แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - damonshoppu

หน้า: [1]
1

 
นิยายและก็นวนิยายต่างกันเช่นไร?
 
นิยาย หมายถึง เรื่องเล่าจากจินตนาการ สถานะการณ์ และก็เนื้อเรื่อง แตกต่างกับข้อเท็จจริง โดยครอบคลุมเรื่องแต่งทั้งหมดทั้งปวง นิยายแบบตะวันตก ที่มีบทพูด และก็นิยมแต่งกัน ในรุ่นหลังมักเรียกกันว่า นวนิยาย ผลงานที่จัดเป็นนิยาย ยกตัวอย่างเช่น นิทาน เรื่องสั้น ภาพยนตร์บางจำพวก เรื่องปรัมปรา การ์ตูน หรือบางทีอาจเป็นแอนิเมชัน และวิดีโอเกมบางชนิด ฯลฯ
 
นวนิยาย เป็นรูปแบบหนึ่งของวรรณกรรมลายลักษณ์ แต่งในรูปของร้อยแก้ว มีลักษณะแตกต่างจากเรื่องแต่งแบบเดิม ที่เรียกว่า นิยาย หรือนิทาน ที่เรียกว่า นวนิยาย ก็เพราะนับว่าเป็นนิยายแบบใหม่ novel ตามแบบตะวันตก นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ในภาษาพูดโดยปกตินิยมเรียกว่า นิยาย ซึ่งกะทัดรัดกว่า นวนิยายนั้น เป็นเรื่องราวที่มีลักษณะสมจริงมากยิ่งกว่านิทานหรือนิยายแบบเดิม บางครั้งบางคราวอาศัยฉากหรือเหตุการณ์จริง หรืออิงความจริง มีบทพูด และบรรยายเหตุการณ์อย่างบุคคลทั่วไป
 
นิยายมีหลากหลายประเภท
 
1. นวนิยายรัก ( Romance fiction ) เป็นนิยายที่เน้นความเกี่ยวพันระหว่างบุคคลเป็นศูนย์กลางของเรื่อง จะเน้นความรู้สึกของตัวละครเป็นสำคัญ นิยายแนวนี้เป็นที่ชื่นชอบมากมายในตลาดรวมทั้งพลอตเกี่ยวกับความรักนี้ก็เกือบจะแทรกเข้าไปในนิยายทุกประเภท
2. นวนิยายลึกลับ ( Mystery fiction ) จะเน้นการไต่สวน มีการคลายปมปัญหาเป็นหลัก
3. นวนิยายสยองขวัญ (Horror fiction) เป็นนิยายเกี่ยวกับสัตว์ประหลาด ปีศาจ สัตว์ร้าย ที่พอเวลาคนอ่านได้อ่านแล้ว จะเกิดความขนพองสยองเกล้า ขยะแขยงในความน่าสยดสยอง
4. นิยายวิทยาศาสตร์ ( Sciences fiction ) เป็นการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาเป็นศูนย์กลางสำหรับในการแต่งเรื่อง เช่นแนวทางการทำทดลองวิจัย การโคลนนิ่งมนุษย์ นิยายแนวนี้จำต้องมีความรู้ความสามารถในเรื่อง นั้นๆถึงจะสามารถแต่งได้ ผู้เขียนจะต้องทำการบ้านมาอย่างดีเยี่ยม
5. นวนิยายน่าพิศวง ( Fantasy fiction) หรือบางคนบางทีก็อาจจะเรียกว่านิยายแนวแฟนตาซี จะมีการใช้เทพต่างๆมาใช้สำหรับการแต่งเรื่อง แล้วก็เรื่องที่เกิดความเลื่อมใส อิทธิฤทธิ์ ตำนวน เรื่องราวที่เหนือธรรมชาติ นิยายแนวนี้มักจะมีการผสมระหว่างความแปลกประหลาดกับวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน จนกระทั่งกลายเป็นนิยายชนิด sciences fantasy ขึ้นมา
6. นวนิยายแนวกามารมณ์ ( Erotica fiction) เป็นนิยายที่เน้นในเรื่องอารมณ์และความรู้สึก ซึบซับไปกับการบรรยายที่เป็นธรรมชาติ และก็เขียนถึงฉากกามารมณ์มากเป็นพิเศษในเรื่อง
7. นิยายที่สะท้อนปัญหาสังคม เป็นนิยายที่เน้นในเรื่องการแก้ไขปัญหาของสังคม สอดแทรกคติธรรมเข้ามา ให้ความคิดเห็นของผู้แสดงลง ไม่จำเป็นที่ต้องบอกทางแก้ อยู่ที่ว่านักเขียนบางครั้งก็อาจจะใส่แนวทางแก้ไขของปัญหาลงไปหรือไม่
 
ส่วนประกอบของนวนิยาย
 
องค์ประกอบของนวนิยาย นวนิยายเป็นเรื่องเล่าร้อยแก้วที่ยึดหลักความเป็นจริงเป็นเกณฑ์ กล่าวคือ เขียนให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ว่าไม่พยายามทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเป็นเพียงแต่เรื่องแต่งขึ้นเท่านั้น ส่วนประกอบที่สำคัญของนวนิยายที่ทำให้นักอ่านเกิดความสนุกสนาน มีดังนี้
 
1. เค้าเรื่อง เป็นเค้าเรื่องของพฤติกรรมต่างๆนวนิยายแต่ละเรื่องจะมีเค้าเรื่องใหญ่แล้วก็เค้าเรื่องย่อย เค้าเรื่องใหญ่ คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาแล้วก็ความขัดแย้งที่สำคัญของตัวเอก พล็อตเรื่องย่อย คือ เรื่องที่แทรกอยู่ในเค้าเรื่องใหญ่ มีความจำเป็นน้อยแต่เสริมให้มีความสนุกเพิ่มมากขึ้น ในโครงเรื่องจะมีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ประการ คือพฤติกรรมที่เป็นการปฏิบัติของตัวละครในเรื่องรวมทั้งความไม่ถูกกันในลักษณะต่างๆกัน ยกตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ความไม่ถูกกันระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตัวเอง ฯลฯ
 
2. จุดสำคัญของเรื่องหรือความคิดหลัก คือ จุดสำคัญของเรื่องที่จะเชื่อมโยงเรื่องทั้งปวงเข้าด้วยกัน เพื่อสื่อความนึกคิดของผู้เขียน จุดสำคัญของเรื่องมีหลายวิถีทาง อาทิเช่น แนวแสดงทรรศนะเป็นแนวที่คนเขียนเสนอความเห็นต่อบางสิ่ง ตัวอย่างเช่น ความแค้น ความหึงหวง ความหวาดกลัว แนวแสดงพฤติกรรม เป็นแนวที่ผู้เขียนเน้นในเรื่องความประพฤติปฏิบัติของผู้แสดง อาทิเช่น ความประพฤติปฏิบัติทดแทนบุญคุณตลอดทั้งเรื่อง
 
3. ตัวละครเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในเรื่อง จะต้องราวกับมนุษย์หรือเทียบเท่า มีชีวิตจิตใจ แสดงอารมณ์ หน้าที่ คำบอกเล่า รวมทั้งมีกิริยาได้แก่คนจริงๆความประพฤติที่ตัวละครแสดงออกมาจำเป็นต้องน่าเชื่อถือ ตัวละครที่สำคัญในเรื่องเรียกว่า ตัวละครเอก ตัวละครอื่นเป็น ตัวประกอบ แนวทางแสดงลักษณะนิสัยของตัวละครบางทีอาจทำได้หลายวิธี ตัวอย่างเช่น ผู้เขียนบรรยายนิสัยของตัวละคร}เอง
 
ประโยช์จากการอ่านนวนิยาย
 
- ฝึกให้มีสมาธี การอ่านหนังสือทำให้พวกเราสามารถจดจ่ออยู่กับเรื่องราว ถือได้ว่าเป็นการฝึกซ้อมให้เกิดสมาธิได้อย่างแน่แท้
- ฝึกนิสัยรักการอ่าน การเขียนภาษาไทยให้ถูกต้อง ทุกตัวอักษรต้องผ่านสายตา ดังนั้นแล้วการอ่านนวนิยาย เป็นการฝึกฝนการอ่านภาษาไทย พินิจตัวสะกดที่ถูก ยืนยันได้ว่าวรรณยุกต์ทุกตัวสะกด ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์อย่างแน่นอน
- สร้างจินตนาการ สร้างเสริมความรู้ด้านต่างๆของสังคม แนวอิงประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการปกครองในแต่ละช่วง เรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงของแต่ละสังคมแต่ละช่วงเวลา เปิดโลกทัศน์และก็มุมมองใหม่ให้กับให้กับตัวคุณเอง
- สัมผัสกับสถานที่ต่างๆได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เรื่องราวทั้งในรวมทั้งนอกประเทศบางครั้งบางคราวเราบางทีอาจไม่ได้มีโอกาสไปสัมผัสสถานที่นั้นได้จริง นวนิยายจะพาพวกเราไปสัมผัสกับสถานที่เหล่านั้น ด้วยการลงทุนแบบประหยัดมากที่สุด แต่ว่ากลิ่นอายบรรยากาศถูกบันทึกในความจำอย่างสมบูรณ์
- มองโลกในแง่ดี คนคิดบวกเสมอ การเรียนรู้เรื่องราวต่างๆผ่านตัวหนังสือจะทำให้เราเข้าใจความชอบธรรมชาติของโลกมากขึ้น ส่งผลต่อระบบความคิด รวมทั้งมุมมองสำหรับในการดำรงชีพได้อย่างดีเยี่ยมเมื่อกาล เวลาเปลี่ยนไป ทุกสิ่งถูกแรงขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรม เทคโนโลยี แทรกซึมเปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตยกตัวอย่างเช่นเดียวกับเรื่องราวของนวนิยาย ถูกเคลื่อนที่ให้เข้าสู่โลกดิจิตอล มีผลการสำรวจว่า เด็กอายุ ๖ – ๒๔ ปี นิยมอ่านหนังสือในแบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น หลายเว็บไซต์ก็เลยเปรียบเหมือนพื้นที่
กระดาษสีขาว ให้ผู้เขียนมือใหม่ได้แต่งแต้มสีสันในนิยายของตัวเอง นับว่าเป็นเวทีของนักเขียนคนใหม่ ได้มาทดสอบวิชาได้อีกทางหนึ่ง ส่งผลให้ผู้ใช้อย่างเราเลือกอ่าน
ได้หลากหลายแนว แต่ไม่ว่าความสบายของคนอ่านจะเป็นไปในรูปแบบของหนังสือ หรือเทคโนโลยีอื่น
 
นิยายวาย เป็น
 
"นิยายวาย" นั้นคือ หนังสือนิยายประเภทหนึ่ง ที่บอกเล่าความเกี่ยวข้องของตัวละครที่เป็นเพศเดียวกัน จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท คนเขียน บอกว่า นิยายวายเสมือนนิยายทั่วๆไป วรรณกรรมรวมทั้งนิยายทุกเรื่องเล่าเรื่องความเป็นคน ตัวละครที่มีการปฏิบัติในสถานการณ์ต่างๆนิยายวายก็เช่นกัน เล่าเรื่องของคนเราคนหนึ่งว่า ชีวิตของเขาเป็นยังไง พบเจอกับอะไร เพียงแต่ว่าเพศของตัวละครก็บางทีอาจจะแตกต่างกันออกไป ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ไม่เหมือนนิยายปกติ จริงๆเหมือน มันมีวายหลายแบบ อาทิเช่น วายสืบสวน, วายรักเสียใจ, วายรักหวานแหววน่ารัก ชีวิตมัธยม เหมือนกับนิยายปกติ สามารถซื้อนิยายออนไลน์ ได้ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 

 
10 นวนิยายหรือนิยายแนะนำที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. ซาตานร้ายสยบรัก
อุรัตน์นรินทร์กะพริบตาถี่ๆ หายใจยาวๆ เพื่อไล่น้ำตาและความรู้สึกทรมานที่ตีรื้นขึ้นมาอีกระลอก "ทำไมล่ะ ผมจะตัดสินใจผิดพลาดในชีวิตสักครั้งไม่ได้เลยหรือไงใช่ว่าผมได้คุณแล้ว จะต้องทนดักดานอยู่กับคุณไปตลอดชีวิตนี่ คนไม่ได้รักได้ชอบกัน ยังไงสักวันก็ต้องเลิกรากันอยู่ดี ยิ่งเรายุติความสัมพันธ์คลุมเครือนี้ได้เร็วเท่าไร ผมว่าจะยิ่งเป็นการดีกับคุณเท่านั้นนะอุรัตน์นรินทร์" "ความสัมพันธ์คลุมเครือหรือคะ?" เธอจดจ้องหน้าปราปต์ ไม่วางตา "ทุกครั้งที่พี่มีอะไรกับอิน อินก็ไม่เคยเห็นพี่จะตะขิดตะขวงใจอะไรนี่คะ ออกจะทำทุกอย่างด้วยความชำนาญและชัดเจนเกินไปด้วยซ้ำ" "ผมก็ทำได้หมดนั่นแหละไม่ว่าจะกับใคร ยิ่งเป็นคนที่ผมปรารถนาผมจะยิ่งทำมันด้วยความเต็มใจและมีความสุขกว่านี้อีก" อุรัตน์นรินทร์ยิ้มขื่น "ถ้าอย่างนั้น ความผิดพลาด" อย่างอินคงสำคัญตัวผิดไปจริงๆ ขอโทษพี่ปราปต์ด้วยแล้วกันนะคะที่อินเป็นคนที่พี่ปรารถนาไม่ได้"
 
2. เล่าเรื่องสามก๊ก ฉบับคนรุ่นใหม่
เรื่องราวของสามก๊กตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยสำนวนอย่างคนรุ่นใหม่ เพื่อให้หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายที่สุด ไม่สับสน กระชับรัดกุมและเก็บเนื้อความตามท้องเรื่องของฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ให้ได้มากที่สุด แต่ยังเป็นการให้ความรู้ปูพื้นฐานถึงความเป็นมาไว้อย่างละเอียดละออน่าสนใจยิ่ง นำบทความเหตุการณ์สำคัญในสามก๊ก และแผนผังการตั้งตัวเป็นใหญ่และรวมตัวกันของขุนศึกเมืองต่างๆ ลงเป็นภาคผนวกท้ายเล่ม ซึ่งทำให้หนังสือ "เล่าเรื่องสามก๊ก ฉบับคนรุ่นใหม่" เล่มนี้ทรงคุณค่าและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเป็นอย่างมาก ขอให้ท่านได้อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างสนุกสนานและมีความสุขไปกับเรื่องราวของ "สามก๊ก" นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่สุดแสนวิเศษและมหัศจรรย์ที่สุดฉบับหนึ่งของโลก
 
3. แสนงาม
แสนงาม คือ จุดเริ่มต้นจากความสงสารจนกลายเป็นหวั่นไหว
แสนงาม คือ คนที่ทำให้เขารู้สึกอยากจะปกป้องและดูแลเธอ
แสนงาม คือ รักที่อยากได้ครอบครอง อยากโอบกอดไว้ด้วยวงแขนกว้าง
แสนงามของพี่ธาม คือ ทั้งหมดในไทม์ไลน์ของหัวใจ...
 
4. เจ้าพ่อร้อนรัก
"เกล็ดมณี วีรประภากร" เซเลบคนดัง เธอสวย เธอรวย เธอมีเสน่ห์ และเธอก็มั่นใจเกินร้อยว่าคุณสมบัติทั้งปวงจะทำให้ตัวเองเข้าไปนั่งในหัวใจ "เจ้าพ่อปืนโต" ได้หญิงสาวจึงของอนุญาตสามแสน แสนหวาน แสนดี และแสนรัก จีบคุณพ่อสุดแซ่บของเพื่อนๆ เกล็ดมณี ไม่รู้อะไรซะแล้ว ว่าไฟที่ว่าร้อนแรงก็ยังสู้ไฟรักที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาของเจ้าพ่อปืนโตไม่ได้ แต่ในเมื่อเดินหน้าแล้ว เธอจะถอยไม่ได้ ส่วนเรื่องที่ว่าเธอจะรับมือได้อย่างไร ไปติดตามกันได้ใน "เจ้าพ่อรัอนรัก" ค่ะ
 
5. จักรพรรดิอันธพาล (ซีรี่ส์ชุด จอมใจจักรพรรดิ)
เป็นเรื่องราวของ "ฮุ่ยอัน" สาวสวยที่มีใจรักทางด้านจิตรกรรม วันหนึ่งเธอเดินขึ้นเขาเพื่อวาดภาพความงามตามธรรมชาติ ก็ได้พบเต่าบกตัวน้อยสีทองอร่ามตา เต่าน้อยพาฮุ่ยอันให้เดินตามเข้าไปในม่านหมอกและรู้สึกตัวอีกทีก็โผล่มาอยู่ที่โลกคู่ขนานในยุคจีนโบราณเสียแล้ว ณ จุดนี้ตกใจไปก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้ ฮุ่ยอันจึงต้องยอมตามน้ำไปก่อน เริ่มด้วยการปลอมตัวเข้าไปสอบเป็นขันทีในวังหลวง ด้วยทักษะมั่วขั้นเทพก็ยังอุตส่าห์เข้าตา "หยางหยุนอู้" ฝ่าบาทรูปงาม แถมเขายังเรียกให้ขันทีหน้าหวานมาถวายการรับใช้ใกล้ตัวเสียด้วยนอกจากต้องรับมือกับขุนนางเฒ่าในท้องพระโรงเคียงคู่ฝ่าบาทแล้ว ยังต้องคอยกำราบกลุ่มโจรที่ปล้นสะดมชาวบ้านอีกด้วย ทั้งเก่งและแสนดีอย่างนี้มีหรือจะไม่เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท ว่าแต่ฮุ่ยอันจะเก็บความลับไว้กับตัวได้นานสักเท่าไร โดยเฉพาะหัวใจดวงน้อยๆ ที่อยู่ใกล้ฝ่าบาทเสียขนาดนี้ ฝ่าบาทที่ทั้งสง่า ฉลาด และอาบเสน่ห์ เรื่องราวของขันทีน้อยฮุ่ยอันจะดำเนินต่อไปเช่นไร หยางหยุนอู้จะรู้ความจริงที่เธอซ่อนไว้ภายในหัวใจหรือไม่ เราตามไปให้กำลังใจฮุ่ยอันพร้อมๆ กันใน "จักรพรรดิอันธพาล" ดีไหมคะ
 
6. บุปผาพ่ายรัก
ตัวละครที่เรารู้จักและคาดหวังให้คนทั้งสองรักกัน นั่นก็คือฮ่องเต้น้อย "หยางเจี้ยนเหว่ย" และ "จางหมิ่นฉ่าย" คุณหนูจางคนรองนั่นเอง เรื่องนี้จะไม่สุขนิยมเท่าเรื่อง จางฟางเซียน นะค ฮ่องเต้ของเราแสดงออกชัดเจนตั้งแต่เด็กเลยค่ะว่าสนใจนางเอก แต่ก็มีเรื่องเข้าใจผิดกันจนเกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย ทำนางเอกร้องไห้ไปก็หลายครั้ง จนนางเอกของเราเริ่มตีตัวออกห่างถึงได้ร้อนใจขึ้นมา ส่วนกระต่ายน้อย (ฮ่องเต้แอบตั้งให้หมิ่นฉ่าย) ของเราเจอมรสุมรักค่อนข้างหนักหนาพอสมควร แต่ก็อย่าได้หนักใจแทนน้องกระต่ายนะคะ เพราะนางมีคนคอยช่วยเหลืออยู่รอบตัวเต็มไปหมด แล้วแต่ละคนใช่ว่าเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นถึงไทเฮา องค์ชายรอง ชินอ๋อง ชินหวางเฟย และฮ่องเต้คอยปกป้องไว้ตลอด แต่ก็นั่นแหละ แม้นางเอกจะแสนดีก็ใช่ว่าจะไม่ลุกขึ้นสู้ ต้องบอกว่านางเอกของเราเรียนรู้จากคนใกล้ชิดและตามคำแนะนำของชินหวางเฟยได้เป็นอย่างดีค่ะ เอาเป็นว่าหากอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะง้อนางเอกยังไง และนางเอกจะได้ขึ้นเป็นฮองเฮาตอนไหน ไปอ่านกันใน "บุปผาพ่ายรัก" เล่มนี้ดีกว่านะคะ
 
7. กุหลาบประกาศิต
สายใยบางเบาระหว่างสองพี่น้องต่างบิดาขาดสะบั้นไปพร้อมกับลมหายใจของใครบางคนในอดีต… ‘พีระพัฒน์’ ชิงชัง ‘ปฏิปักษ์’ สุดหัวใจ เขาสาบานว่าจะแย่งชิงและทำลายผู้หญิงทุกคนที่พี่ชายต่างพ่อรัก เหมือนกับที่อีกฝ่ายทำให้เขาต้องสูญเสียผู้เป็นรักแรกไปอย่างไม่มีวันหวนกลับทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกครั้งใหญ่ เมื่อ ‘อลิตา’ หญิงสาวผู้เป็นที่รักของปฏิปักษ์คือคนที่พีระพัฒน์หมายจะให้เธอเป็นรักครั้งใหม่ของตน สงครามระหว่างพี่น้องจึงเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ปฏิปักษ์จะไม่ยอมถอย แม้ว่าจะต้องร้ายสักแค่ไหนหรือกลายเป็นคนเลวในสายตาอลิตา เขาก็จะไม่มีวันยอมให้พีระพัฒน์แย่งเธอไปได้สำเร็จขณะที่ผู้เป็นพี่สาวถูกแย่งชิงด้วยความรัก ‘ระรินทิพย์’ กลับถูกดึงเข้ามาในวังวนนี้เพียงเพื่อเป็นหมากให้พวกเขาใช้สอย แต่ไม่ว่าจะเป็น ‘มงกุฎแห่งชัยชนะ’ ที่พวกเขาปรารถนา หรือว่า ‘หมากไร้ค่า’ ที่รอวันถูกทำลาย พวกเธอล้วนเจ็บปวดและถูกทำร้ายจากการกระทำของพวกเขา สี่หนุ่มสาวกับเกมกระดานนี้จะจบอย่างไร หรือสุดท้ายแล้วหัวใจพวกเขาจะต้องพบกับความพินาศย่อยยับไปพร้อมกัน!
 
