะ จากนั้นผู้ชนะการประกวดจะสุ่ม 1 ผู้ร่วมโหวตเพื่อไปเดทกับหนุ่ม My BlueDate 2019 เป็นเวลา 1 วัน สนใจร่วมสนุกหรือติดตามข่าวกิจกรรมได้ที่ Facebook : Blued
สามารถรับชม Teaser My Blue Date 2019 ได้แล้วที่
https://www.youtube.com/watch?v=-Ddt1_OXGpw
และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Blued ได้แล้ววันนี้ที่ https://bit.ly/2CgAHni
เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bluedthailand


14


สำหรับสาว ๆ สายบิวตี้ทั้งหลาย ที่สนใจในการดูแลตัวเองเป็นอย่างมาก ใช้ครีมเพื่อการดูแลและบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ตื่นนอน ไปจนถึงก่อนเข้านอน ซึ่งก็กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่จะขาดไม่ได้ แต่ทุก ๆ ท่าน เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ครีมที่เราทาที่เราให้กันอยู่ทุกวันอย่าง day cream กับ night cream นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และทั้ง 2 อย่างสามารถใช้แทนกันได้หรือเปล่า ในวันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนที่สงสัยกันอยู่ค่ะ
เริ่มจาก Day Cream กันก่อนเลยค่ะ ซึ่งชื่อของมันก็บอกกันอยู่แล้วว่า มันเป็นครีมบำรุงผิวสำหรับใช้ทาในเวลากลางวันซึ่งใน Day Cream นั้นจึงมักมีส่วนผสมของสารกันแดด เพื่อปกป้องผิวหน้าของท่าน จากแสงแดดระหว่างวัน เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหลาย ๆ คนก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงแดด นั้นคือตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวของเรา ดังนั้นใน Day Cream นอกจากจะมีสารบำรุงผิวแล้ว ก็ยังมีส่วนประกอบของสารกันแดด เพื่อช่วยคุ้มกันผิวของท่านจากรังสี UV และยังมีอีกหลายท่านที่ยังมีความเข้าใจแบบผิด ๆ ว่า ทำงานในตึก ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ทำงานกลางแจ้ง จึงไม่จำเป็นต้องใช้ครีมที่มีความสามารถในการคุ้มกันแสง UV บอกไว้ตรงนี้เลยว่าแสงจากไฟนีออน ก็มีรังสี UV ชนิดเดียวกับในแสงแดด ถึงแม้ว่าระดับความรุนแรงของ UV จากแสงนีออนจะไม่มากเท่า UV โดยตรงจากดวงอาทิตย์ก็ตาม แต่ก็สามารถส่งผลเสียต่อผิวพรรณของท่าน ได้ในระยะยาวเช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่ากิจวัตรประจำวันของท่านจะอยู่ที่ใดก็ตาม ก็คงหลีกเลี่ยงรังสี UV ไม่พ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม คำตอบที่ดีที่สุดคือให้ Day Cream ป้องกันอันตรายจากรังสี UV ไปพร้อมๆ กับการดูแล และบำรุงผิวพรรณของคุณจะเป็นการดีที่สุด
ส่วนของ night cream ครีมกลางคืน เป็นครีมบำรุงผิวยามค่ำคืน จึงไม่มีส่วนผสมสารกันแดด โดยมากจะเน้นไปที่การบำรุงและฟื้นฟูผิวในตอนกลางคืน ป้องกันริ้วรอยจากความแห้งกร้าน  ควบคู่ไปกับการกักเก็บน้ำใต้ผิวเพื่อคงความเนียนนุ่มชุ่มชื่นของผิวหน้า ครีมกลางคืน จึงมีการเติมสารที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวมากเป็นพิเศษ จะสังเกตุได้ว่า เนื้อสัมผัสของครีมกลางคืน จะมีความเข้มข้น และมีความข้นเหนียวมากกว่า Day Cream
ด้วยคุณสมบัติของครีมทั้ง 2 ชนิดที่กล่าวมา ก็คงจะเป็นคำตอบให้ทุก ๆ ท่านได้ทราบถึงข้อแตกต่างของครีมทั้ง 2 ชนิด และเลือกใช้ครีมได้อย่างเหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้ผิวของท่านได้รับการปกป้องและดูแลอย่างเหมาะสม และถูกวิธีที่สุด
สั่งซื้อสินค้าหรือดูสินค้าอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นะคะ
https://www.lancome.co.th/th/blanc-expert-nuit-firmness-restoring-whitening-night-cream-lc-f5568700.html
https://www.lancome.co.th