8. Kiss of Mars ปฏิบัติการยึดรักข้ามดวงดาว
เคยได้ยินแต่คำว่า ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ นั่นเป็นเพราะว่าดาวอังคารเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันและพละกำลัง ส่วนดาวศุกร์ก็เป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุขและความสดใสนั่นเองค่ะ "ไฮท์" หนึ่งในหนุ่มหล่อแห่งกลุ่ม Rebellion ถึงได้บอกว่า "เพลงขลุ่ย" นั้นเป็นผู้หญิงที่มาจากดาวพฤหัสได้ล่ะเนี่ย แล้วคู่นี้ยังก่อสงครามกันตั้งแต่แรกเริ่มเจอหน้า หลังจากนั้นก็เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องมาลุ้นกันแล้วล่ะค่ะว่าสงครามแสนหวาน ระหว่างมนุษย์จากดาวอังคารและมนุษย์จากดาวพฤหัสจะลงเอยอย่างไร ใน "Kiss of Mars ปฏิบัติการยึดรักข้ามดวงดาว"
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่
ความสัมพันธ์ระหว่าง ถังฟั่น กับ สุยโจว แม้ไม่หวือหวาแต่หลายๆ ซีนก็มีทำให้เราใจเต้น ยิ่งในเล่มนี้มีฉากที่ทำให้ใจเต้นแรงหลายฉากเชียวล่ะค่ะ ไม่ได้หมายความว่าสองคนนี้ความสัมพันธ์พัฒนาก้าวกระโดดจากสิบไปร้อยหรอกนะคะ ที่บอกว่าใจเต้นคือด้วยความลุ้นระทึก เพราะคดีที่ ถังฟั่น ต้องรับผิดชอบในครั้งนี้คือการไขปริศนาสุสานจักรพรรดิโบราณซึ่งผู้เกี่ยวข้องมีทั้งภูตผีวิญญาณ โจรขุดสุสาน เทพแม่น้ำ และแม้กระทั่งสัตว์ประหลาด แต่ละสิ่งแต่ละอย่างนอกจากทำให้ใจเต้นแรงแล้วยังทำแข้งขาสั่นด้วย คดีประหลาดเขย่าประสาทแบบนี้ ลำพัง ถังฟั่น คนเดียวคงเอาไม่อยู่ ดีนะว่าได้สุยโจวตามประกบไปไหนไปด้วยกัน ไม่ว่าระยะทางจะไกลแค่ไหน ปริศนาจะซับซ้อนเท่าไร ต้องเผชิญอุปสรรคอะไรบ้าง แต่สองคนช่วยเหลือดูแลกัน ก็ไม่มีอะไรที่พวกเขา ไม่สามารถรับมือ ทุกคนคิดเหมือนกันไหม
 
10. MY MELTING CHEF เชฟครับ
หากเปรียบหนังสือเล่มหนึ่งเป็นอาหาร My Melting Chef เล่มนี้ก็คงเป็นอาหารฟูลคอร์สรสเลิศที่จะเริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วยออเดิร์ฟรสกลมกล่อม ไม่นานก็ส่งจานเปิดตัวมาให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้นมากขึ้น จากนั้นก็จะพบกับอาหารจานหลักที่จัดเต็มครบทุกรสชาติ ทำให้ประทับใจชนิดที่ไม่สามารถวางมือได้เลยแม้สักนาทีแล้วปิดท้ายด้วยของหวานรสนุ่ม ละมุนลิ้นจนอิ่มเอมไปกับอาหารมื้อนี้ได้อย่างไร้ที่ติ ถ้าคุณผู้อ่านกำลังต้องการอาหารรสเยี่ยมสักมื้อที่จะช่วยปลอบประโลมร่างกายที่เหนื่อยล้า และเป็นที่พักใจให้หายเหนื่อย อย่าลืมมาลองชิม My Melting Chef เล่มนี้กันดูนะคะ เชฟเจย์ จะได้เสิร์ฟเมนู พีช ขึ้นโต๊ะให้ทุกท่านรับประทานกันอย่างถูกปาก ถูกอกถูกใจกันถ้วนหน้าแน่นอน
 

2
 
 
ธรรมะ คืออะไร ?
 
ธรรมะเป็นสิ่งที่มีจริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรม คือ รู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงๆ สิ่งที่มีจริงๆ ก่อนจะมีการตรัสรู้ไม่มีผู้ใดพบว่าเป็นธรรมะ เพราะเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นเรา เป็นเขา เป็นวัตถุสิ่งต่างๆ แต่เมื่อทรงตรัสรู้แล้ว ตรัสรู้ธรรมทั้งหลายแหล่เป็นอนัตตา มีความหมายว่าทุกอย่างไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ไม่ใช่วัตถุสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เที่ยง แต่ว่าลักษณะของธรรมนั้น เป็นสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ ซึ่งจะต้องค่อยๆ ใคร่ครวญ ยกตัวอย่างเช่น ขณะนี้อะไรจริง กำลังเห็นมีจริงๆ สิ่งที่ปรากฏทางตามีจริงๆ เสียงมีจริงๆ จิตที่ได้ยิน รู้เสียงนั้นมีจริงๆ ความสุขมีจริง ความทุกข์มีจริง ลักษณะของแข็งมีจริง สภาพที่กำลังรู้แข็งมีจริง ทั้งหมดนี้เป็นธรรมเพราะฉะนั้น ก็ต้องศึกษาให้ทราบดีว่า ที่เคยยึดถือว่าเป็นเรา แม้กระนั้นถ้าเกิดไม่มีตัวธรรมะที่เกิดขึ้นปรากฏ เราก็ไม่มี แต่เมื่อมีเหตุปัจจัยที่จะทำให้ภาวะธรรมหนึ่งภาวะธรรมใดเกิดขึ้น เพราะเหตุว่าความไม่รู้ก็เลยถือว่าสิ่งที่เกิดนั้นเป็นเรา หรือว่าเป็นของเรา อาทิเช่น รูปตั้งแต่ศีรษะตลอดเท้า มีเหตุปัจจัยปรุงแต่งเกิดขึ้น แต่เพราะความไม่รู้ก็ยึดถือรูปนั้นว่าเป็นเรา แม้แต่ภาวะของจิตใจ หรือความรู้สึกเป็นสุข เป็นทุกข์ ก็เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย แต่เมื่อไม่รู้ก็ยึดถือสภาพธรรมนั้นๆ ว่าเป็นเรา
 
ธรรมะคือหน้าที่
 
คำว่า “ธรรมะ” ก็กำเนิดเป็นคำที่มีความหมาย หรือมีความสำคัญขึ้นมาสำหรับเราจะต้องรู้ ผมต้องการจะพูดว่า คุณจะต้องจำคำว่า “ธรรมะ” นี้ไว้ให้ดีๆ “ธรรมะ” คำนี้ถ้าเกิดเป็นภาษาทั่วไปหมายความว่า “หน้าที่” ถ้าคุณไม่เคยรับรู้มาก่อน ก็ควรได้ยินเสียเดี๋ยวนี้ว่า คำว่าธรรม แปลว่าหน้าที่ ที่จำเป็นต้องปฎิบัติ คุณลองนึกดูว่า คำว่า “ธรรมะ” จะเกิดมาในโลก ในภาษาพูดของมนุษย์ได้อย่างไร? มนุษย์ในสมัยหินก็ไม่มีคำๆ นี้ใช้ แล้วต่อมามนุษย์เจริญ กระทั่งรู้จักคำพูดคำนี้ใช้ขึ้นมา เขาเล็งถึงอะไร? คำพูดคำนี้เกิดขึ้นที่ริมฝีปากมนุษย์ บอกกันเป็นครั้งแรก มันเล็งถึง หน้าที่ ที่จำต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ มันเลยกลายเป็นของดีที่สุดไปเลย ด้วยเหตุว่าไม่ทำ ไม่ได้ จำต้องทำ คำว่า “ธรรมะ” ก็เลยหมายความว่า “หน้าที่” ส่วนที่พวกเรามาแปลกันว่า คำสอน หรืออะไรออกไปนี้ มันเป็นเรื่องทีหลัง สั่งสอนเรื่องอะไร? ก็สั่งสอนเรื่องหน้าที่ หากว่าธรรมในฐานะที่เป็น มรรค ผล นิพพาน มันก็คือผลของหน้าที่ ดังนั้นมันเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้คน มนุษย์ทุกคนมีหน้าที่ ทุกคนจะต้องทำหน้าที่ให้ดี นับตั้งแต่หน้าที่ชั้นล่างๆ ธรรมดาสามัญที่สุด เช่นจะรับประทานข้าว อาบน้ำ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ อะไรก็แล้วแต่ เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ แล้วก็จำเป็นต้องทำให้ดี
 
ต่อนี้ไป เราก็มีหน้าที่ตามธรรมชาติ คือหาเลี้ยงชีวิต ซึ่งต้องทำให้ถูก หากจะต้องมีคู่รัก ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของคนเราตามธรรมดาหรือสัตว์ตามปกติ มันก็จำเป็นต้องทำให้ถูก มีครอบครัวขึ้นมา ก็ต้องทำให้ถูก ล้วนแล้วแต่เป็นหน้าที่ที่จะจำต้องทำให้ถูกต้อง สูงขึ้นไป-สูงขึ้นไป จนกระทั่งทางจิตใจ ก็ต้องทำจิตทำใจ ให้ถูก กระทั่งกว่าจะตายไป ก็ให้มันตายอย่างถูก ทั้งหมดทั้งปวงนี้มันอยู่ในคำๆ เดียวว่า “หน้าที่” เรียกเป็นภาษาบาลีว่า “ธมฺม” ในภาษาสันสกฤตว่า “ธรฺม”ภาษาไทยว่า “ธรรม” เมื่อทราบว่า ธรรม เป็นหน้าที่อย่างนี้แล้ว มันก็ง่ายเข้าที่จะรู้ดีว่า ฆราวาสนั้นมีหน้าที่เช่นไร?
 
ธรรมะคือธรรมชาติ
 
ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ ล้วนมีความเป็นเองตามธรรมดาของเหตุปัจจัย หรือเรียกว่าสภาวธรรม อย่างเช่นความดีความชอบ หรือความชั่ว ย่อมมีเหตุผลส่งต่อกันให้เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุปัจจัย ความดีความชอบ ย่อมเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากกุศลธรรม ส่วนความชั่ว ก็ย่อมเกิดจากอกุศลธรรม อกุศลธรรมเป็นรากของ โลภะ โทสะ โมหะ ที่ทำให้คนประพฤติมิชอบไปในทางชั่วช้า เป็นไปในโกงธรรม ๓ คือ ทางกายทุจริต ทางถ้อยคำทุจริต และทางจิตใจโกง ทุจริตทั้ง} ๓ อย่างไม่ควรประพฤติเพราะจะทำให้สังคมเดือดร้อน อกุศลเกิดได้เช่นไร ก็มีต้นเหตุที่เกิดจากความไม่มีการสังวรอินทรีย์ ปล่อยให้กำเนิดความรู้สึกยินดียินร้ายบ้าง,ความรู้สึกพอใจหรือไม่ พอใจบ้าง,ความรู้สึกชอบใจไหมประทับใจบ้าง, ความรู้สึกกลุ่มนี้มีสาเหตุมาจากการได้เห็นรูป ได้ยินเสียง ได้ดม ได้ชิมรส ได้สัมผัสทางกายมีเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง นี่แหละเป็นเหตุปัจจัยให้เป็นไปในอกุศล อกุศลธรรม ส่งผลให้คนเรามีอัตตารวมทั้งอคติดูคนในแง่ร้าย ติเตียนนินทาใครๆ ในใจอยู่เสมอแม้พ่อแม่ก็ไม่เว้น และคิดเคียดแค้นพยาบาท คิดร้ายใครๆ ในใจอยู่เป็นประจำก็เลยเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ตามมาให้ผล มีทุกข์ในชาตินี้ และทุกข์ในชาติหน้าด้วย
 
เพราะเหตุใด? หนังสือธรรมะอ่านแล้วถึงจิตใจสงบ
 
ตอนที่พวกเรารู้สึกอารมณ์เสีย เป็นห่วง รู้สึกกังวลใจในหลายๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตทุกๆ วันของเรา เราชอบไปพึ่งพิงหนังสือธรรมะหรือวีซีดีธรรมะ ไม่ว่าจะเป็นบทสวดมนต์ คำอบรมสั่งสอนนิทานหรือเรื่องราวอะไรต่างๆ ที่ช่วยทำให้พวกเราอ่านแล้วศึกษาแล้วสบายใจ
 
ธรรมดามนุษย์เรานั้นเมื่อเราได้บริโภคสิ่งไหนเป็นจำนวนมาก เราก็มักจะมีจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งเหล่านั้น ทดลองเทียบว่าเมื่อพวกเราได้บริโภคข่าวสาร ข่าวศิลปิน หรือดูหนังอะไรซักเรื่องหนึ่งที่เป็นหนังเรื่องยาว พอเริ่มต้นที่พวกเราดูหนัง อารมณ์ของเราบางครั้งอาจจะยังไม่ค่อยซึมซับความมันส์ในหนังเรื่องที่กำลังดูอยู่สักเท่าไหร่ แต่ว่าพอพวกเราดูไปถึงกลางเรื่อง จิตใจพวกเราเริ่มจดจ่ออยู่กับหนังเรื่องนั้นแล้วก็เราก็จะมีความรู้สึกสนุกตื่นเต้นไปกับมันเหมือนกัน ถ้าว่าหนังนั้นเป็นหนังความรัก เราก็จะมีความรู้สึกอินฉบับเลิฟตามไปด้วย ถ้าเกิดหนังนั้นเป็นหนังผี พวกเราก็จะมีจิตใจทุกข์ใจสยองตามไปด้วย ทั้งทั้งที่ข้างตัวเราเองมิได้มีเรื่องมีราวของความรักรวมทั้งผีเข้ามาอยู่ในรอบตัวของพวกเราเลย เพียงมันถูกครอบนำจิตใจพวกเราไปกระทั่งหมดสิ้นแล้ว
 
ได้ฟังธรรมะหรืออ่านหนังสือธรรมะจึงมีจิตใจที่สงบนิ่ง ได้ผลจากการบริโภคข้อมูลเนื้อหาที่ไม่ชวนคิดฟุ้งซ่านปวดหัว ต่างจากกลุ่มของผู้คนที่ชอบบริโภคเสพข่าวสารต่างๆ ที่มีเพียงแต่เรื่องเครียด เรื่องคิดเยอะ ชอบให้จิตใจตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา
 

 
10 หนังสือธรรมะ ศาสนา และปรัชญา ที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. อมตะสยาม
การศึกษาพระเครื่องทุกวันนี้ ไม่เป็นไปตามความจริงที่ควรจะเป็น กลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์เป็นเรื่องใหญ่ พระเครื่องในเมืองไทยเรานี้เป็นเรื่องใหญ่มาก มียอดเงินหมุนเวียนในแต่ละปีหลักหลายร้อยล้าน แต่สำหรับเราๆ ท่านๆ ก็ไม่มีโอกาสให้เช่าในราคาสูงลิบ
ผู้เขียนคิดว่าเราต้องใช้องค์ความรู้เผยแพร่ให้ทุกคน หันมาศึกษาอย่างจริงจัง เมื่อเราศึกษาอย่างจริงจังแล้วผลของการศึกษา นำมาซึ้งองค์ความรู้แล้วเปลี่ยนไปเป็นวิชาชีพ เลี้ยงครอบครัวได้ การเรียนรู้ก่อให้เกิดรายได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาคนนั้นจะต้องมั่นในศิลธรรมอันดีงามด้วย ไม่เบียดเบียนใคร เรื่องการซื้อขายเป็นเรื่องธรรมดาต้องมีกำไร แต่ไม่ควรหลอกลวงใครให้หลงเชื่อ ให้มีสัจจะ ให้มีหิริโอตัปปะ บุคคลนั้นจะเจริญแน่นอน
 
2. วิธีอยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์
"วิธีอยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์" ผลงานเล่มใหม่ของพระไพศาล วิสาโล สอนวิธีปฏิบัติให้เราฝึกไม่เป็นทุกข์กับอะไร เป็นสภาวะที่ทำให้เป็นอิสระ ไม่ยึดเกาะเกี่ยวกับสิ่งใด วางใจเป็นกลาง แค่ฝึกวิธีอยู่กับทุกข์โดยไม่เป็นทุกข์จากเล่มนี้ คุณก็สามารถนำไปใช้ได้กับความทุกข์ที่เกิดขึ้นในทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์
คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์เราต้องการความสงบ เพราะความสงบนำมาซึ่งความสุข ความสงบสุขนั้นหาได้ยากยิ่งในทุกวันนี้ เพราะถึงแม้เราจะต้องการความสงบ แต่ในชีวิตประจำวันกลับเลือกเข้าหาความไม่สงบอยู่ตลอดเวลา
ความอึกทึกวุ่นวายจากภายนอกยังพอหลบหลีกไปหาสถานที่ที่สงบเงียบได้บ้าง แต่ความว้าวุ้น วุ่นวายภายในจิตใจเป็นสิ่งที่เราห้ามหรือหลีกเร้นไปแทบไม่มีเลย โดยเฉพาะในสังคมก้มหน้า เห็นคนนั่งกันเป็นกลุ่มไม่พูดไม่คุยกัน ใช่ว่าจะสงบ เพราะแต่ละคนกำลังวุ่นวายอยู่ในโลกของโซเชียล นำมาซึ่งเหตุแห่งความทุกข์จากอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
 
3. ทางลัดสู่ความพ้นทุกข์
หลวงพ่อคำเขียนได้แนะนำการปฏิบัติตั้งแต่ขั้นต้น เน้นการวางใจให้ถูกต้องเพื่อสร้างความรู้สึกตัวให้เกิดขึน รู้กายเคลื่อนไหว รู้ใจคิดนึก เมื่อมีอารมณ์ใดเกิดขึ้นก็ให้มีสติ แล้วความรู้สึกตัวจะเกิดขึ้น และจะทำให้เกิดปัญญา เห็นแจ้งในสัจธรรมจนหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นทั้งปวง จนเข้าถึงความพ้นทุกข์ได้ในที่สุด
"อยากพ้นทุกข์ให้ปฏิบัติธรรม อยากปฏิบัติธรรมให้มี 'ความรู้สึกตัว' น้อยคนนักที่จะรู้ว่าทุกข์ละได้โดยการ "รู้ทุกข์" ซึ่งจะรู้ทุกข์ได้นั้น ก็ต้องฝึกที่จะมีสติและมีความรู้สึกตัว "ทางลัดสู่ความพ้นทุกข์" เล่มนี้ หลวงพ่อคำเขียนได้แนะนำวิธีฝึกปฏิบัติเพื่อให้มีสติ เปลี่ยนจาก "หลง" ให้กลายเป็น "รู้" หลงก็รู้ ทุกข์ก็รู้ ปวดก็รู้ เมื่อยก็รู้ ง่วงก็รู้ เบื่อก็รู้.. รู้สึกตัวทุกขณะตามที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เพียงเท่านี้เราก็สามารถเข้าถึงธรรมได้จนถึงขั้นบรรลุธรรม
 
4. นิพพาน..ที่ที่..เดี๋ยวนี้
สำหรับชาวพุทธรุ่นใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า "นิพพาน" หรือยังรู้สึกว่านิพพานเป็นเรื่องห่างไกลจากชีวิต หนังสือ "นิพพาน..ที่นี่..เดี๋ยวนี้" เล่มนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดียิ่งในการทำความรู้จักกับ "นิพพาน" จากพระพุทธวจนะอย่างตรงจุด ผ่านการตีความและการประยุกต์ใช้ตามทัศนะที่เปิดกว้างและหลากหลายของท่านพุทธทาสภิกขุและพระวิปัสสนาจารย์แห่งยุคสมัยอีก ๔ รูป ที่จะทำให้นิพพานกลายเป็นเรื่องที่ชัดเจน ร่วมสมัย และนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ชัดเจน ร่วมสมัย และนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
ส่วนสำหรับชาวพุทธตัวจริง ผู้อยู่ระหว่างการศึกษาปฏิบัติธรรมและมีนิพพานเป็นจุดหมายปลายทางในชีวิตอยู่แล้ว หนังสือเล่มนี้จัดว่าเป็นกัลยาณมิตรชั้นดีที่จะคอยเตือนสติว่า การปฏิบัติไม่ใช่เรื่องของความมุ่งมาดคาดหวังในอนาคตจนหลงลืมความสำคัญของปัจจุบันขณะ แต่คือการหมั่นดึงตัวเองกลับมาอยู่กับความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต และมุ่งใช้ชีวิตในแต่ละขณะให้เปี่ยมเต็มและสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้เกิด นิพพาน..ที่นี่..เดี๋ยวนี้ ขึ้นในทุกๆ ขณะของชีวิต อันจะเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่โลกกุตรนิพพานทีแท้จริงต่อไป
หนังสือเล่มนี้จะพิสูจน์ให้ชาวพุทธทุกคนเห็นจริงว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ ณ สี่แยกไฟแดง ในศูนย์การค้า กลางที่ประชุม หรือบนรถเมล์.. นิพพาน" นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้และให้ผลได้จริง.. ที่นี่และเดี๋ยวนี้
 
5. ชุดนรกสวรรค์ผลจากทำบุญบาป
"นรก" ดินแดนแห่งการลงทัณฑ์ของเหล่าดวงวิณญาณทั้งหลาย ความร้อนจากไฟนรก ที่ไม่มีวันดับ ความคมของเครื่องทรมานที่ไม่มีวันทื่อ การลงโทษ นิรยบาล ที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย และความทุกข์ทรมานของสัตว์นรกที่ไม่มีวันตาย ไม่มีวันจบสิ้น นรก จึงเป็นดินแดนแห่งการลงโทษ ความบาป ของผู้ที่กระทำผิด ด้วยความยุติธรรม... "สวรรค์" ดินแดน ที่เต็มเปี่ยม ไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ วิจิตรงดงาม และเป็นที่ที่หลายคนปรารถนาจะไปเกิด เพื่อเสวยสุขอันประณีตงดงาม อันเป็นผล มาจากบุญกุศล ที่ตนได้สร้างไว้ในอดีต... และเพื่อเป็นการยืนยันว่า นรก สวรรค์ และการเวียนว่าย ตาย เกิด ในภพภูมิต่างๆ นั้นมีอยู่จริง หนังสือเล่มนี้ ยังได้รวบรวมเรื่องเล่าจาก "พระอริยเจ้า" ที่ท่านทั้งหลายได้ยืนยันด้วยประสบการณ์ที่ได้พบเจอมากับตัว
 
6. ธรรมะจากพระภูเขา MONK IN THE MOUNTAIN
เป็นผลงานเขียนชิ้นแรกของพระอาจารย์สุมโน ภิกขุ ที่ได้รับการแปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทย พระอาจารย์สุมโน ภิกขุ เป็นพระภิกษุชาวอเมริกันที่มีจริยาวัตรอันงดงาม ปฏิบัติธรรมอย่างสันโดษและจริงจัง ณ ถ้ำสองตา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ท่านได้ละทิ้งชีวิตอันรุ่งเรืองทางโลก เพื่อหันมาพัฒนาทางด้านจิตวิญญาณ ท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุและปฏิบัติตามแนวทางของพระอาจารย์ชา สุภทฺโท อย่างเคร่งครัด ด้วยความเมตตาอันเปี่ยมล้นของท่าน ทำให้มีญาติโยมและผู้ที่ผ่านไปมา ได้มาขอคำปรึกษาชี้แนะทั้งเรื่องทางโลกและทางธรรม ซึ่งแต่ละคำถามนั้นล้วนน่าสนใจและมีหลายคนที่ประสบในสถานการณ์ใกล้เคียงกัน ท่านจึงรวบรวมและเรียบเรียง คำถาม-คำตอบ เพื่อถ่ายทอดธรรมะอันเปี่ยมด้วยสาระ ลึกซึ้ง และควรน้อมนำไปปฏิบัติ สำหรับทุกเพศทุกวัย
 
7. ทางสายกลาง ศรัทธาอย่างมีเหตุผล The Middle Way Faith Grounded in Reason
จะเข้าถึงพุทธธรรมนั้นมิอาจทำได้ด้วยลำพังศรัทธาและความทุ่มเท แต่จะต้องมีการสอดส่องธรรมอย่างอุกฤษฏ์ วิธีนี้เรียนว่า "วิถีแห่งผู้มีปัญญา" เป็นวิถึปฏิบัติที่คุรุลันทาทั้งหลายพร่ำสอนในงานเขียนของพวกท่าน หากศรัทธาในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระธรรมคำสอน ได้รับการบ่มเพาะด้วยวิถึแห่งผู้มีปัญญาเยี่ยงนี้ ศรัทธานั้นจะมั่นคง และเป็นศรัทธาในระดับสูงสุด ถ้าเช่นนั้น เราจะทำอย่างไรจึงจะเกิดศรัทธาที่ไม่คลอนแคลนเช่นนี้ได้
ขอให้ปัญญาของคุรุนาคารชุน ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งองค์ทะไลลามะได้ถ่ายทอดไว้อย่างน่าจับใจ จงเป็นบ่อเกิดของแรงบันดาลใจและปัญญาให้แก่ผู้แสวงธรรม ขอให้ทุกท่านเข้าถึงความรู้แจ้งบนเส้นทางนี้ด้วยเถิด
 
8. พรตลอดปี ชีวิตดีตลอดไป
หลักธรรมเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต - ศรัทธาและปัญญาช่วยให้ชีวิตก้าวหน้า มีความสุข และเป็นอิสระ - เมื่อตนมีความสุข สังคมก็มีความสุข - สอนให้เข้าใจว่าเวลาทุกขณะ คือโอกาสก้าวหน้าของชีวิต - คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น คือการทำให้ชีวิตก้าวหน้าและเป็นสุข ข้อปฏิบัติเพื่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิต
ปีเก่าเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เราก็นึก เราอยากจะให้เป็นเรื่องที่ผ่านพ้นกันไปเสียที ก็หมดๆ ไป เราคิดแค่นั้น คิดว่าให้มันผ่านไป ส่วนปีใหม่เราก็มองไปข้างหน้า ด้วยความหวังว่าจะมีความเจริญงอกงาม บางทีก็เป็นการฝันลมๆ แล้งๆ แต่ความจริงสิ่งที่ปฏิบัติได้คือปัจจุบันเท่านั้น เวลา อดีตเราย้อนกลับไปทำอะไรมันไม่ได้ อนาคตเราก็ยังไปทำอะไรไม่ได้ มันไม่ได้อยู่กับเรา สิ่งที่อยู่กับเราแน่นอนคือปัจจุบัน ใช้ปัจจุบันให้เป็นประโยชน์ก็คือทำเหตุปัจจัยให้สำเร็จผลที่ต้องการแล้วอนาคตที่ต้องการมันก็จะกลายเป็นเรื่องราวการวางแผนที่ถูกต้องขึ้นมา เชิญผู้อ่านทุกท่านพบข้อปฏิบัติเพื่อความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ขอกราบนมัสการขอบพระคุณพระเดชสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ผู้แสดงธรรม
 
9. สมาธิกับการทำงาน
ใจที่สงบเป็นใจที่ได้รับการบริหารและพัฒนา เป็นใจที่มีพลัง จะทำอะไรก็จดจ่อ กำกับสิ่งนั้นอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด ไม่ขาดตอน คนมีสมาธิจึงเป็นคนที่ทำงานทุกชนิดเสร็จเร็วและเรียบร้อยไม่บกพร่อง สามารถรับงานปริมาณมากๆ และทำงานหนักได้โดยไม่มีปัญหาเหมือนคนขาดสมาธิ"สมาธิกับการทำงาน" จึงเป็นหนังสือที่จะนำไปสู่ความเข้าใจชีวิตและปัญหาอย่างแท้จริง เพราะสมาธิทำให้จิตใจสงบ แม้บางปัญหาจะแก้ไม่ได้ แต่สมาธิจะทำให้เข้าใจและสามารถเผชิญปัญหาได้ด้วยความสงบ ไม่ตื่นตระหนก สมาธิจึงเป็นบันไดขั้นแรกของการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
 
10. ไม่โกรธอีกต่อไป
คู่มือปลดล็อกความหงุดหงิด วุ่นวายใจบรรเทาความเครียดในชีวิตประจำวันได้จริง เราจะมาหยุดการแล่นไปมาของ "ความโลภ" "ความโกรธ" "ความหลง" ไปด้วยกัน ด้วยการทำความเข้าใจโครงสร้างของจิตที่ทำให้ "ความโลภ" "ความโกรธ" "ความหลง" เกิดขึ้นมาด้วยหนังสือ "ไม่โกรธอีกต่อไป" เล่มนี้ จากนั้นก็ควบคุมความคิดที่ไร้ประโยชน์ให้สำเร็จ เพื่อที่ความโกรธนี้จะได้ไม่ต้องทำให้ตนเองเจ็บปวดและไม่ต้องทำร้ายผู้อื่น
 
 
 

3

 
กระแสวายกำลังมาแรงมากๆ มากถึงขนาดที่ว่าได้รับความสนใจจากสื่อตลอด ทั้งยังนิยายวายที่มีให้เลือกอ่านกันล้นหลามนับไม่ถ้วนเลย แล้วก็การ์ตูนวายที่มีกระแสให้ได้ยินกันตลอด นิยายวายเป็นที่นิยมเยอะแค่ไหน? ก็ไม่มากไม่น้อย เพียงแค่มีการเอามาทำเป็นซีรี่ส์ออกอากาศเป็นจำนวนหลายเรื่อง อย่างเช่น Sotus the Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง หรือจะเป็นเดือนเกี้ยวเดือน ฯลฯ
 
นิยายวาย คือ?
 
คำว่า “วาย” หรือ “Yaoi” มีที่มาจากการใช้ชื่อย่อเป็นตัวอักษรญี่ปุ่น และก็ต้นแบบของแต่ละคำคือ “Yama nashi, Ochi nashi, Imi nashi” หมายถึง no climax (ไม่มีจุดสำคัญ), no point (ไม่มีประเด็น), no meaning (ไม่มีความหมาย) เพราะฉะนั้นก็เลยมีการประดิษฐ์คำว่า Yaoi ขึ้นมาใช้เรียกงานจำพวกนี้
 
แม้กระนั้นในประเทศไทยนั้น ความหมายของคำว่า Yaoi มีการใช้เปลี่ยนไปจากเดิม ด้วยเหตุว่าเราใช้คำว่า “วาย” เรียกชายรักชายทั้งผอง ไม่ว่าจะเป็นนิยาย การ์ตูน หรือละคร แล้วก็ยังครอบคลุมจินตนาการหรือการจิ้นความเกี่ยวข้องระหว่างตัวละครชายที่สร้างขึ้นมาหรือระหว่างบุคคลเพศชายที่พวกเราชื่นชอบ อาจเป็นศิลปิน/ศิลปิน/คนมีชื่อเสียงก็ได้ ทำให้คำว่าวายขณะนี้เปรียบเสมือนเป็นสิ่งที่แทนความรักแบบฟินๆ ไปแล้ว
 
สิ่งที่ทำให้เกิด Yaoi
 
คำว่า yaoi เกิดครั้งแรงช่วงปลายสมัย 70 โดยซาคาตะ ยาซุโกะและก็ฮัตสุ รินโกะ ที่ต้องการล้อเลียนส่วนประกอบของงานเขียนโคลงจีนยุคเก่าซึ่งจำต้องมี ki (introduction บทนำ), syo (development ดำเนินเรื่อง), ten (transition จุดผกผัน), แล้วก็ ketsu (conclusion บทสรุป) โดยสร้างงานที่
 
- Yamanashi (no climax-ไม่มีไคลแมกซ์)
- Ochinashi (no point-ไม่มีข้อความสำคัญ)
- Iminashi (no meaning-ไม่มีความหมาย)
- เปลี่ยนมาเป็นงานโดจินชิที่ชื่อ Loveri
 
ถัดมาในยุค 80 คำว่า yaoi ได้หมายความถึงงานการ์ตูนล้อเลียนที่มีเพศชายสองคนเป็นตัวเอกแล้วก็เน้นในเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศเป็นประเด็นหลัก ส่วน shonenai หมายถึงการ์ตูนที่มีผู้ชายสองคนเช่นเดียวกัน แต่เน้นความรักโรแมนติกและก็น่ารักสุภาพกว่า ทั้ง yaoi และ shonenai ไม่ใช่การ์ตูนที่เอ๋ยถึงความรักของ เกย์ เลย แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของความรักที่ "เหนือ" กว่าความรักระหว่างคนต่างเพศทั่วไป
 
แต่อย่างไรก็ดี แหล่งกำเนิดของความเกี่ยวข้องแบบชายกับชายในการ์ตูนมิได้เกิดในดงโดจินชิเป็นที่แรก แต่กลับเกิดในงานการ์ตูนที่มีพิมพ์ขายแบบจริงจัง เรื่องนั้นคือ Kaza to Ki no Uta หรือ A Poem of Wind and Trees งานด้านการเขียนของทาเคมิ|ยะ เคย์โกะ ซึ่งเผยแพร่ในแมกกาซีนการ์ตูนผู้หญิง}ในปี 1976 เรื่องนี้เป็นเรื่องของกิลเบิร์ต คอคโต เด็กหนุ่มรูปงามในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งที่มีอันจำเป็นต้องร่วมหอลงเตียงกับเพื่อนชายหนุ่มรูมเมท
 
บอยเลิฟ
 
บอยเลิฟ เป็นคำที่เอาไว้ใช้เรียกแทนคำจำกัดความรัก ระหว่าง ชาย กับ ชาย หรือ จะใช้คำว่า บอยส์เลิฟ รวมทั้ง ยาโอย (Yaoi) กัน โดยเนื้อหาของบอยส์เลิฟนั้น จะเกิดเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเพศ ของชายหนุ่มสองคน (หรือบางทีอาจจะมากยิ่งกว่านั้น) มีลักษณะการดำเนินเรื่อง คล้ายกับการ์ตูนผู้หญิง ที่มีผู้แสดงนำชาย นางเอก (ที่เป็นเพศชาย) มามีความรักหรือความเกี่ยวข้องทางเพศต่อกัน โดยในกลุ่มสาวกยาโอย จะมีการใช้คำศัพท์แทน ฝ่ายตั้งรับ หรือ นางเอกที่เป็นผู้ชาย นั้นว่า Uke และเรียกฝ่ายรุก ก็คือพระเอกว่า Seme
 

 
10 นิยายวายที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. OUT OF LOVE แสดงความรัก
'ผมรักพี่พอร์ช เบื้องหน้าเส้นทางชีวิตของผม มีเขาเดินนำอยู่เสมอ แผ่นหลังของเขาคือสิ่งที่หัวใจผมเฝ้าติดตามมานานหลายปี และรู้ดีว่าเขามองใครอีกคนมาตลอดไม่เปลี่ยนแปลง แต่แล้วผมก็มีโอกาสได้อยู่ใกล้เขาอีกครั้งจนเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นระหว่างเรา เกิดเป็นแรงผลักดันให้ผมมีความกล้าที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้พี่พอร์ชหันมามองผมแม้สายตานั้นจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังก็ตาม... ทางที่ผมเดินต้องกลายเป็นวงกตแห่งความเจ็บปวด และผมได้แต่หวังว่าความรักในแบบที่ผมเลือกจะเป็นทางออกที่ถูกต้องสักที
‘พอร์ช’ เป็นผู้ชายที่รักใครแล้วรักมาก เขาคิดว่าต่อให้เทียบกับคนทั้งโลก ก็ไม่มีใครรักอีกฝ่ายได้เท่าตัวเอง ในขณะที่ ‘ณะ’ นั้นจริงๆ ไม่ได้อยากยึดคนที่รักไว้กับตัว แต่แค่อยากทุ่มเททำทุกอย่างให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะต้องแลกมาด้วยความทุกข์ของตัวเองก็ตาม ซึ่งทั้งสองคนเป็นคนที่ชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเอง และทั้งคู่ก็มีวิธีแสดงความรักในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่เพราะการแสดงออกของความรักที่สวนทาง สุดท้ายเลยลงเอยที่ทำร้ายทั้งตัวเองและฝ่ายตรงข้ามอยู่เรื่อย
หลังจากที่เราเคยนำเสนอเรื่องราวความรักสองเรื่องสองแบบจาก "Deep Sound แสดงความรู้สึก" และ "Take Care แสดงความดูแล" กันไปแล้วคราวนี้เราจึงมา "แสดงความ กันเป็นเล่มสุดท้าย "Out of Love แสดงความรัก" ในเล่มนี้เราจะได้สัมผัสความรักในหลายรูปแบบซึ่งแต่ละคนก็มีหนทางของตนเองที่แตกต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา หรือเจ็บปวด เราก็สามารถเลือกที่จะแสดงความรักในแบบของเราได้เสมอ และการแสดงความรักของผู้ชายทุกคนในเล่มนี้ จะสั่นสะเทือนหัวใจรักของคุณผู้อ่านแน่นอน
 
2. Ailurophile น้องดินทาสแมว
เล่มนี้เป็นเรื่องความรักที่เรียบง่าย ทุกตัวละครเรียบง่าย แต่เราก็ตกหลุมรักในความเรียบง่ายไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน ก็แหงล่ะ ชีวิตเรามันซับซ้อนพออยู่ละ บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรที่มันหวือหวามากมายขนาดนั้นหรอก แค่มีคนที่ดีต่อใจ และทำให้เราตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัวได้ในวันยากๆ ก็พอแล้วใช่มั้ยล่ะ ดินกับอัยย์ ก็เป็นความสัมพันธ์ "นุ่มๆ" ให้เราหนุนสบายจริงๆ แต่บางครั้งก็ออกจะหมั่นไส้หน่อยๆ
ใครๆ ก็รู้กันทั้งบางว่าน้อง "แดนดิน" ศิลปศาสตร์เอกอิ๊งค์ปีสองอะโคตรน่ารัก น้องชอบสีชมพูพีช ชอบตุ๊กตา ยิ้หวาน หน้าเหมือนหมาที่ ท่าทางนุ่มนิ่ม แล้วบุญก็หล่นทับดังโครมเมื่อพี่ "อัยย์" ได้น้องมาแชร์บ้านอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน บอกเลยว่าน้องน่ารักเบอร์นี้ พี่อัยย์ก็ไม่หวังอะไรนอกจากหวังจะได้น้องเป็นเมีย แม่! พี่อัยย์ว่าพี่อัยย์หาลูกสะใภ้ให้แม่ได้แล้ว!! แต่แล้ว.. เช้าวันหนึ่งหลังปาร์ตี้ เขาก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเรื่องช็อคโลก ตั้งใจจะจับน้องทำเมีย.. ไหงดันได้เป็นเมียน้องซะเองวะ! "น่ารักแล้วไง เป็นผัวพี่ได้ก็แล้วกัน" น้องดิน.. ทำไมน้องใจร้าย!! ทำไมไม่อ่อนโยน!!!
 