15


cleansing water คืออะไร?
cleansing water คือตัวช่วยที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาด สิ่งสกปรกจากเครื่องสำอาง ฝุ่นละออง ที่เกาะอยู่บนผิวหน้าของเรา ซึ่งส่วนประกอบหลัก ๆ ของ cleansing water ก็คือน้ำ และสารชำระล้าง (surfactant) ในแต่ละแบรนด์ก็อาจจะใส่ สารสกัด และวิตามิน สารให้ความชุ่มชื้นต่าง ๆ เพื่อให้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป เช่น คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย เป็นสูตรที่อ่อนโยนเหมาะกับผิวที่แพ้ง่าย แต่รวม  ๆ แล้วต้องทำออกมาให้เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่าง

มาทำความรู้จักกันสักหน่อยว่า Surfactant คืออะไร?
Surfactant นั่นก็คือสารชำระล้างที่มีหน้าที่ในการทำความสะอาดสิ่งสกปรก คราบมัน ต่าง ๆ ที่ติดอยู่บนใบหน้าของเรา Surfactant นั้นมีอยู่ใน สบู่ก้อน สบู่เหลว โฟมล้างหน้า  ยาสระผม  หรือแม้แต่น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ก็มีสารชำระล้างที่ชื่อว่า Surfactant อยู่ด้วยค่ะ แต่ไม่ต้องตกอกตกใจไปนะครับ เพราะว่าเจ้า Surfactant นั้นก็มีอยู่หลายประเภทจัดแบ่งตามความสามารถในการขจัดคราบ อย่างเช่นการขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าก็ไม่ต้องถึงขนาดที่เช็ดแล้วดังเอี๊ยด ๆ เหมือนกับการเช็คจาน สำหรับการทำความสะอาดผิวหน้านั้น ต้องใช้สาร Surfactant ที่เป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะกับผิวหน้า

อันนี้เป็นคำถามที่ถามกันเยอะมาก ๆ เลยวถ้าล้างเครื่องสำอางด้วย cleansing water  เสร็จแล้ว หลังจากนั้นจะต้องล้างด้วยน้ำน้ำเปล่าอีกครั้งมั๊ย?
ถึงแม้ว่าส่วนประกอบหลักของ cleansing water จะเป็นน้ำ แต่ก็ไม่ใช่น้ำเปล่า ๆ อย่าลืมว่าใน cleansing water นั้นมีสารชำระล้างที่ชื่อว่า Surfactant อยู่ในส่วนผสมด้วย แม้จะเลือกเป็นชนิดอ่อนโยน เป็นคลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย แล้วก็ตาม นั่นก็อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิวหน้าของเราได้ ฉะนั้นแนะนำอย่างนี้ว่าหลังจากการใช้ คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย แล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดในขั้นตอนสุดท้าย

สิ่งสำคัญที่สาว ๆ สายบิวตี้นั้นจะลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ควรใช้ cleansing water  คู่กับสำลีที่มีเนื้อนุ่ม เพื่อไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว
เลือกความหนาของสำลีให้พอเหมาะ ไม่หนาจนเกินไป เพราะจำทำให้เปลือง cleansing water  หากใช้สำลีที่บางเกินไปก็จะทำให้เราต้องออกแรกดที่ใบหน้ามากเกินไป และทำให้การดูดซับเครื่องสำอางทำได้ไม่ดีพอ
ไม่ต้องออกแรงถู กด เช็ดอย่างรุนแรง เพียงแค่ซับเช็ดเบา ๆ คราบ make up ก็หลุดออกมา
เพื่อการทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ควรเช็ดเข้าไปถึงไรผม และ ช่วงลำคอ
เลือกใช้สูตร คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย จะทำให้ผิวไม่แห้งตึงหลังเช็ดเครื่องสำอาง

เมื่อเราได้รู้จักกับ cleansing water มากขึ้น รู้ว่าทำงานอย่างไร ที่นี่ก็มาถึงการเลือกซื้อว่าควรเลือกซื้อ cleansing water แบรนด์ไหนดี เรามี cleansing water ที่เราใช้อยู่เป็นประจำ อยากจะแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองใช้ กดเข้าไปดูได้ที่ลิงก์ด้านล่างนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/bi-facil-visage-lc-l6279500.html
https://www.lancome.co.th

หน้า: [1] 2 3