3. คุณหมอครับช่วยถอดหน้ากากที! Behind the Mask
เรื่องราวความรักของแฟนเก่ากับแฟนใหม่ ปฏิบัติการถอดหน้ากากเผยความจริงในหัวใจ บนเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของหมอศัลย์และตำรวจหนุ่มจะลงเอยอย่างไรกันหนอ 'อกหัก รักคุด สุดระทมมากแค่ไหน 'หมอภีม' ก็ต้องซ่อมอารมณ์ความรู้สึกตั่งต่างไว้ภายใต้หน้ากากที่คนอื่นมองเห็นเป็นใบหน้าเรียบเฉย ด้วยว่าสถานะอาจารย์แพทย์และหมอศัลย์มือดีมันค้ำคออยู่ จนกระทั่งต้องผ่าตัดช่วยชีวิตตำรวจหนุ่มลูกครึ่งนาม 'เซธ' หน้ากากที่เขาสวมใส่ประจำก็มีคนพยายามจะถอดมันออกแม้คู่ปรับคนนี้จะเป็นถึงตำรวจที่สือทอดธุรกิจอาวุธสงคราม แต่จะมาถอดหน้ากากเขาออกง่ายๆ ใครจะยอม! อีกฝ่ายจึงต้องเริ่มจากขึ้นเบสิกคือ 'ถอด' อะไรที่ง่ายกว่านั้นก่อน
 
4. ทฤษฎีโลกกลมเขาว่าคือพรหมลิขิต
"เขาบอกว่าถ้าคนเราบังเอิญเจอกันถึงสามครั้งทั้งที่ไม่น่าเจอ เขาเรียกว่าพรหมลิขิตหรือเนื้อคู่" ตะวันเชื่อเรื่องของโชคชะตา แต่ไม่เชื่อคำพูดของเพื่อนรักอย่างคนโปรด จนได้เจอเข้ากับตัวเอง ชายหนุ่มร่างสูงกับหนูน้อยขี้อายในร้านหนังสือ คนที่ตะวันไม่คิดว่าจะเดินเข้ามาในชีวิตของเขา รู้ตัวอีกทีความบังเอิญสามครั้งก็เกิดขึ้น ชีวิตของพวกเขาค่อยๆ บรรจบเข้าหากันด้วยโชคชะตา จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนรู้จักที่คุ้นเคย นี่คือ "ตะวัน" เด็กหนุ่มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เมธเคยเจอ ความอบอุ่นแสนดีของตะวัน จะเอาชนะใจพ่อหม้ายลูกติดได้หรือไม่ ต้องไปติดตามนิยายเรื่อง "ทฤษฎีโลกกลมเขาว่าคือพรหมลิขิต"
"ทฤษฎีโลกกลม เขาว่าคือพรหมลิขิต" เล่มนี้เป็นเรื่องราวของ "ตะวัน" ที่บังเอิญไปเจอกับคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวในร้านหนังสือที่ตัวเองชอบไปทุกวันศุกร์ และโชคชะตาก็ส่งคิวปิดตัวน้อยมาให้เขาหลงใหลในความน่ารัก จนได้รู้จักและเริ่มสนิทกับ "เมธ" ผู้เป็นพ่อของคิวปิดตัวน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยผลงานของคุณ Darin เล่มนี้ ยังคงเป็นนวนิยายแนว Feel Good ที่อ่านสบายๆ ทั้งยังแฝงข้อคิดเรื่องความเป็นครอบครัว ความเอาใจใส่ดูแลเด็กในวัยที่กำลังเติบโต แล้วก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความอ่อนโยนของตัวละครทุกตัวที่อยู่ในทุกตัวอักษร ทั้งยังได้เห็น "คนโปรดกับไทย" ในมุมรักเด็กอีกด้วย บอกเลยว่าแก๊งนี้น่ารักกันทุกคนจริงๆ
 
5. ทฤษฎีร้อยเล่มเกวียน
เชื่อว่าเพื่อนๆ คงเคยแอบรักใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่ชายข้างบ้าน หรือรุ่นพี่ในคณะ.. เหมือนกับ "คนโปรด" ในเรื่องนี้ที่แอบรักรุ่นพี่อย่าง "พี่รหัส" แต่คงมีน้อยคนนักที่จะกล้าเหมือนคนโปรด ในการทำทุกวิถีทางให้คนที่เราแอบรักหันมามองสักนิด โดยไม่กลัวความผิดหวัง.. น้องเท็ดดี้เลยรู้สึกชื่นชมคนโปรดมากๆ แอบนึกไปว่าถ้าตอนนั้นเราทำแบบคนโปรด รุ่นพี่ที่เราแอบรัก ตอนนี้อาจจะกลายเป็นแฟนเราก็ได้ นิยายแนวฟิลกู๊ดที่จะทำให้คุณยิ้มไปกับทุกตัวอักษรในเรื่อง หลงรักตัวละครทุกตัวในเล่ม และสุดท้ายเพื่อนๆ ก็จะตกหลุมรักซีรี่ส์นี้อย่างสุดหัวใจ
"อีกปีเดียวพี่รหัสก็จะจบแล้ว" น้องปีหนึ่งอย่างคนโปรดจึงคิดหนักแอบหลงรักรุ่นพี่ปีสี่ตั้งแต่เข้ามาเรียนวันแรกๆ ถ้าไม่ตัดสินใจทำอะไรลงไปตอนนี้ อาจต้องพลาดความรักครั้งนี้ไปตลอดกาล เมื่อคิดได้อย่างนั้น "คนโปรด" ผู้ที่เชื่อว่าความรักต้องใช้ความพยายามได้ผลบ้างก็ไม่เป็นไร ถึงโอกาสจะมีริบหรี่แค่ไหนเขาก็อยากลองสู้ดู ได้รักก็ยังดีกว่าไม่ได้รัก ได้ลองจีบก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร ถ้าผิดหวังจะได้บอกตัวเองได้ว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว นี่คือ "คนโปรด" หนุ่มน้อยที่มีแววตาสดใสราวกับโลกนี้ไม่เคยผ่านความทุกข์มาก่อน ความบ๊อง ความเอ๋อ และความบ้าของคนโปรด จะเอาชนะใจรุ่นพี่สุดโหดได้ไหม ต้องไปติดตาม ใน "ทฤษฎีร้อยเล่มเกวียน"
 
6. พี่ชายครับ ไปนั่งกินหมูกระทะเป็นเพื่อนผมหน่อย
เรื่องราวของ ‘บอสตัน’ เด็กหนุ่มผู้อยากกินหมูกระทะมากแต่ไม่มีใครยอมไปด้วยเขาตัดสินใจอ้อนขออาเฮียท่าทางใจดีที่รู้จักกันผ่านทางทวิตเตอร์ไปนั่งกินเป็นเพื่อน‘เฮีย’ คนนั้น ทำให้เขาค้นพบว่า บางทีการโดนเพื่อนเทอาจจะไม่ใช่เรื่องแย่ก็ได้
มีคำกล่าวไว้ว่า หากคุณสามารถนั่งกินเอ็มเคคนเดียวได้แล้ว คุณจะสามารถทำอะไรมากมายได้ด้วยตัวคนเดียวโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม อย่างอื่นที่ว่านั้นไม่รวมถึงการไปปั่นเรือเป็ดคนเดียว หรือการไปนั่งกินหมูกระทะคนเดียว เพราะเลเวลความเสี่ยงว่าหมูมันจะไหม้หากคีบได้ช้าเกินไปหรือเหลือทิ้งเยอะแยะจนเสี่ยงโดนปรับค่อนข้างสูงพอสมควร
 
7. ทุกห้องหัวใจมอบให้นาย
ความรักหวานปนขม ของชายหนุ่มไม่เอาไหนเคยผ่านการหย่าร้าง X เกย์ซึนเดเระสุดขั้ว ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันพร้อมเสิร์ฟแล้ว
มารุยามะเป็นพวกไม่เอาไหนแบบที่นึกภาพตามได้เลย ทั้งไร้การงาน ทั้งเคยหย่าร้างมาแล้ว เขายอมเป็นคนรักของโอซาวะเพื่อนสมัยเด็กเพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่อีกฝ่ายจะช่วยชดใช้หนี้สินที่แบกรับอยู่ได้ เงื่อนไขของโอซาวะก็คือให้อยู่บ้านตอนที่ชายหนุ่มกลับมา แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไร มารุยามะจึงเผลอไปเที่ยวกับผู้หญิง แต่กลับโดนโกรธหนัก ทำหน้าถมึงทึงใส่ ดูเหมือนว่าโอซาวะที่แสนจะเข้าใจยากคนนั้นจะชอบมารุยามะอยู่...?
 
8. ROOMMATE เพื่อนรัก ลักเพื่อน
เหตุการณ์ในคืนนั้น ทำเอาเจี่ยนหมิงถึงกับลืมไม่ลง ที่งานเลี้ยงรับรองของบริษัท เขาถูกส่งให้ไปดูแลลูกค้าคอทองแดงกลุ่มหนึ่งที่กำลังเมาปลิ้น เจี่ยนหมิงจำไม่ได้ว่าตัวเองขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้านมาได้ยังไง รู้ตัวอีกทีเขาก็นอนแผ่หราอยู่บนโซฟาในหอพักแล้ว
ในตอนนั้น เฮ่อเสี่ยวซาน-เพื่อนร่วมห้องของเขากำลังนั่งดื่มเหล้าฉลองชัยชนะให้กับฟุตบอลทีมโปรดอยู่ รูมเมทคนนี้มีนิสัยรักสันโดษ ไม่ชอบออกไปไหนและมักจะนั่งเล่นเกมอยู่แต่ในห้อง จู่ๆ เฮ่อเสี่ยวซานที่เมาแอ๋ก็กระโดดขึ้นคร่อมร่างของเจี่ยนหมิงกลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง ทั้งสองค่อยๆ เบียดร่างเข้าหากัน
สติของเฮ่อเสี่ยวซานพลันหลุดลอย เขาก้มลงประกบริมฝีปากบดขยี้เจี่ยนหมิงอย่างดูดดื่ม เจี่ยนหมิงไม่ขัดขืนแถมยังยันร่างขึ้นน้อมรับจูบนั้นด้วยความยินดี ปากของเจ้านี่นุ่มเหลือรับประทาน...
 
9. ชุด Troubled Heart กลร้อนซ่อนรัก BY I'M B2UTY
เพราะความหลังของคนในครอบครัวที่ส่งผลกับปัจจุบันทำให้ "อัคคี" ศิลปินเบอร์หนึ่งจากค่ายเดอะเวิร์ลและ "พระพาย" ศิลปิรเบอร์หนึ่งจากค่ายเดอะวันจ้องโคจรมาเจอกันอย่างที่ไม่ควรจะเป็น การทำงานร่วมกันกับคนที่สุดแสนจะเกลียดหรือเปรียบได้กับศัตรูคู่อาฆาตเพื่อช่วงชิงความเป็นที่หนึ่งในวงการบันเทิงจึงเริ่มต้นขึ้น
การทำงานร่วมกันที่มีแต่ความฟาดฝันและการเผชิญหน้าที่สุดแสนเจ้มข้นจากที่เคยออกตัวว่าเกลียดกันจนแม้แต่จะหายใจในพื้นที่เดียวกันแต่แล้ววันเวลาและความหลังต่างๆ ก็หวนกลับเข้ามาทำให้เรื่องราวระหว่าง "อัคคี" และ "พระพราย" เปลี่ยนไปความเกลียดค่อยๆ จางหายกลายเป็นความรู้สึกดีๆ เข้ามาแทนที่ 'พายอยากเกลียดพี่...อัคคี' เพราะหลอกตัวเองว่าเกลียดเขาต่อไปไม่ไหว ผมกับอัคคีจึงพากันเดินไปสู่เส้นทางความรู้สึกในรู้แบบใหม่เราทั้งคู่ปล่อยให้ตัวเองทำตามเสียงของหัวใจว่ากันว่าเวลาของความสุขมักอยู่กับเราไม่นาน ระหว่างผมกับอัคคีก็เป็นแบบนั้นหลังจากปล่อยตัวเองไปกับความสุข ความทุกข์ก็ถาโถมเข้ามาใส่ราวกับพายุซัดและทุกเรื่องเหล่านั้นมันก็มีผลพวงมาจากการกระทำในอดีตทั้งจากตัวของอัคคีและจากคนในครอบครัวของพวกเราทั้งสองฝ่าย พัง... ทุกอย่างมันพังลงจนไม่เหลือชิ้นดีไม่รู้ว่าจะยังพอมีทางที่จะประกอบให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?
 
10. The Shearingt Gun ลงเอยด้วยรัก
เอลเลียตเป็นหมอหนุ่มคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ ตั้งแต่แฮงค์พาตัวเองมาให้หมอรักษา เขาก็รู้สึกว่าหมอมีความสนใจในตัวเขา สายตาของหมอมองสำรวจหุ่นเขาอย่างลืมตัว แน่ละ จากการทำงานหนักมานานปี เขามีรูปร่างที่บึกบึนชวนน้ำลายหก และในความคิดของเขาแล้ว หมอเองก็น่ารักไม่ใช่น้อย แต่เขาไม่อาจมีสัมพันธ์กับใครในละแวกบ้านได้ ความรักแบบนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับในเขตชนบทที่มีแต่พวกอนุรักษนิยม ถ้ามีใครรู้ความลับของเขา ชีวิตสังคมและการงานของเขาในแถบนี้เป็นอันจบกัน เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น! แต่เขาจะห้ามใจตัวเองได้หรือ...?
ในวัยยี่สิบห้า แฮงค์ได้เป็นเจ้าของที่ดินผืนเล็ก ๆ ผืนหนึ่งในเขตชนบทของออสเตรเลีย เขาหาเลี้ยงชีพด้วยการเลี้ยงแกะ ปลูกพืชไร่ และรับจ้างตัดขนแกะ มันเป็นงานที่หนัก แต่เขาก็ดูแลทุกอย่างมาได้ตลอดรอดฝั่งด้วยตัวเองและภาคภูมิใจกับมัน แต่เมื่อแฮงค์เกิดอุบัติเหตุกระดูกไหปลาร้าหักจากการเล่นฟุตบอล เขาก็เริ่มหวั่นวิตกถึงสิ่งที่จะตามมา ใครจะดูแลพวกแกะและพืชไร่ต่าง ๆ ไหนจะรายได้จากการตัดขนแกะที่ต้องสูญเสียไป ไหนจะเรื่องหมอเอลเลียตที่เป็นคนรักษาเขาอีก...
 

4

 
จิตวิทยา คือ ?
 
จิตวิทยา (Psychology) เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการเรียนรู้เกี่ยวกับจิตใจ (กระบวนการของจิต), กระบวนความคิด, รวมทั้งพฤติกรรม ของมนุษย์ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เนื้อหาที่นักจิตวิทยาศึกษา อาทิเช่น การรับรู้ (กระบวนการรับข้อมูลของมนุษย์), อารมณ์, บุคลิกภาพ, พฤติกรรม, และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล จิตวิทยายังสื่อความหมายรวมถึงการประยุกต์ใช้วิชาความรู้กับกิจกรรมในด้านต่างๆ ของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน (ได้แก่กิจกรรมที่เกิดขึ้นในครอบครัว, ระบบการเรียนรู้, การว่าจ้างเป็นต้น) และยังรวมทั้งการใช้ความรู้ทางจิตวิทยาในการรักษาปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต นักจิตวิทยามีความบากบั่นที่จะศึกษาทำความเข้าใจถึงหน้าที่หรือจุดมุ่งหมายต่างๆ ของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นมาจากตัวบุคคลและก็ความประพฤติปฏิบัติที่เกิดขึ้นในสังคม ขณะเดียวกันก็ทำการศึกษาขั้นตอนของระบบประสาทซึ่งส่งผลต่อการควบคุมและแสดงออกของความประพฤติ
 
สรุปแล้วจิตวิทยาก็ คือ ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับความประพฤติปฏิบัติของคนเรานั่นเอง
 
ภาษาทางด้านจิตวิทยา
 
จิตวิทยาก็มีการบัญญัติศัพท์ขึ้นมาเพื่อใช้เพื่อการเรียนรู้เช่นเดียวกับศาสตร์อื่นๆ ศัพท์บางส่วนประกอบด้วยศัพท์ที่คนทั่วๆไปใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน ศัพท์บางคำก็เป็นศัพท์ทางวิชาการที่คุ้นเคย ถึงแม้ศัพท์บางคำจะเป็นที่เข้าใจ แล้วก็คุ้นเคยของคนทั่วไป แต่นักจิตวิทยาก็ได้ให้ความหมายเฉพาะเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างแท้จริงในการค้นคว้าจิตวิทยา
 
องค์ประกอบของจิตวิทยา
 
1. ลักษณะเนื้อหาวิชา แบ่งเป็นเรื่องต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น วิวัฒนาการของผู้คน, กรรมพันธุ์, ระบบการตอบสนอง, การรับรู้, การรู้สึก, แรงกระตุ้น, อารมณ์, ภาษา การคิด แล้วก็การจัดการปัญหา, ความเฉลียวฉลาดและการทดลองปฏิภาณ, บุคลิกภาพแบบต่างๆ รวมทั้งการคาดคะเนบุคลิกภาพ, แบบต่างๆ

2. วัตถุประสงค์ของจิตวิทยา เป้าหมายของการเรียนรู้ได้มาจากกรรมวิธีที่แตกต่างกัน 3 จำพวก ได้แก่
 
- การศึกษาค้นคว้าวิจัยประยุกต์ ให้ความสนใจสำหรับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนั้น ผลที่เกิดจากการวิจัยในปัญหานี้สามารถ เอามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ การศึกษาค้นคว้าวิจัยดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการวางแผนดำเนินการ ควบคุมกรรมวิธีการด้วยความระแวดระวัง การศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัย บริสุทธิ์ก่อให้เกิดการวิจัยประยุกต์อย่างมีแบบแผน
- การประยุกต์ใช้ เป็นการประยุกต์คำตอบที่ได้ ไปใช้ในเหตุการณ์จริงๆในโลกซึ่งไม่มีการควบคุม สถานการณ์ใดๆก็ตามนักจิตวิทยากลุ่มที่มีการปรับใช้สูงที่สุด คือ นักจิตวิทยาคลินิก รองลงมาเป็น นักจิตวิทยาการศึกษา
- สถานที่ดำเนินการทางด้านจิตวิทยา นักจิตวิทยาสาขาต่างๆ ดำเนินการในสถานที่แตกต่างกัน บางสาขาทำศึกษาค้นคว้าและก็สอนในมหาวิทยาลัยแล้วก็วิทยาลัย บาง สาขาดำเนินการในสถานพยาบาลและโรงพยาบาล, ศูนย์บริการให้คำแนะนำต่างๆ ในสถานที่เรียน, บริษัทหรือโรงงานอุตสาหกรรม, ศูนย์สุขภาพที่เกี่ยวข้องทางจิต ศูนย์คุ้มครองแล้วก็ปราบปรามสิ่งเสพติด ศูนย์พักฟื้นคนเจ็บที่เพิ่งจะถูกส่งออกจากโรงพยาบาล ศูนย์บริการพลเมือง ฯลฯ
 
ความเกี่ยวข้องของจิตวิทยากับศาสตร์อื่น
 
จิตวิทยามีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับวิชาจิตเวชศาสตร์ (อันเป็นส่วนหนึ่งของวิชาแพทยศาสตร์ เป็นสาขาที่ว่าด้วยการรักษาจิตใจ) และก็กับศาสตร์ทางชีววิทยา ซึ่งตัวอย่างเช่น สรีรวิทยา ประสาทวิทยาและก็ชีวเคมี ความประพฤติปฏิบัติ ของบุคคลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะจะต้องเรียนรู้จากบุคคลนั้นโดยตรงก่อน ทั้งทางด้านพันธุกรรม ระดับวุฒิภาวะ แล้วก็ภาวะการ เคลื่อนไหวของร่างกาย รวมทั้งปัจจุบันก็สัมพันธ์อย่างเด่นชัดกับมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา โดยมานุษยวิทยาศึกษาต้นกำเนิด ของมนุษย์ และการสืบทอดวัฒนธรรม ขนบประเพณี สภาพของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทางด้านที่เกี่ยวข้องกับสังคม ส่วนทางสังคมวิทยาจะเน้น ศึกษากลุ่มสังคมมากกว่าตัวบุคคล โดยศึกษาการปะทะสังสรรค์ของแต่ละบุคคลในกลุ่ม และก็เรียนรู้อิทธิพลของกลุ่มที่มีต่อ แต่ละบุคคล
 
หนังสือสร้างแรงจูงใจ
 
ถ้าคุณกำลังมองหากลเม็ดที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย คำตอบบางทีอาจอยู่ตรงนี้แล้ว คุณอาจกำลังรู้สึกว่า เคล็ดลับก็คงต้องถูกเก็บเป็นความลับ โดยไม่ให้คนไหนรู้ได้อย่างง่ายๆซึ่งคุณกำลังคิดผิด จริงๆแล้วมหาเศรษฐีที่ไปถึงเป้าหมายในชีวิตได้แชร์เคล็ดลับต่างๆ ของพวกเขา ไว้ให้พวกคุณมากมาย แล้วอะไรจะดีไปกว่าการได้ศึกษาแนวทางที่ประสบความสำเร็จจากผู้ที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของโลกล่ะ
 
คนนำทางธุรกิจ ผู้ประกอบการ แล้วก็ดารานักแสดงมากมายต่างเห็นด้วยว่าหนังสือพวกนี้เป็นหนังสือที่เป็นผลดีต่อการใช้ชีวิตของพวกเขาอย่างมาก บางเล่มได้อธิบายถึงแนวความคิดการลงทุน บางเล่มก็เป็นวิธีการพัฒนาตนเอง ซึ่งหนังสือน่าอ่านพวกนี้จะบอกกลเม็ดของสิ่งที่คุณจะต้องเปลี่ยนเพื่อที่คุณจะได้ก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จรวมทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญแบบพวกเขา
 


10 หนังสือจิตวิทยา และหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ ที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. คุณสมบัติ 8 อย่างที่จะทำให้คุณโดดเด่นในที่ทำงาน
คนจำนวนมากที่ชอบบ่นงานของตัวเอง พวกเขาชอบพูดว่าตัวเองพยายามตั้งใจทำงานอย่างหนักแต่เจ้านายก็ไม่เคยมองเห็น เพื่อนร่วมงานของคุณได้เลื่อนขั้นแต่คุณคิดว่าคุณทำได้ดีกว่าพวกเขา ก่อนที่คุณจะบ่นคุณควรจะหันกลับมามองตัวเองก่อน คุณคิดว่าคุณมีอะไรพิเศษกว่าพวกเขา คุณทำงานได้ดีกว่าพวกเขาหรือเปล่า แล้วคุณจะทำให้เจ้านายของคุณ มองเห็นพรสวรรค์ของคุณได้อย่างไร พรสวรรค์และความสามารถของคุณจะทำให้คุณแตกต่าง หนังสือ "คุณสมบัติ 8 อย่างที่จะทำให้คุณโดดเด่นในที่ทำงาน" เล่มนี้จะทำให้คุณรู้ว่าจะโดดเด่นในที่ทำงานได้อย่างไรด้วยคุณสมบัติ 8 อย่างนี้
ประสิทธิภาพในการทำงาน-บริษัทไม่ได้สนใจแค่เพียงว่าคุณทำงานเสร็จเรียบร้อยเพียงเท่านั้น แต่เขาให้ความสนใจกับการใช้เวลาในการทำงานและมีประสิทธิภาพที่ดีของงานที่คุณทำด้วย ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์-บริษัทจะสนใจแค่เพียงว่าคุณให้ประโยชน์อะไรกับบริษัทได้บ้าง ไม่ได้สนใจว่าคุณต้องผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้าง การสื่อสาร-คนที่เป็นผู้นำที่ดี 90% สามารถมองเห็นได้จากทักษะการสื่อสารของเขา ทีมเวิร์ก-เจ้านายจะไล่คุณออกถ้าเกิดว่าคุณไม่สามารถทำงานเป็นทีมได้ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานที่ดีแค่ไหนในบริษัท คุณจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทั้งหมดเหล่านี้ มีคำพูดว่า ทักษะและความสามารถของคุณทำให้คุณมาอยู่ในตำแหน่งของคุณ และคุณสมบัติในการทำงานเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณได้เปรียบในการแข่งขัน ทำให้คุณพิเศษ ไม่มีใครที่จะมาแทนที่คุณได้ แล้วคุณก็จะเป็นพนักงานที่ดีที่สุดในบริษัท คุณจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทั้งหมดที่อยู่ในหนังสือ "คุณสมบัติ 8 อย่างที่จะทำให้คุณโดดเด่นในที่ทำงาน" เล่มนี้
 
2. วิธีสร้างพลังใจสู้ชีวิต และมีวินัยในตนเอง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ
หนังสือเล่มนี้สอนในเรื่องขั้นตอนและวิธีการที่เข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความอดทน การวางแผน การสร้างความเข้าใจในความปรารถนาของตน การแบ่งปัญหาออกเป็นส่วนย่อยๆ การฝึกตนให้คิดบวกขจัดความคิดลบ และค้นหาความแข็งแกร่งที่มีอยู่ในตัวตนของเรา ซึ่งผลลัพธ์ได้คือการมีชีวิตที่ดี และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หนังสือ "วิธีสร้างพลังใจสู้ชีวิต และมีวินัยในตนเอง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ" เล่มนี้เป็นหนังสือดี มีเนื้อหากระชับ จับแต่ประเด็นสำคัญๆ มานำเสนอผ่านการ์ตูนก้างปลา ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ และมีชีวิตที่ดีได้ตลอดไป
พลังใจ คือปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ พูดอีกนัยหนึ่งคือการมีพละกำลังที่จะลงมือทำ หรือละเว้นการกระทำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นอะไรก็ตาม พอถึงเวลาคุณจะรู้ตัวและลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง และมีบางเวลาที่เราต้องหลีกเลี่ยงที่จะทำอะไรสักอย่าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีพลังใจมากพอที่จะขับเคลื่อนให้คุณลงมือทำตามความคิดนั้นได้หรือไม่
เป้าหมายของเราคือ สอนคุณในสิ่งที่เราได้เรียนรู้มา เราหวังใจว่าเราจะนำเสอนไอเดียที่ช่วยให้คุณนำไปปรับใช้ในการพัฒนาพลังใจของคุณเพื่อให้คุณสามารถทำเป้าหมายได้สำเร็จ "คุณสมบัติหนึ่งอย่างที่แยกคนคนหนึ่งให้โดดเด่นออกจากกลุ่ม ไม่ใช่ความสามารถพิเศษ การศึกษา หรือความฉลาดระดับอัจฉริยะ หากคือ เรื่องวินัยในตนเอง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ส่งผลให้คนคนหนึ่งทำตามสิ่งที่ปรารถนาได้ ในขณะที่อีกหลายคนยังจมปลักอยู่กับความขาดแคลน เมื่อเรามีวินัยในตนเองแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปได้ หากปราศจากวินัยในตนเองแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปได้ หากปราศจากวินัยในตนเอง แม้กระทั่งเป้าหมายง่ายๆ ก็ดูแทบเป็นไปไม่ได้เลย"
 
3. เทคนิคตั้งค่าสมอง ของคนที่ประสบความสำเร็จ Train Your Brain for Success
"ไม่ต้องฉลาด.. คุณก็คิดเก่ง จำแม่น อ่านเกมขาดได้" วิธีคิดแบบนี้หมายความว่าการประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเวทมนตร์ โชคช่วย หรือสถานการณ์เป็นใจ แต่เป็นเพราะสิ่งที่คุณคิดและสิ่งที่คุณทำ ลองอ่านเป้าหมายที่คุณเขียนแล้วตอบดูว่าเคยมีคนทำสำเร็จมาก่อนไหม ผมแทบไม่เคยเจอใครตอบว่าไม่มีเลย ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นอะไร ย่อมต้องมีคนเคยทำสำเร็จมาแล้ว และนี่ก็คือข่าวดีสำหรับคุณ ถ้ามีคนเคยประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณตั้งเป้าไว้ ก็มั่นใจได้เลยว่าพวกเขาไม่ได้เก่งหรือโชคดีไปกว่าคุณ แต่พวกเขาทำได้เพราะมีวิธีคิดและทำอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป หากคุณคิดและทำแบบเดียวกับพวกเขา คุณก็จะประสบความสำเร็จได้แน่นอน จำไว้ว่าความสำเร็จย่อมทิ้งเบาะแสไว้ ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากตรงไหน คุณก็สามารถก้าวไปสู่จุดที่คุณต้องการได้ พูดอีกอย่างก็คือ หากคุณต้องการไปถึงเป้าหมายให้เร็วที่สุด ลองมองหาบุคคลต้นแบบที่เคยทำสิ่งนั้นสำเร็จมาแล้วและทำตามเขา คุณก็จะบรรลุเป้าหมายได้เร็วและง่ายดายมากขึ้น และคุณจะพบเทคนิคดีๆในหนังสือ "เทคนิคตั้งค่าสมอง ของคนที่ประสบความสำเร็จ" เล่มนี้
 
4. 1 นาที ฝึกมองคนให้ทะลุ
ฝึกฝนให้ตัวเองมี "ดวงตาที่มองทะลุจิตใจคน" ได้อย่างไรกันนะ พวกเราแค่คอยพิจารณาและศึกษาสิ่งต่างๆ รอบตัวในแต่ละวัน หมั่นสั่งสมประสบการณ์ จึงจะเข้าใจวิธีดูคนให้ออก เข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน ข้อดีและข้อเสียของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการสนทนากันเพียงชั่วขณะสั้นๆ เท่านั้น หนังสือ "1 นาที ฝึกมองคนให้ทะลุ" เล่มนี้จะกล่าวถึงหลักจิตวิทยาและหลักสังคมศาสตร์ โดยอ้างอิงตัวอย่างจากสถานการณ์จริง ข้อสรุป และตัวอย่างจำนวนมากประกอบกัน ถือเป็นหนังสือจิตวิทยาที่อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์มาอธิบายวิธีมองคน วิธีแบ่งประเภทคน วิธีจูงใจคน ส่งผลให้สามารถปรับตัวไปตามสถานการณ์ต่างๆ ได้ ผู้เขียนเชื่อว่า ผู้ที่อ่านและเข้าใจเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะกลายเป็นผู้ที่มีสายตามองทะลุจิตใจคนอย่างแน่นอน
ในชีวิตเรา “การมองคน” เป็นวิชาชีวิตที่สำคัญมาก เพราะพวกเราต้องพบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตา เพื่อไม่ให้ผู้อื่นหลอกใช้ความรู้สึกและผลประโยชน์จากเรา พวกเราต้องแยกแยะผู้คนที่อยู่ข้างตัวเราให้ออก อย่าให้คนหลอกลวงแสร้งทำตัวเป็นเพื่อนเรา และอย่าให้เพื่อนเราถูกใส่ความจนกลายเป็นศัตรู การไม่ระมัดระวังจนมองคนผิด จะก่อให้เกิดความเจ็บปวดและเสียใจภายหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเจ็บปวดทางจิตใจ แค่มองคนผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจต้องตกอยู่ในคุกแห่งความเจ็บปวดตลอดชีวิต ไม่อาจหลุดออกมาได้ แม้จะรู้ว่าตัวเองมองคนผิดไปแล้วก็ตาม...
 
5. สานสัมพันธ์ด้วยสันติ
หนังสือเล่มนี้คือหนังสือที่เสนอวิธีการแก้ไขความขัดแย้งโดยใช้การสื่อสารที่มีพลัง ซึ่งมาร์แชลผู้บุกเบิกได้ตั้งชื่อว่า การสื่อสารอย่างสันติส่วนเรื่องการแก้ไขความขัดแย้งนั้น ขออ้างถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่ใช้สอนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสรุปความว่า วิธีแก้ไขความขัดแย้งมี 3 วิธีคือ 1 หนี (หน้า) หรือ Flight 2 สู้หรือ Flight 3 Work it out พอดีกับที่มาร์แชลได้เขียนหนังสือเล่มนี้ โดยตั้งชื่อว่า We can work it outซึ่งถอดความเป็นภาษาไทยโดย "ไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์" โดยมีความหมายในภาษาไทยว่า เราสามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ถ้าเราสื่อสารกันอย่างสันติ
 
6. แค่อ่านหนังสือถูกวิธีก็เป็นคนหัวดีได้
หนังสือ “เรียนเก่งได้ใน 66 วัน” ติด 1 ใน 10 อันดับหนังสือขายดีในหมวดหนังสือเรียนของเกาหลี เป็นหนังสือที่จุดความหวังให้ใครก็ตามมีกำลังใจในการเรียนมากขึ้น เนื้อหาในเล่มตอบทุกความต้องการของเด็กในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง เน้นการท่องจำเป็นหลัก ผู้เขียนจึงแนะนำวิธีการอ่าน/ทบทวน/เรียน
คะแนนดีเกิดจากการเรียนที่ถูกวิธีไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครหัวดีหรือหัวไม่ดี ให้โอกาสตัวเองอีกครั้ง ลองเปลี่ยนวิธีเรียนใหม่ และสร้างนิสัยเรียนเก่งด้วยหลักการง่ายๆ วิเคราะห์เนื้อหาโดยรวมจากย่อหน้าแรก วิธีท่องจำสามเด้ง จง "อ่าน พูด เขียน" เขาจดโน้ตกันแบบนี้ แค่เลือกสีปากกาเป็นก็ช่วยให้เรียนเก่งแล้ว เชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เก่า อย่าวางแผนเกินตัว นอนวันนี้ ตื่นพรุ่งนี้ อย่าหามรุ่งหามค่ำ อย่ามัวขยันแค่อ่าน จงขยับทดสอบด้วย เรียนเก่งได้ด้วยตัวเองแบบไม่เหนื่อย ไม่กดดัน ไม่โต้รุ่ง ด้วยโปรแกรมฝึกนิสัยให้เป็นคนหัวดีภายใน 66 วัน ในหนังสือ "แค่อ่านหนังสือถูกวิธีก็เป็นคนหัวดีได้" เล่มนี้ช่วยคุณได้
 
7. ปลาวาฬไม่ไปทำงาน
ชีวิตเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด เท่าที่จะคิดได้ เพราะประสบการณ์ของคนๆ หนึ่งอาจคือประสบการณ์ที่คนๆ อื่นได้ผ่านมา เรื่องเล่าจากปลาวาฬ ที่กลั่นกรองจากประสบการณ์การทำงานตรง และประสบการณ์จากผู้คนรอบข้าง ในโลกการทำงาน แห่งแฟนตาซี ที่คนทำงานต่างแปลงร่างกลายเป็น หอย กวาง ราชสีห์ ปลาหมึกฯ และต่างพยายามพัฒนาสายพันธุ์สูงๆ ขึ้นไป เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ให้อยุ่รอด ปลาวาฬไม่ได้แนะนำ วิธีการที่จะพาท่านสู่การเป็นท๊อปขององค์กร แบบหนังสือฮาวทู หากแต่ร่วมแบ่งปันความสุข ทุกข์ กับเพื่อนที่กำลังมีชีวิตอยู่ในโลกใบเดียวกัน บนเส้นทางที่ผ่านมา ที่เมื่อมองย้อนกลับไปเพียงเรื่องๆ หนึ่งที่ผ่านพ้นไป และเมื่อมองลงบนพื้นดินก็พบว่ามีรอยเท้าของผู้ที่เคยมาเส้นทางนี้มากมาย ก็ชีวิตเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดเท่าที่จะคิดได้ มายิ้มกว้างๆ แบบ "ปลาวาฬไม่ไปทำงาน" กันดีกว่า
 
8. ทำไมคนจนยิ่งจนคนรวยยิ่งรวย
ทุกคนต่างก็หวังอยากจะร่้ำรวย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้ดังที่หวัง ทุกคนต่างก็หวังอยากจะร่ำรวย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้ดังที่หวัง เพราะในความเป็นจริงแล้ว คนจนกลับยิ่งจน ส่วนคนรวยกลับยิ่งรวย เพราะเหตุใด หรือว่าความจนกับความรวยถูกลิขิตมาแล้วทำไมบางคนถึงเป็นเศรษฐี แถมยังร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งเรื่องราวแฝงสติปัญญาไร้ที่สิ้นสุด คนที่ยังไม่ร่ำรวยควรจะเรียนรู้จากบุคคลที่ประสบความสำเร็จ เพื่อจะได้พบหนทางสร้างความร่ำรวยจากเรื่องราวของพวกเขา และจดจำแนวคิดของคนรวยให้ขึ้นใน ถ้าคุณเปลี่ยนความคิดของตัวเอง และวิเคราะห์ปัญหาเหมือนกับคนรวยเหล่านั้น รวมถึงพยายามมุ่งมั่นไม่ท้อถอย เชื่อว่าสักวันหนึ่งคุณจะกลายเป็นสมกชิกคนหนึ่งในกลุ่มคนรวย ในหนังสือ "ทำไมคนจนยิงจนคนรวยยิ่งรวย" เล่มนี้
 
9. จิตวิทยาครอบครัว FAMILY PSYCHOLOGY
หนังสือเล่มนี้จะช่วยเหลือพ่อแม่ที่มีลูกในวัยต่างๆ กัน การวิจัยทางคลินิกชี้ให้เห็นชัดเจนว่าวิธีแบบ ใครๆ ก็ใช้ได้ นั้นไม่ได้ผล วิธีแก้ไขที่ได้ผลกับเด็กมากที่สุดนั้นต้องให้พ่อแม่มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงด้วย หนังสือ จิตวิทยาครอบครัว เล่มนี้จะช่วยให้พ่อแม่สำรวจปฎิกิริยาของตัวเองต่อปัญหาทางด้านพฤติกรรมของเด็ก เช่นเดียวกับทึ่จะเสนอแนะให้เข้าใจความคิดอ่านของเด็ก เมื่อพ่อแม่ขอคำแนะนำเพื่อปรับปรุงปฏิสัมพันธ์กับลูกก็จำเป็นต้องระลึกถึงแนวคิดหลักสี่ข้อให้ดี ติดตามหลักสี่ข้อแนวคิดปฏิสัมพันธ์ได้ในเล่มนี้
พบกับวิธีการรับมือกับลูกหลานที่กลายเป็นคนที่ชอบพูดปด ลักขโมย ขบถหัวดื้อ แม้แต่การระเบิดอารมณ์และอาละวาด ไปจนถึงแก้ปัญหาความวิตกกังวล รวมถึงความหวาดกลัว และการทำร้ายตัวเองของเด็ก พิจารณาถึงปัจจัยที่ทำให้เกิด เรื่องราวต่างๆ ซึ่งเรามองข้ามไป โดยศึกษาจากกรณีตัวอย่างที่มาจากประสบการณ์ตรงของ เจมส์ เอ. พาวเววล์
นักจิตวิทยามากความสามารถ หนังสือเล่มนี้ช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองรับมือกับลูกๆ ในวัยที่ต่างกันด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่่อช่วยให้เราสามารถเลี้ยงดูลูกให้เติบโตขึ้นอย่างมีความสุข และมีความมั่นคงทางอารมณ์
 
10. เปลี่ยนแค่ 1% ชีวิตดีขึ้น 100%
พัฒนาแค่ 1% ก็เป็นเลิศได้ในทุกๆ ด้านเทคนิคทำน้อยได้มาก ที่เห็นผลทันทีทั้งเรื่องงานและชีวิต จากนัเขียนขายดีของ New York Times

5

 
นิตยสาร (Magazine) เป็นสิ่งพิมพ์รายคาบที่ออกเป็นระยะสำหรับผู้อ่านทั่วๆไป มีเนื้อหานานาประการ มุ่งทั้งให้ความรู้และความสนุกสนาน ความรู้มักเป็นไปในลักษณะที่ให้ความรู้ มีการหาเงินจากการโฆษณารวมทั้งขายทั่วๆไป ผู้อ่านสามารถเป็นสมาชิกได้
 
คำว่า "นิตยสาร" มาจากรากศัพท์ คือ หมายถึงนิตย (สม่ำเสมอ) และก็สาร (เนื้อหา) คำว่า "นิตยสาร" โดยทั่วไปอาจมีความหมายคาบเกี่ยวกับคำว่า วารสาร ซึ่งออกตามกำหนดเวลาที่แน่นอนเช่นเดียวกัน แต่ในทางบรรณารักษศาสตร์ ปัจจุบัน เมื่อมีการใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้มีนิตยสารในอินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่ใช่สิ่งพิมพ์ แต่ก็ยังเรียกกันว่า "นิตยสาร"
 
เป็นที่น่าสังเกตว่า นิตยสารบางชื่อ ไม่ได้ใช้คำว่า นิตยสาร แต่ว่าก็น่าจะจัดเป็นนิตยสารได้ อาทิเช่น "อนุสาร อ.ส.ท." ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขณะที่สิ่งพิมพ์บางจำพวก มีความก่ำกึ่ง ระหว่างหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และแมกกาซีนรายสัปดาห์ ยกตัวอย่างเช่น มติชนรายสัปดาห์ สยามรัฐรายสัปดาห์ เนชั่นรายสัปดาห์ ฯลฯ ทั้งนี้เพราะรายละเอียดในเล่ม มีทั้งข่าว วิเคราะห์ข่าว รวมทั้งบันเทิง ในสัดส่วนที่พอกัน โดยทั่วไปนิตยสารชอบมีลักษณะผ่อนคลาย เล่า ไม่นิยมเขียนในลักษณะตำรา เว้นแต่ว่าจะแทรกอยู่เป็นเล็กน้อยของเล่ม
 
วารสารสำหรับนักอ่านเฉพาะกลุ่ม ฉบับแรกของโลกเผยแพร่ในกรุงลอนดอนเมื่อ พุทธศักราช 2274 (สมัยพระเจ้าท้ายสระ) ชื่อ "นิตยสารสุภาพบุรุษ" (The Gentleman's Magazine) เลิกกิจการไปเมื่อ พุทธศักราช 2450
 
วารสารสำหรับลูกค้าฉบับแรกของโลกเป็น "นิตยสารสกอต" (The Scots Magazine) ตีพิมพ์ในสกอตแลนด์เมื่อปี พ.ศ. 2282 ซึ่งตรงกับสมัย{พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และยังคงเผยแพร่อยู่จนถึงในขณะนี้
 
องค์ประกอบของนิตยสาร
 
ส่วนประกอบของนิตยสารอาจมีความไม่เหมือนกันได้เป็นอย่างยิ่ง องค์ประกอบหลัก ยกตัวอย่างเช่น วาระการออก แบบอย่าง จุดหมายกลุ่มนักอ่านมีความแปรผันหาความคงที่มิได้ วารสารบางฉบับจะเจาะเรื่องที่น่าสนใจเฉพาะ อาทิเช่น เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ยานพาหนะ งานที่ชอบทำในเวลาว่าง หรือการเมือง แล้วก็แนวศิลป์ สนุกสนาน แฟชั่น รถยนต์ ท่องเที่ยวระยะการออกก็เลยมีตั้งแต่รายสัปดาห์ รายปักษ์ ทุกเดือน รายสองเดือน ราย 3 เดือน (quarterly) ราย 6 เดือนไปจนถึงทุกปี
 
ธรรมดาแมกกาซีนจะมีวันที่ปรากฏบนปก วารสารดูเหมือนจะทั้งหมดจะวางจำหน่ายตามร้านค้าและแผงขายหนังสือทั่วประเทศ ผู้เป็นสมาชิกจะได้รับนิตยสารทางไปรษณีย์
 
แมกกาซีนส่วนใหญ่เผยแพร่ในจำนวนที่มากและก็พยายามทำให้ต้นทุนการพิมพ์ต่ำเพื่อให้มีราคาขายต่ำ วารสารบางชนิดที่มีต้นทุนการพิมพ์สูงมักอาศัยการลงโปรโมทมาช่วยลดราคาขายให้ลดน้อยลง
 
แมกกาซีนทุกเล่ม ต้องขอพิมพ์จากทางราชการ แล้วก็ได้รับหมายเลขสากลประจำนิตยสาร เรียกว่า ISSN (International Standard Serial Number) ซึ่งแมกกาซีนจะตีพิมพ์ไว้ภายในส่วนที่เห็นได้ชัดของเล่ม เช่น ปกหน้า สารบัญ สันปก หรือปกหลัง
 
ลักษณะสำคัญของแมกกาซีน
 
1.เป็นสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง (Periodical or Serial) มีกำหนดเวลาออก อาทิเช่น รายสัปดาห์ (Weekly) , รายปักษ์ (Fortnightly) , รายครึ่งเดือน (Semimonthly) , รายเดือน (monthly) , รายหกเดือนหรือรายครึ่งปี (Semiannually) , ทุกปี (Annually) เป็นต้น
2. มีเลขกำกับประจำฉบับ เลขปีที่ (Volume) เลขฉบับที่ (Issue Number) รวมทั้งวัน เดือน ปี (Date) ซึ่งเป็นเลขที่ต้องต่อเนื่องเป็นลำดับกันไปแล้วยังมีเลขอีกชุดหนึ่งเป็นเลขเฉพาะที่แน่นอน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนับว่าเป็นรหัสประจำวารสารแต่ละชื่อ เพื่อการควบคุมทางบรรณานุกรม
3. รูปเล่ม ขนาดรูปเล่มนิตยสารจำเป็นต้องกะทัดรัด จับถือได้สบาย มีหลากหลายขนาด โดยพิมพ์ปกด้วยกระดาษที่หนากว่าหน้าใน รวมทั้งใช้ภาพที่มีสีหลากหลายและยังสวยงาม สะดุดตา ทั้งนี้ความหนาของแมกกาซีนจะไม่แน่นอน
4. เนื้อหา วารสารนำเสนอบทความหลายบทความ จากนักเขียนหลายท่านทั้งที่|ให้ความรู้รวมทั้งความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่านอย่างหลากหลาย มีการจัดหน้า และก็รูปเล่มที่สวยมากยิ่งกว่าหนังสือพิมพ์ เนื้อหาบางทีอาจเป็นรูปภาพ เป็นบทวิจารณ์ สรุปข่าวสารและก็พินิจพิจารณา เรื่องราวประเทศ อื่นๆอีกมากมาย ทั้งนี้เป็นไปตามประเภทแล้วก็เป้าหมายของวารสารแต่ละฉบับ
5. ผู้พิมพ์นิตยสารบางทีอาจเป็นเอกชน หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบัน หน่วยงาน สโมสร โดยมีจุดมุ่งหมายบางอย่าง เช่น เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้ทางวิชาการ ประชา-สัมพันธ์หน่วยงาน ให้ความบันเทิง วิชาความรู้ทั่วๆไป หรือเพื่อธุรกิจการค้า เป็นต้น
6. การเผยแพร่ มีทั้งการจำหน่ายรวมทั้งแจกฟรี การจำหน่ายบางทีอาจวางจำหน่ายตามร้านค้าจำหน่ายหนังสือ การให้นักอ่านบอกรับเป็นสมาชิกประจำ ชำระค่าวารสารล่วงหน้าแล้วผู้พิมพ์เป็นผู้ส่งนิตยสารไปให้สมาชิก
 
แมกกาซีนผู้อ่านเฉพาะกลุ่ม
 
วารสารกลุ่มนักอ่านเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ วารสารการเมือง เจาะลึกเฉพาะทางด้านการเมือง มีทั้งบทวิจารณ์ หรือรายงานพิเศษที่เกี่ยวโยงกับการบ้านการเมืองทั้งหมด ตัวอย่างเช่น มติชนสุดสัปดาห์ หลักไท นิตยสารแฟน เป็นวารสารที่ออกมาสำหรับแฟนคลับ หลงใหลเรื่องที่ตนเองสนใจ อย่างเช่น ทางกีฬา ทางบันเทิง ทางภาพยนต์ หรือศิลปินนักร้อง วารสารงานที่ทำในเวลาว่าง จัดทำออกมาเพื่อกลุ่มที่ชอบทำงานว่าง หรือสนใจด้านใดด้านหนึ่ง อยากเพิ่มพูนความรู้ ยกตัวอย่างเช่น วารสารเกี่ยวกับตราไปรษณียากร ทำสวน ถ่ายรูป แมกกาซีนอาชีพ เน้นรายละเอียดเพื่อไปประกอบอาชีพได้จริงๆ เช่น นิตยสารปศุสัตว์ วารสารอุตสาหกรรมรถยนต์ เมื่อมนุษย์ได้รู้จักการเขียน การพิมพ์ จนนำไปสู่การสร้างสรรค์งานพิมพ์ โดย คริสต์ศักราช 1455 สิ่งพิมพ์ชิ้นแรกที่ปรากฎคือหนังสือทางศาสนาหรือพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ต่อมาก็ได้มีการปรับปรุงเป็นสื่อสิ่งพิมพ์แบบอื่นๆซึ่งและก็แมกกาซีนด้วย และในปีค.ศ. 1663 นิตยสารฉบับแรกของโลกได้เกิดขึ้น ชื่อ Erbauliche monaths-unterredungen ซึ่งถูกเผยแพร่ครั้งแรกในประเทศเยอรมัน
 
แนวโน้มของแมกกาซีนในตอนนี้มุ่งดึงดูดนักอ่านเฉพาะกลุ่มเพิ่มขึ้น เนื้อหาของแมกกาซีนก็เลยค่อนข้างจะเน้นเฉพาะ ด้านมากขึ้น แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ลักษณะความหลากหลายของข้อเขียน หรือคอลัมน์ในแมกกาซีน ยังบ่งบอกถึงไม่เหมือนกัน ของวารสารจาก ลักษณะหนังสือทั่วไปที่จะมีรายละเอียดเป็นเรื่อง เดียวกันทั้งเล่มได้ ลักษณะเด่นของ แมกกาซีนที่ไม่เหมือนกันกับหนังสือทั่วๆไป คือ
 
1. แมกกาซีนจะเน้นสำหรับเพื่อการเสนอบทความสารคดี รวมทั้งข้อเขียนต่างๆ ที่ให้ความรู้รวมทั้งความบันเทิง กับคนอ่านได้มากกว่า แล้วก็ละเอียดกว่า
2. แมกกาซีนมีโฆษณาที่สวยสะดุดตากว่า
3. นิตยสารมีการจัดหน้าที่สวยรวมทั้งพิถีพิถันมากยิ่งกว่า
4. แมกกาซีนมีรูปเล่มกระชับจับถือได้สะดวกกว่า
5. ปกแมกกาซีนจะมีขนาดราวๆ 8 1/2 คูณ 1 11/2 นิ้ว หรือขนาด A4 หรือ 8 หน้ายก บางฉบับก็มีขนาดใหญ่เท่ากับ หนังสือพิมพ์ขนาดเล็ก (tabloid) แต่ว่าบางเล่มก็เล็กเกือบเท่ากับหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ก
6. แมกกาซีนส่วนมากจะมีปกที่พิมพ์ด้วยกระดาษหนากว่าหน้าข้างใน ปกจะมีสีสัน รวมทั้งรูปภาพสวยงามสะดุดตาเย็บรวมกับเนื้อใน ส่วนความหนาหรือปริมาณหน้าของแมกกาซีนนั้นไม่แน่นอน
7. นิตยสารหลายฉบับจะเสนอเนื้อหาข่าวในเล่มด้วยแม้กระนั้นโดยมากจะเป็นการสรุปข่าว หรือวิจารณ์ข่าวสาร
 
อนาคตของแมกกาซีน
 
ในเวลานี้มีคนไหนยังซื้อวารสารอยู่ไหม หรือหนสุดท้ายที่อ่านแมกกาซีนแบบเป็นเล่มๆ นั้นเมื่อไหร่กัน คำตอบคงชัดเจนในประเทศไทยอย่างมาก เพราะเหตุว่าในปีนี้เองพวกเราได้เห็นข่าวสารมากมายเกี่ยวกับการปิดตัวของนิตยสารหลายๆ ฉบับไป เนื่องจากว่าสู้ต้นทุนเดี๋ยวนี้ไม่ได้หรือ ทำนิตยสารเริ่มจะไม่มียอดรายได้เข้ามา ประกอบกับการโดนสื่อดิจิทัลในแบบไม่ว่าจะเว็บ สื่อโซเซียลและก็รวมทั้งการเกิด Disruption ในเรื่อง e-Book ที่เป็น App ต่างๆมาอีก ทำให้สื่อแมกกาซีนนั้นสู้ไม่ไหว แต่ในต่างประเทศเองสื่อแมกกาซีนหลายๆฉบับยังมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก และก็สร้างยอดจำหน่ายโดยตลอดและก็มีรายได้ต่างๆ เข้ามาอีกเยอะแยะ นั้นเป็นเพราะเหตุใดกัน สิ่งนั้นเป็นมูลค่าในความเป็นสิ่งพิมพ์ที่มอบให้ผู้บริโภค ซึ่งนั้นเป็นเรื่องแบรนด์ของสิ่งพิมพ์
 
ในยุคของดิจิทัลที่เป็นกระแสหลักแบบนี้ คนทำสื่อนิตยสารนั้นจำต้องมองตัวเองว่าไม่ใช่แค่เป็นสื่อสิ่งพิมพ์แบบหนึ่งอีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมองตนเองเป็นแบรนด์หนึ่งแบรนด์ที่สร้างค่าให้กับลูกค้า โดยแบรนด์วารสารนั้นก็อย่าไปจำกัดกรอบตัวเองที่สิ่งพิมพ์อีกด้วย แต่ให้คิดว่าแบรนด์ทั้งหมดของตนเองนั้นมีช่องทางสำหรับเพื่อการสร้างแบรนด์ ติดต่อกับผู้บริโภคอย่างไรบ้าง โดยนึกถึงกลยุทธ์ทางการตลาดที่จะใช้เว็บไซต์ สื่อโซเซียล การทำ e-commerce การจัดกิจกรรม หรือกระบวนการทำอีเว้นท์ต่างๆเยอะแยะ สิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้นิตยสารหลายๆ ฉบับนั้นไม่อาจจะอยู่รอดได้เพราะการไปโฟกัสในสื่อสิ่งพิมพ์กระทั่งไม่ได้สร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมา ทำให้ผู้คนนั้นเวลานึกถึงสื่อวารสารนั้นจะไม่รู้ว่าสื่อวารสารนั้นมีความจำเป็นอะไรกับชีวิต แต่ว่าในต่างประเทศเองนั้นสื่อแมกกาซีนหลายๆฉบับมีความแข็งแกร่งในแบรนด์ของตน อาทิเช่น Monocle, Wired, Fast Company และอื่นๆอีกมากมาย แต่ละแมกกาซีนก็แตกธุรกิจของตนเองออกไป Horizontal โดยใช้แบรนด์ของนิตยสารเป็นหัวหอกสำหรับในการสร้างรายได้ใหม่ๆให้เกิดขึ้นกับนิตยสารนั้นๆขึ้นมา
 


10 นิตยสารออกใหม่ที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
ร้านนายอินทร์รวบรวมนิตยสารในเครืออมรินทร์ นิตยสารออกใหม่ทั้งที่เพิ่งวางแผง และกำลังจะวางแผง นิตยสารรายเดือน และนิตยสารที่น่าอ่าน ให้นักอ่านได้เลือกซื้อทางออนไลน์ และสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ได้
 
1. แพรว
นิตยสารรายปักษ์สำหรับสาวยุคใหม่วัยทำงานที่ทันสมัยเป็นนิตยสารที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงในทุกด้านมีเนื้อหาสาระและความบันเทิงครบครันตั้งแต่แฟชั่นความงามสุขภาพไลฟ์สไตล์ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในสังคมบทสัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจและเรื่องราวต่างๆที่ผู้หญิงควรรู้โดยในปีที่ผ่านมานิตยสารแพรวได้มีการปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยและน่าอ่านยิ่งขึ้นออกวางตลาดทุกวันที่ 10 และ 25 ของเดือน
 
2. แพรว wedding
นิตยสารสำหรับผู้ที่มีความรักในหัวใจ นิตยสารรายเดือนที่จะช่วยให้วันแต่งงานของคุณสมบูรณ์แบบและน่าจดจำด้วยการนำเสนอไอเดียงานแต่งงานเก๋ๆพร้อมทั้งวิธีเตรียมตัวสำหรับคุณเจ้าสาวให้คำแนะนำในเรื่องเกี่ยวกับความรักและการดูแลความสัมพันธ์ให้ดำเนินไปอย่างมีความสุขภายใต้แนวคิด Love, Weddingand Living Together วางตลาดทุกวันที่ 5 ของเดือน
 
3. MY HOME
นิตยสาร MY HOME เรานำเสนอเรื่องราวเพื่อคนรักบ้าน โดยมีความเชื่อว่า ไม่ว่าจะอยู่เมืองใหญ่หรือเล็ก มีเงินเยอะหรือน้อย ทุกคนมีบ้านที่ดีได้ ไม่ต้องฝันกลางวันไปตามกระแสนิยม เราช่วยคุณสร้างฝันที่จับต้องได้ บ้านในฝันที่คุณทำได้ด้วยงบประมาณจำกัด
 
4. AMARIN Baby & Kids
นิตยสารแม่และลูกเล่มแรกในเครืออมรินทร์ที่เป็นเสมือนคู่มือการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ยุคใหม่ที่มีลูกวัย 0 - 12 ปีนำเสนอข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในแต่ละช่วงวัยตั้งแต่ในครรภ์ถึง 12 ปีผ่านคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญและจากประสบการณ์จริงของคุณแม่ช่วยให้ลูกเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แบบรอบด้านทั้งในเรื่องสุขภาพความฉลาดพัฒนาการและการเรียนรู้รวมทั้งเรื่องการดูแลตนเองของคุณแม่และสัมพันธภาพของครอบครัวเพื่อชีวิตสมดุลของพ่อแม่ยุคใหม่วางตลาดทุกวันที่ 25 ของเดือน
 
5. SECRET
นิตยสารรายปักษ์แนวสุขภาพที่สร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตเป็นหลักให้แก่ชีวิตเป็นที่พึ่งทางใจด้วยการนำเสนอแง่คิดดีๆจากหลากหลายบุคคลผ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่ายอ่านสนุกให้แง่คิดเคล็ดลับและแนวทางปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จในชีวิตวางตลาดทุกวันที่ 10 และวันที่ 26 ของเดือน
 
6. HEALTH & CUISINE
นิตยสารรายเดือนที่ให้ความรู้เรื่องอาหารเพื่อสุขภาพสูตรอาหารและวัตถุดิบที่คัดสรรมาเพื่อผู้อ่านโดยเฉพาะตลอดจนเรื่องราวสุขภาพความงามเพื่อผู้หญิงยุคใหม่ “Inspiration for Healthy Living”ตอบสนองวิถีชีวิตทันสมัยที่มุ่งเน้นการดูแลตนเองนับตั้งแต่เรื่องของอาหารการกินไปจนถึงเรื่องของสุขภาพซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้อย่างเรียบง่ายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ต้องการแสวงหาสิ่งดีๆให้กับชีวิตวางแผงทุกวันที่ 5 ของเดือน
 
7. บ้านและสวน
นิตยสาร บ้านและสวน มุ่งนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านการจัดสวนเกร็ดความรู้เกี่ยวกับบ้านรวมถึงเทรนด์การออกแบบสถาปัตยกรรมงานศิลปะไลฟ์สไตล์และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยมีกลุ่มผู้อ่านที่ครอบคลุมช่วงวัยทำงานผู้ที่มองหาบ้านเพื่อสร้างครอบครัวใหม่หรือผู้ที่ต้องการต่อเติมและตกแต่งบ้านวันนี้ “บ้านและสวน” เป็นนิตยสารเกี่ยวกับบ้านและสวนที่มียอดพิมพ์ต่อฉบับสูงสุดในประเทศซึ่งนับได้ว่าเป็นนิตยสารหมวดตกแต่งบ้านที่ขายดีที่สุดของประเทศไทยวางตลาดทุกวันที่ 10 ของเดือน
 
8. ชีวจิต
ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพป่วยก็ต้องอ่านไม่ป่วยก็ต้องอ่าน เป็นแนวความคิดต่อ เรื่องสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic) คือผนวกรวมเอา "ชีว" ที่หมายถึง "กาย" รวมเข้ากับ "จิต" ที่หมายถึง "ใจ"
ให้เป็นสองภาคของชีวิตที่มีผลต่อกันและกันโดยตรง ไม่อาจแยกกายออกจากจิต และจิตย่อมกระทบถึงกายเช่นเดียวกัน
ความหมายและการปฏิบัติตัวตามแนวทางของชีวจิต จึงอาจอธิบายได้ว่า คนเราจะมีความสุขความแข็งแรงได้ก็ต่อเมื่อกายและใจทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Wholeness as Perfection) การใช้ชีวิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ บริสุทธิ์ละเรียบง่าย เป็นแก่นความคิดสำคัญอีกประการหนึ่งของชีวจิต ใช้ชีวิตในที่นี้หมายรวมถึง การบริโภคอาหารสุขภาพที่มาจากธรรมชาติ และมีการดัดแปลงน้อยที่สุด รวมถึงการบริโภคผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มาจากธรรมชาติหรือใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้ชีวิตหลุดพ้นจากความยุ่งเหยิงวุ่นวายของสังคมแบบวัตถุนิยมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคสมัยใหม่นานัปการ แนบเนื่องกับแนวปฏิบัติทางร่างกาย ต้องมีการปฏิบัติทางใจควบคู่ไปด้วย เป้าหมายของการฝึกจิตใจ...
 
9. ROOM
คู่มือเพื่อความสนุกในการตกแต่งทุกพื้นที่การใช้ชีวิตของคุณ นิตยสารรายเดือนที่เปรียบเสมือนดีไซเนอร์ผู้รู้ใจเรื่องการตกแต่งนำเสนอข้อมูลที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ทันสมัยมีสไตล์โดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อยู่อาศัยนำเสนอสิ่งที่เป็นจริงและสัมผัสได้พร้อมภาพประกอบสวยสดในมุมมองที่แตกต่างนิตยสาร“room” จึงทำให้ผู้อ่านสนุกกับการใช้ชีวิตในทุกพื้นที่ภายใต้คอนเซ็ปต์Ideas for Practical Living วางตลาดทุกวันที่ 2 ของเดือน
 
10. NATIONAL GEOGRAPHIC
"นิตยสารรายเดือนที่พาผู้อ่านก้าวสู่โลกกว้างกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตทั่วทุกมุมโลกการนำเสนอเนื้อหาแบบเจาะลึกในวิทยาการด้านต่างๆ อาทิ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติวิทยาศิลปวัฒนธรรมประเพณีโบราณคดีและอารยธรรมอันทรงคุณค่าจึงเป็น นิตยสารคุณภาพที่ได้รับความเชื่อถือจากผู้อ่านทั่วโลก ตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ ใน 29 ประเทศทั่วโลก และประสบความสำเร็จในทุกๆ ประเทศทั่วโลก เหมาะกับผู้ที่สนใจการสำรวจ ค้นคว้า และศึกษาโลกในทุกๆด้าน

6

 
รอมแพง เป็นนามสมมุติของ จันทร์ยวีร์ สมปรีดา ชื่อเล่น: อุ้ย เกิด พ.ศ. 2520 อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นนักประพันธ์คนไทย เธอมีผลงานมาแล้วมากกว่า 20 งานเขียนด้วยกันอย่าง ดาวเกี้ยวเดือน, บุพเพสันนิวาส, มิติรักข้ามดวงดาว, คีตโลกา, เรือนพะยอม และส่วนใหญ่ก็จะเป็นนวนิยายแนวรักขบขัน งานของเธอมีเอกลักษณ์ทั้งสำนวนภาษา แล้วก็บทพรรณาโวหารที่บรรยายสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมในสมัยนั้น บุคลิกลักษณะนักแสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางเอกให้มีบุคลิกลักษณะที่สดใสร่าเริง มีความมั่นใจในตัวเองสูงชื่อนามสมมุติ ใช้ตามชื่อตัวละคร รอมแพง ในเรื่อง เวียงกุมกาม ของทมยันตี แปลว่า "ผู้เป็นที่รัก" หรือ "หญิงผู้เป็นที่รัก"
 
เธอสำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาวัดประทุมทายการาม ในระดับประถมศึกษา และก็มัธยมจากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ระดับปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกประวัติศาสตร์ศิลปะ โทภาษาไทย ทำงานประจำหลายงาน ตั้งแต่ขายเครื่องสำอาง เซลล์ขายบ้าน ผู้ช่วยทนายความ ธุรการ พนักงานประเมินราคาของบริษัทตกแต่งภายใน พนักงานพิสูจน์อักษร ภัณฑารักษ์ (ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์) จนเธอเริ่มแต่งหนังสือประมาณปี พ.ศ. 2549 และก็ได้รวมเล่มในปีถัดมา ขณะนั้นคุณอุ้ยประกอบอาชีพอื่นอยู่ ก็เลยลาออกมาทำงานเขียนเป็นงานประจำ คุณอุ้ยได้ลองเขียนนวนิยายลงเว็บ Pantip แล้วก็มีคนเริ่มติดตาม ประกอบกับมีแมวมองจากสำนักพิมพ์เข้ามาทาบทามให้ลงเผยแพร่เป็นรูปเล่ม คุณอุ้ยก็เลยทำงานประจำไปด้วยและมีงานนิพนธ์บนโลกออนไลน์เป็นงานอดิเรก ซึ่งเป็นงานที่คุณอุ้ยรัก
 
ถึงแม้จะไม่เคยต้องการเป็นคนเขียนมาก่อน แต่คุณอุ้ยเริ่มต้นอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเริ่มอ่านหนังสือทุกชนิดตั้งแต่นิทานอีสป หนังสือเรียน เรื่องสั้น นวนิยาย ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ชนิดที่ว่าความกว้างของห้องสมุดประชาชนก็ยังน้อยเกินไปต่อความรักสำหรับในการอ่านของคุณอุ้ย
 
จุดเริ่มที่ก่อให้เกิดนิสัยรักการอ่าน เริ่มมาจากที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยมีเวลาเนื่องจากว่าจำต้องทำงานหนัก แล้วก็คุณพ่อเป็นคุณครูที่ดุมาก จะไม่ค่อยได้สอนอะไรเรามากแค่ไหน ถ้าสอนทีไรต้องมีน้ำตาแน่นอน เราไม่ต้องการร้องไห้ก็เลยไม่ค่อยให้คุณพ่อสอน เลยเริ่มไปเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากหนังสือตั้งแต่ตอนนั้น
 
เริ่มจากนิทานอีสปที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเด็กๆทั่วๆไป แล้วเราอาจจะมีนิสัยแปลกๆอย่างหนึ่ง คืออ่านหนังสือแล้วจะเห็นภาพตามตัวอักษรที่อ่าน มันเลยกลายเป็นว่าเรามิได้อ่านอย่างเดียว แต่ว่าเราได้จินตนาการและเห็นภาพนั้นๆตามความคิดของเราไปด้วย ไม่ใช่แค่นิทานอย่างเดียว กับหนังสือเรียนก็เห็นภาพด้วยนะ เลยชอบอ่านหนังสือเรียนไปด้วย ก่อนเปิดเทอมเวลาได้หนังสือมาใหม่ เราจะรีบอ่านในทันทีเลย ทุกเล่ม ทุกวิชาเลยนะ แต่ว่าจะสนุกเพียงแค่รอบแรก และก็ทิ้งไว้และก็หลังจากนั้นจึงค่อยเอามาอ่านอีกทีตอนสอบ พออ่านไปก็ชอบอ่านหนังสือมากขึ้นเรื่อยๆ
 
ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต คุณอุ้ยเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า ชอบเที่ยวแบบแบคแพค แบกกระเป๋าเดินทางไปท่องเที่ยวคนเดียวทั้งในไทยแล้วก็เมืองนอก อย่างในไทย เวลาไปครั้งนึงจะท่องเที่ยวทั้งภาคเลย ไปทีละหลายจังหวัด ส่วนเมืองนอก ที่ไปมามีประเทศเยอรมัน 25 วัน อื่นๆอีกมากมาย โดยจะชอบเดินชมพิพิธภัณฑสถานแล้วก็โบราณสถานของประเทศนั้นๆ เวลาไปท่องเที่ยวแต่ละครั้งจะไปนานเป็นเดือนๆ ส่วนตอนนี้อยากไปฝรั่งเศสและอิตาลี เพียงแต่ยังไม่ว่าง
 
นอกเหนือจากนี้ เธอยังชอบอ่านนิยาย คนเขียนในดวงใจก็เลยมีหลายท่าน ได้แก่ ทมยันตี แก้วเก้า ว.วินิจฉัยกุล กิ่งฉัตร ตรี อภิรุม อื่นๆอีกมากมาย แถมเธอยังชอบเล่นเกมอีกด้วย
 
สิ่งที่ทำให้เกิด “รอมแพง
 
คุณอุ้ยเล่าว่า นามปากกา “รอมแพง” นี้เป็นชื่อตัวละครหนึ่งในนิยายเรื่อง เวียงกุมกาม ของทมยันตี ซึ่งเป็นชื่อที่คุณอุ้ยชื่นชอบเพราะเป็นภาษาล้านนาโบราณ มีความหมายลึกซึ้งมีความหมายว่า หญิงผู้เป็นที่รัก จึงเลือกนำออกมาใช้เป็นนามแฝง
 
บุพเพสันนิวาส
 
กว่าจะมาเป็น “บุพเพสันนิวาส” แม้จะใช้เวลาเขียนนวนิยายเรื่องบุพเพสันนิวาสเพียงแค่ 1 เดือน แต่ต้องใช้เวลาในการศึกษาหาข้อมูลเพื่อนำมาเขียนถึง 3 ปีเศษ โดยเมื่อมีเค้าเรื่องแล้ว ก็เริ่มหาข้อมูลจากการอ่านหนังสือ และตำนานต่างๆแล้วเอามาผูกโยงเข้ากับจินตนาการ
 
เมื่อถามเหตุผลว่า เพราะเหตุใดถึงเจาะจงเลือกเขียนในช่วงของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คุณอุ้ยอธิบายว่า ก่อนหาข้อมูล เธอจะต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเอาช่วงใดมาเขียนดี เลยต้องการเลือกช่วงที่ยังไม่ค่อยมีคนเขียนถึงเท่าไรนัก เพื่อให้งานเขียนออกมามีไม่เหมือนกันแล้วก็น่าสนใจ
 
เดี๋ยวนี้งานเขียนเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ได้รับการพิมพ์ซ้ำไปเเล้วมากยิ่งกว่า 27 ครั้ง เเละภายหลังจากละครออกอากาศไปขณะนี้มียอดการตีพิมพ์เพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง นอกจากนั้นคุณอุ้ยยังมีผลงานอื่นๆ กว่า 20 ผลงาน ตัวอย่างเช่น ดาวเกี้ยวเดือน, มิติรักข้ามดวงดาว,คีตโลกา, เรือนพะยอม ,พรายพยากรณ์,พรายเนตรทิพย์ ฯลฯ โดยส่วนใหญมักเป็นนิยายแนวโรแมนติกคอมเมดี้
 
บุพเพสันนิวาส เคยถูกไม่ยอมรับจากทางสำนักพิมพ์ จนในที่สุดก็ได้รับการพิมพ์จากสำนักพิมพ์เดิมที่เธอเคยร่วมงานกันมาก่อน ชวนให้คิดถึงเรื่องราวของ เจ.เค.โรว์ลิง นักประพันธ์มือทองคนเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เคยถูกไม่ยอมรับการพิมพ์ต้นฉบับแฮร์รี่ พอตเตอร์หลายครั้งก่อนที่จะโด่งดังในตอนหลัง ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจว่า มนุษย์เราย่อมจำเป็นต้องผ่านโมเมนต์อย่างนี้บ้าง ก่อนจะประสบผลสำเร็จ
 


10 นิยายแนะนำของรอมแพง โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. บุพเพสันนิวาส โดย รอมแพง (ละครช่อง 3)
หนังสือนิยายเรื่องเยี่ยมของรอมแพง ที่นำมาทำเป็นละครทางช่อง 3 การย้อนกลับมาสู่สมัยอยุธยา ของเกศุรางค์ นักโบราณคดีสาวหุ่นท้วม กับพ่อเดช บุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องราวความรักอิงประวัติศาสตร์ ที่รอมแพง เรียบเรียงมาได้อย่างสนุก อ่านแล้วจะวางไม่ลงเลยทีเดียว
อำนาจเหนือดวงจิตเป็นดังบุพเพสันนิวาส ที่นำพาดวงใจสองดวงให้มาบรรจบกัน ดุจดั่งความรักของ "เกศสุรางค์" นักโบราณคดีสาวร่างอ้วนวัย 25 ปี ที่มีหน้าตาสุดแสนธรรมดา ทว่าเธอเป็นคนมีนิสัยร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่ดี และมีความรู้ด้านโบราณคดี และภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เธอจึงเป็นที่รักของคนใกล้ชิด แต่ผู้ที่เกศสุรางค์อยากได้รับความรักจากเขามากที่สุดก็คือ เรืองฤทธิ์ เพื่อนสนิทที่คบกันมานานหลายปี แต่เพราะคิดว่าเรืองฤทธิ์คงไม่สนใจคนหน้าตาธรรมดา ๆ แถมยังอ้วนจนหน้าเกลียด เกศสุรางค์จึงต้องเก็บงำความรักที่มีต่อเขาเรื่อยมา เพื่อรอคอยวันที่เธอจะกล้าเผยความในใจกับเขาโดยที่ไม่รู้เลยว่าวันนั้นจะมาไม่ถึง เพราะวันหนึ่งขณะที่เกศสุรางค์และเรืองฤทธิ์เดินทางกลับจากไปทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รถตู้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ยังผลให้เกศสุรางค์เสียชีวิตคาที่! แล้วบุพเพสันนิวาส ก็นำพาให้ดวงวิญญาณของเกศสุรางค์ ย้อนเวลามาสองร้อยกว่าปี มาอยู่ในยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในร่างของแม่หญิงการะเกิด ผู้มีความงามเป็นเลิศ แต่ก็มีความร้ายกาจ ที่ทำให้เป็นที่เกลียดชังของผู้คนทั้งเรือน โดยเฉพาะลูกชายเจ้าของเรือนหมื่นสุนทรเทวา
 
2. ป่วนรักสลับร่าง รอมแพง
เมื่อหญิงชายที่นิสัยต่างกันสุดขั้วต้องมาพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้ทั้งสองต้องสลับร่างกัน ความโกลาหลก็บังเกิดในบัดดล เมื่อ "นิลกานต์" สาวเซอร์สุดแสบ ติดดิน ขี้งก สกปรก (ในบางครั้ง) อีกทั้งขี้โม้และปากดีเป็นที่หนึ่ง ต้องมาเปลี่ยนร่างกันกับชายหนุ่มรูปงาม นั่นก็คือ... "ภาสกร" ผู้เนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งถือตัว สะอาดเอี่ยม เงียบขรึม วางท่าเป็นยอดชายไร้เทียมทาน ด้วยความต่างกันสุดกู่ จะสร้างความหายนะใดให้เกิดขึ้น แค่คิด..ก็มันส์แล้ว!
 
3. พรายพรหม
"พิมพ์ลดา" ต้องทนทุกข์ทรมานจากการแต่งงานกับ "ปรเมศวร์" และต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการร่อแร่ใกล้สิ้นใจด้วยการทำร้ายของสามี และเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเธอได้กลับไปยังชาติก่อน ที่เธอได้ก่อกงเกวียนกำเกวียนเป็นบ่วงผูกพันความแค้นและความพยาบาทให้ใครหลายคน พิมพ์ลดา...จะแก้ไขความผิดทั้งหมดให้ถูกต้อง แต่เมื่อเธอต้องเผชิญกับความรักหลายเส้า แล้วจะมีหนทางใดตัดบ่วงแห่งรักที่จะก่อให้เกิดเรื่องร้ายๆ นั่นได้นะ? เอาใจช่วยเธอพร้อมกันได้แล้วใน "พรายพรหม" เล่มนี้
 
4. ปักษานาคา
เพราะความขัดแย้งของพี่น้องสองสาวที่มีสวามีองค์เดียวกัน ต่างคอยจะแก่งแย่งชิงดีเพื่อให้เป็นที่รักของสวามี จนแต่ผลร้ายกลับมาตกอยู่กับลูก ~ลูกของนาง ความขัดแย้งแปรเป็นความเคียดแค้น อาฆาตระหว่างเทพสุบรรณ พญาครุฑผู้ยิ่งยง และ เทพนาคา ผู้เป็นใหญ่เหนือมวลนาค แต่ละครั้งที่ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากปะทะกัน สรรพชีวิตในป่าหิมพานต์ต่างล้วนแต่ได้รับความทุกข์โทมนัส จนพระอินทร์และเทพพระจันทร์ซึ่งเปรียบไปก็เหมือนเป็นต้นเหตุแห่งความบาดหมางนี้ ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว หวังจะจัดการเรื่องราวให้จบลงด้วยดี ....
เทพพระจันทร์เชื่อว่า ทุกสิ่งจะลุล่วงได้ด้วย ..ความรัก... จึงบันดาลให้เทพสุบรรณพบรักกับนางนาคน้อย กุณฑลา จนเกิดสัมพันธ์ลึกซึ้งชั่วข้ามคืน แต่กลับกลายเป็นความวุ่นวายทั่วทั้งป่าหิมพานต์และสวรรค์ชั้นฟ้าเป็นเวลาหลายร้อยปีทีเดียว หากความเชื่อของเทพพระจันทร์ก็ยังคงถูกต้องเสมอ เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะคลี่คลายแก้ไขเรื่องราวต่าง~ต่าง แปรเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีไปได้ นอกเสียจาก “ความรัก” ….
 
5. ดาวเกี้ยวเดือน
"ประกายดาว" ช่างภาพเป็นสาวโสดที่มีอายุ 32 ปี ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก และเคยมีคนรักมาหลายคนแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จในด้านความรักเลย เมื่อถึงวันเกิดได้ไปทำบุญบ้านเด็กกำพร้าและได้เจอ "ศิวะ" แฟนเก่าที่พยายามมาก้อร่อก้อติก จนกลายเป็นข่าวดัง ประกายดาวจึงย้ายไปอยู่กับพี่ชาย ด้วยความเซ็ง เมื่อได้เล่นกับหลานและเริ่มคิดถึงชีวิตที่มีลูกมาเป็นเพื่อนจึงมีความคิดที่อยากจะมีลูกก่อนอายุ 35 ปี เพราะถ้ามีหลังนั้นอาจจะทำให้ลูกผิดปกติได้ เธอจึงวางแผนที่จะหาพ่อพันธุ์และได้ล็อกเป้าหมายไว้สองคนคือ "หม่อมราชวงศ์จันทรภานุ" กับ "พงศ์จันทร" ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อรวยทั้งคู่ ประกายดาวไปเจอกับหม่อมราชวงศ์จันทรภานุในงานแฟชั่น และหมายมั่นที่จะเป็นเพื่อนกับคุณชายจันทร์ให้ได้เพื่อจะได้ขอในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องการสัมพันธ์ทางกาย เพราะหม่อมราชวงศ์จันทรภานุเป็นคนดัง รวยและมีอิทธพลมากเหมือนซูเปอร์สตาร์คนหนึ่ง
เธอต้องวางแผนสร้างความประทับใจเพื่อให้สนิทสนม และประกายดาวก็ได้ดังใจนึกรวมทั้งเกินจะนึกฝันด้วย นอกจากนี้ประกายดาวได้มีโอกาสรู้จักเป้าหมายที่สองคือ พงศ์จันทรด้วยความบังเอิญ และได้สานต่อความสัมพันธ์พอสมควรก่อนที่จะขึ้นเชียงใหม่ไปเพื่อทำตามแผนตีสนิทคุณชายจันทร์ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุเป็นยิ่งกว่าที่ประกายดาวหวังไว้ เมื่อได้ไปเจอกันที่เชียงใหม่ได้คุยได้ไปเที่ยว ด้วยกันหลายที่ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุชอบประกายดาวมากและมอบสร้อยเพชรรูปดาวให้เข้าชุดกับสร้อยที่ประกายดาวมี แต่แผนการกลับไม่ราบรื่นเมื่อประกายดาวบังเอิญมาเจอแฟนเก่าสามคนพร้อมๆ กันกับเป้าหมายที่ 2 ที่มาประชุมงานที่เชียงใหม่ เรื่องราวต่างๆ ดูผิดแผนและวุ่นวายไปหมด แล้วอย่างนี้เธอจะมีลูกก่อนอายุ 35 ปีได้ไหมนี่...
 
6. พรายพยากรณ์
"พิณชนิดา" หมอดูสาวผู้มีความแม่นยำประดุจตาเห็นและ "ภิชาสินี" น้องสาวผู้มีสัมผัสที่หกพร้อมด้วยสัตว์เลี้ยงแสนรัก "ปิ่นมณี" ราชินีตุ๊กแก ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูเพียงสามสาว แต่ต่อมาพิณชนิดากลับดูดวงพบว่าเนื้อคู่ของตนซึ่งไม่เคยพบหน้ากำลังมีภัย มิหนำซ้ำยังรู้ถึงทิศทางในการไปหาเนื้อคู่จนพบว่าเนื้อคู่ตนคือ "ภูมินทร์" นักธุรกิจหนุ่มกำพร้า ในที่สุดก็ต้องดิ้นรนไปช่วยเหลือพร้อมทั้งต้องยกโขยงกันไปช่วยคุ้มครองถึงที่ ทั้งที่รับรู้ว่าภูมินทร์มีคู่หมั้นอยู่แล้วนั่นคือ "เปรมสุดา" แต่พิณชนิดาก็ไม่หวั่นเพราะมั่นใจในฝีมือการดูดวงของตนมากว่าไม่มีวันพลาด...ภูมินทร์จะเอาตัวรอดจากเคราะห์ร้ายและพิณชนิดาได้หรือไม่ ติดตามพร้อมกันในเล่ม
 
7. คีตโลกา
เมื่อคนเรามีความสมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกสิ่ง ต้องมาพบเจอกับความผิดหวังที่แสนสาหัสเป็นครั้งแรกในชีวิต คงมีสักวูบหนึ่งที่คิดจะจบชีวิตลงอย่างคนหนีปัญหา โดยไม่ได้รับรู้เลยว่า บางทีความทุกข์ของตนนั้นแค่เล็กน้อยเท่านั้น ยังมีผู้คนอีกมากที่ต้องพบเจอกับความทุกข์และผิดหวังมากกว่า ดังเช่น 'อัญมา' คุณหนูแสนสวยที่เพียบพร้อมไปทุกด้าน พอได้เจอกับความผิดหวังจึงได้คิดสั้นไปวูบหนึ่ง เมื่อคิดล้มเลิกกลับเกิดอุบัติเหตุที่นำพาเธอไปยังอีกโลก โลกที่ตรงกันข้ามกับโลกที่เธอเคยอยู่โดยสิ้นเชิง คุณหนูอัญมาแสนไฮโซต้องกลายเป็น 'ไอ้อัญ' เด็กติดยาที่อาศัยอยู่ในสลัม แล้วเธอจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปกับชีวิตใหม่เอี่ยมอ่องที่บุบบู้บี้นี้ดีล่ะ? ติดตามหาคำตอบได้ในเล่มเลย
 
8. โภคีธรา
โภคีธรา...ดินแดนแห่งนาคา มีต้นน้ำสายหนึ่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งนาคาทั้งปวง แต่มิว่าผู้ใดก็มิเคยพบพาน
พบกับเรื่องราวของ 'มุกมณี' สาวในยุคปัจจุบันที่ได้ไปเกิดใหม่เป็นถึง 'เทพตานีทอง' แห่งแดนหิมพานต์ กับภารกิจตามหาต้นน้ำโภคีธราเพื่อช่วยเหลือน้องสาวในโลกมนุษย์ ทำให้เทพสาวมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับการมีอิทธิฤทธิ์ต้องออกผจญภัยในดินแดนที่มากไปด้วยภยันตรายต่างๆ แต่โชคดีที่มี 'เจ้าแม่ตะเคียนทอง' และ 'วิญญาณทหารเลวแห่งอโยธยา' เป็นพี่เลี้ยงร่วมเดินทางไปด้วยกัน แต่อุบัติเหตุระหว่างทางทำให้มุกมณีเผลอฉุดชายหนุ่มรูปงามติดมือมาร่วมขบวนเดินทางด้วย พร้อมกับตั้งฉายาให้ว่า "คนหน้าหิน" แต่ชายหนุ่มที่ดูเย็นชาผู้นี้กลับมีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา เรื่องราวต่อจากนี้จะสนุกสนาน เฮฮา และยุ่งเหยิงขนาดไหน ติดตามอ่านกันได้ในเล่มเลย
 
9. มณีรัตนะ
หลังจาก "พีรกานต์" รอดชีวิตจากการจมน้ำ ทุกสิ่งในชีวิตของเธอก็แปลกไป ทุกครั้งที่เธอหลับก็จะรับรู้เรื่องราวความเป็นไปของเด็กหญิงที่ชื่อ "นวล" ลูกสาวคนเล็กของ "พระยาศรีภูริยะปรีชา" ซึ่งดำเนินชีวิตอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ในขณะที่นวลเอง ก็สามารถรับรู้เรื่องราวและความทรงจำต่างๆ ของพีรกานต์ได้เช่นกันหลังจากที่เธอรอดชีวิตจากการจมน้ำ ทว่า...ความที่เป็นเด็กน้อยแสนซุกซนมาก่อน นวลจึงถูกส่งตัวเข้าวังเพื่อเรียนรู้การเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมด้วยกิริยา มารยาท และวิชาความรู้ในด้านการเรือน แล้วนวลที่มีความทรงจำของหญิงสาวในยุคปัจจุบันจะสามารถเอาตัวรอดกฎระเบียบที่เข้มงวดและเรียนรู้การเป็นสาวชาววังได้หรือไม่ เหตุใดพีรกานต์และนวลจึงสามารถรับรู้และมีความทรงจำร่วมกันได้ ติดตามพร้อมกันได้แล้วใน "มณีรัตนะ" เล่มนี้
 
10. เรือนพะยอม
"รสิกา" สาวงามเมืองกรุงเจอมรสุมชีวิตคือพ่อเลี้ยงที่คิดลามก จึงจำใจต้องไปทำงานต่างจังหวัด ด้วยการไปดูแลหลานสาวของ "วฤกษ์"
... "หนูมิว" เป็นเด็กกำพร้าเพราะพ่อแม่ซึ่งเป็นน้องของ "วฤกษ์" ได้เสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุ รสิกาจำต้องเดินทางก่อนกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอพ่อเลี้ยง เมื่อมาถึงเรือนพะยอม ซึ่งมีบ้านเรือนไทยโบราณกับบ้านที่เป็นตึกใหญ่ รสิกาก็รู้สึกแปลกๆ ราวกับว่าเคยเห็นภาพของบ้านเรือนไทยหลังนี้มาก่อน คืนแรกที่รสิกามาอยู่ในเรือนพะยอมก็ฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดโบราณที่หน้าซีดน่ากลัว ทำให้ตกใจตื่นกลางดึก ยืนที่ระเบียงจนวฤกษ์มาพบ และคืนต่อมาก็เจอวิญญาณจนต้องวิ่งหนีออกมาและได้เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมากมาย
เกือบทุกคืนรสิกาจะฝันถึงเรื่องราวเก่าๆ และจบท้ายที่ผู้หญิงชุดโบราณที่หน้าซีดยื่นมือมาด้วยทุกครั้ง หลายครั้งเข้าคืนหนึ่งเมื่อตื่นก็ได้ยินเสียงลากของซ้ำ ๆ จนเกิดความกล้าเดินออกไปสำรวจก็ไม่พบอะไร ตลอดเวลาที่เรื่องราวผ่านไป รสิกาฝันเรื่องเก่าโบราณต่อเนื่องตามลำดับ จนต้องเอามาปรึกษากับวฤกษ์ และ "ป้าปาริชาติ" ป้าปาริชาติเอะใจว่าเรื่องราวที่รสิกาฝันคล้ายเรื่องราวยุคคุณปู่ของเธอ คือแม่พะยอมคู่รักซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ของ "คุณพฤกษ์" พี่ชายของคุณปู่ของเธอ "คุณย่ามะลิ" กับป้าปาริชาติเล่าให้ฟังว่าแม่พะยอมกระโดดน้ำตายในบ่อน้ำหลังเรือนพะยอม เมื่อรสิกาได้ทราบเรื่องก็คิดว่าผู้หญิงในฝันคงต้องการจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ...
 
...อดีตชาตินำพาให้เธอมาเจอเขาหรือความตายจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่กลับคืนมา...

7

 
ภูมิหลังของการ์ตูนความรู้ในไทย
 
หากจะมองย้อนกลับไปถึงที่มาของการ์ตูนความรู้ไทย จะมองเห็นได้ว่ามิได้เพิ่งจะเริ่มมาเพียง 4-5 ปี แต่สามารถนับย้อนกลับไปถึงตั้งแต่ “ชัยพฤกษ์การ์ตูน” ที่จัดตั้งโดย รงค์ประภาสะโนบล แล้วก็ตีพิมพ์โดยสํานักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ในปี พ.ศ. 2513 หรือแทบ 40 ปีที่แล้ว ต่อมาคือ “ขบวนการแก้จน” ของประยูรจรรยาวงศ์ที่พิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2515 ไล่เรียงมาจนถึง “คําแพง เด็กอีสาน” ของเตรียมชาชุมพร ที่เป็นการ์ตูนความรู้ในรูปแบบเล่มทีแรกในปี พ.ศ. 2524 รวมทั้งในช่วงโดยประมาณปี พุทธศักราช 2525 ถึง พ.ศ. 2538 ยังมีการ์ตูนความรู้ที่จัดทําโดยกรมวิชาการแล้วก็สํานักพิมพ์เอกชน โดยหลายเล่มวาดรูปโดย สุรพล พิทยาสกุล
 
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 การ์ตูนความรู้จากญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย พร้อมๆกับ อิทธิพลของการ์ตูนบันเทิงของประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มจากการ์ตูนชุด “วิทยาศาสตร์อ่านสนุก” ที่จัดพิมพ์โดยสํานักพิมพ์ซีเอ็ดยูเคชั่น ในปี พุทธศักราช 2528 ซึ่งได้รับความสําเร็จเป็นอย่างดีทําให้สํานักพิมพ์ซีเอ็ดพิมพ์การ์ตูนความรู้ในรูปแบบเดียวกันออกมาอีกหลายชุด และสํานักพิมพ์อื่นๆก็เริ่มจัดพิมพ์การ์ตูนความรู้จากญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน ได้แก่สํานักพิมพ์อมรินทร์เริ่มพิมพ์ชุด “เจาะจักรวาลชีวิต” และก็ชุด “พิภพมหัศจรรย์” ในปี พุทธศักราช 2536 และก็ชุดอื่นๆตามมาอีกหลายชุด ส่วนสํานักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ก็เริ่มพิมพ์การ์ตูนชุด “โดเรมอนสอนคณิตศาสตร์” และก็ชุด “โดเรมอนค้นพบความมหัศจรรย์” ในปี พุทธศักราช 2536 ซึ่งการ์ตูนชุดโดเรมอนสอนความรู้นั้น ได้ตีพิมพ์ทั้งหมดมากยิ่งกว่า 70 เล่ม
 
ความนิยมของการ์ตูนญี่ปุ่นในสมัยนั้น ทําให้การ์ตูนไทยซบเซาไปพักใหญ่อีกเกือบจะ 20 ปี จวบจนกระทั่งในปี พุทธศักราช 2547 จึงได้เกิดเหตุการณ์สําคัญที่อาจพูดได้ว่าเป็นจุดกำเนิดของสมัยแห่ง{การกำเนิดใหม่ (renaissance) ของวงการการ์ตูนความรู้ไทย นั่นคือการเริ่มจัดพิมพ์การ์ตูนความรู้เล่มแรกของสํานักพิมพ์หนังสือการ์ตูนความรู้ของไทยที่พึ่งจะกำเนิดใหม่ในขณะนั้น เป็น
 
- การ์ตูน เลิร์นนิ่ง บาย สกายบุ๊กส์
- สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก
- สํานักพิมพ์อีคิวพลัส
 
จากภาพรวมของที่มาที่ไปของการ์ตูนความรู้ในประเทศไทย ก็เลยสามารถสรุปได้ว่า การ์ตูนความรู้ คือ “การสื่อสารผ่านภาพการ์ตูน โดยที่จิตรกรมีเจตนาสอดแทรกวิชาความรู้หรือข้อมูลลงไป ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเพื่อให้ผู้อ่านมีการศึกษา แม้กระนั้น แม้หากว่าผู้วาดจะไม่ได้มีเจตนาดังที่กล่าวถึงมาแล้ว แม้กระนั้นสามารถผลิตการ์ตูนออกมาให้คนอ่านทั่วๆไปได้รับวิชาความรู้ในด้านใดด้านหนึ่ง ก็ย่อมถือว่าผลงานนั้นเป็นการ์ตูนความรู้ด้วยเหมือนกัน” และก็สามารถแบ่งการ์ตูนความรู้ออกเป็น 4 จำพวกกว้างๆ คือ
 
1. การ์ตูนความรู้เชิงวิชาการแบบการ์ตูนช่อง (Academic-Oriented Comics)
2. การ์ตูนความรู้เชิงวิชาการแบบภาพอธิบายเนื้อหา (Academic-Oriented Graphic Books)
3. การ์ตูนความรู้เชิงสร้างสรรค์สังคมแล้วก็จิตสํานึก (Moral-Oriented Cartoons)
4. แมกกาซีนการ์ตูนความรู้ (Knowledge Cartoon Magazines)
 
หลายท่านที่เคยมีความรู้สึกว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไม่เป็นประโยชน์ ไม่น่าช่วยในเรื่องการเรียนการเล่าเรียนได้ ตอนนี้คงจะเปลี่ยนแปลงความคิดแล้ว เนื่องจากว่าเมื่อพวกเรานำการ์ตูนที่เด็กๆชอบพอมาผนวกเข้ากับวิชาความรู้ คำตอบที่ได้ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าทำให้เด็กสนใจการเล่าเรียนเพิ่มมากขึ้น และก็เป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน รักการค้นคว้า หาความรู้ เป็นการยกระดับประสิทธิภาพการเล่าเรียนของเด็กได้เป็นอย่างดี เห็นได้ชัดเจนว่า วิชาความรู้ไม่จำเป็นที่ต้องอยู่แต่ในตำรับตำราเรียน การ์ตูนความรู้เปรียบได้กับห้องสมุด เป็นหนังสือที่จะมาช่วยตอบทุกปัญหาที่เด็กสงสัย ทุกบ้านควรจะมีติดไว้เหมือนสารานุกรมประจำบ้าน
 
หนังสือการ์ตูน
 
หนังสือการ์ตูน เป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ภาพและก็คำพูดประกอบ บอกเล่าเรื่องราวต่างๆตามเนื้อเรื่องที่เขียนขึ้น มีทั้งที่อ้างอิงจากความจริง แล้วก็เกิดขึ้นจากความนึกคิดของนักเขียนการ์ตูน หรือนักแต่งการ์ตูน เป็นผู้วางเอาไว้ สำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นบางทีอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มังงะ (Manga)
 
โดยส่วนมาก หนังสือการ์ตูน จะเป็นการรวมเล่มของการ์ตูนที่เผยแพร่ในหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ ตัวอย่างเช่น บูม, ซีคิดส์, KC Weekly ฯลฯ
ยังมีการ์ตูนที่แต่งเป็นพิเศษ หรือล้อเลียนการ์ตูนที่เขียนขึ้นแล้ว เพื่อความสนุกสนานส่วนตัว หรือแต่งเพื่อกลุ่มคนที่ชอบในรูปแบบเดียวกัน เรียกว่า โดจิน (Doujin) หรือโดจินชิ
 
แนวภาพวาดในหนังสือการ์ตูน
 
ภาพเหมือนจริง
คือถ่ายทอดลักษณะด้านกายภาพออกมาสมส่วน ราวกับหรือคล้ายใกล้เคียงของจริงมาก มีต้นแบบจากสิ่งที่มีอยู่จริง ส่วนประกอบลักษณะสถาปัตยกรรมที่มีอยู่ในการ์ตูนแบบนี้ดูสมส่วนเป็นไปได้ สามารถก่อสร้างขึ้นได้จริง ด้วยเหตุนี้ลักษณะการ์ตูนชนิดนี้จึงดูน่าเชื่อถือ
 
ภาพเกินจริง
คือเป็นภาพที่ออกเกินเลยของจริง ไม่ได้ส่วน มีความสามารถเกินจริง ตัวอย่างเช่น บินได้ ล้มต้นไม้ใหญ่ด้วยมือเปล่า อวัยวะบางส่วนใหญ่หรือเล็กเกินจริง มีอวัยวะบางอย่างน้อยหรือมากเกินจริง ยกตัวอย่างเช่น มีนิ้วมือ 8 นิ้ว มีตา 3 ตา ฯลฯ
 
เอกลักษณ์
ไม่เหมือนจริง คือเป็นลักษณะภาพวาดตามจินตนาการของคนเขียน หรือนักเขียน โดยลักษณะภาพมีเอกลักษณ์เฉพาะนักประพันธ์แต่ล่ะท่าน ที่นิยมคือ มีลักษณะหัวใหญ่ ตัวซูบผอม ตาโต มองดูน่ารัก แสดงอารมณ์ชัดเจน
 
การสร้างแนวการ์ตูน
 
- สร้างหรือแต่งขึ้นตามจินตนาการ
- สร้างจากความเป็นจริง แต่ว่าอาจมีการเสริมเติมแต่งเพิ่มเพื่อความสนุก แต่งจะยึดถือเค้าเรื่องจริงเป็นหลัก
- นำเรื่องอื่นดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขมา อาทิเช่น ตำนานไซอิ๋ว ก็มีการนำมาปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงแต่งเติมเสริมต่อเป็นเรื่องต่างๆ ออกมามากมาย
 
การ์ตูนวิทยาศาสตร์
 
หนังสือการ์ตูนที่สอดแทรกรายละเอียดวิชาความรู้วิทยาศาสตร์ที่สร้างความสนุก แล้วก็ให้สาระ ทำให้คนทุกเพศทุกวัยพอใจที่จะจับ การ์ตูนวิทยาศาสตร์มาอ่าน เพราะนอกจากจะสนุกแล้ว ยังได้รับความรู้ที่ดีเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่อยู่ใกล้ตัวเรา ซึ่งบางเรื่องพวกเราก็อาจจะยังไม่รู้ก็ได้ หนังสือจำพวกนี้เหมือนหนังสือการ์ตูนความรู้
 

 
10 การ์ตูนความรู้ที่แนะนำ โดย ร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. คณิตศาสตร์แฟนตาซี
"แอนแลนติส" โลกคณิตศาสตร์กำลังปั่นป่วน เมื่อ "อาซูร่า" แม่ทัพแห่งกองทัพรัตติกาลต้องการปลดปล่อย "พ่อมดอินฟินิตี้" ผู้ชั่วร้ายออกจากผนึกทั้งเจ็ด "มีนา" นักเวทตัวคูณจึงพา "ซีโร่" ผู้มีสัญลักษณ์ของอัศวินเอกซ์มายังแอตแลนติส เพื่อฝึกฝนพลังอันบริสุทธิ์แห่งคณิตศาสตร์...
 
2. เก่งคณิตด้วยตัวเองจนคุณครูตกใจ : จำนวนในชีวิตประจำวัน
หนังสืออ่านเสริมแนวแบบเรียนรูปแบบใหม่ที่จะทำให้ผู้อ่านสนุกกับคณิตศาสตร์จนวางไม่ลง มาเรียนรู้ความเป็นมาของเรื่องราวทางคณิตศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างกระบวนการหาคำตอบที่ถูกต้อง เรียนรู้เรื่องราวของจำนวนในชีวิตประจำวัน แทรกเรื่องน่ารู้ การ์ตูน และเกม จำนวนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราอย่างไร, เรียนรู้ระบบตัวเลขฐาน, รู้จักจำนวนนับ, จำนวนเชิงรูปและจำนวนกำลังสอง, จำนวนประเภทต่างๆ ที่น่าทึ่ง, ความมหัศรรย์ของตัวเลข
 
3. เก่งวิทย์ด้วยตัวเองจนคุณครูตกใจ : ระบบนิเวศและสิ้งแวดล้อม
ถ้าไม่มีใครสอนวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพ เด็กจะเรียนรู้วิทยศาสตร์ด้วยตัวเองได้ยากลำบาก และสิ่งสำคัญของหนังสือวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กก็คือต้องทำให้เด็กรู้สึกสนุกไปกับวิทยาศาสตร์ แต่หากจะไล่ตามกระต่ายตัวใดตัวหนึ่งก็ต้องละทิ้งกระต่ายอีกตัวไป ถ้ามองดูด้านความสนุกสนาน บางครั้งต้องปรับมุมมองและสถานการณ์ให้คล้ายกับการ์ตูน จึงต้องทิ้ง "ทฤษฎีและหลักการ" สำคัญไปอย่างน่าเสียดาย ในทางตรงข้าม หากจะรักษา "ทฤษฎีและหลักการ" ดีๆ เอาไว้ก้จะจับกระต่ายที่เรียกว่า "ความสนุกสนาน" ไม่ได้ หนังสือชุด "เก่งวิทย์ด้วยตัวเองจนคุณครูตกใจ" นอกจากกระต่าย 2 ตัวที่เป็นทั้งความสนุกสนานและทฤษฎีสำคัญแล้ว จึงเป็นหนังสือที่เด็กชั้นประถมศึกษาอ่านเข้าใจได้ง่าย และเตรียมความพร้อมในการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นต่อไป
 
4. ล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าในรัสเซีย
ขอเชิญสัมผัสความหนาวเหน็บและความกว้างใหญ่ไพศาลของรัสเซีย ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก! ฮีโร่และเบ็คเดินทางไปรัสเซียเพื่อชมการแสดงบัลเลต์ระดับโลก แต่ฮีโร่พบว่ามงกุฎล้ำค่าของราชินีที่ใช้ในการแสดงเป็นของปลอม! มีใครบางคนขโมยของจริงไปสองสหายนักล่าขุมทรัพย์จึงต้องตามหาให้ได้ พวกเขาต้องตามล่าคนร้ายไปทั่่วรัสเซีย จากมอสโกเมืองหลวงสุดยิ่งใหญ่ไปเซ็นปีเตอร์สเบิร์กเมืองแห่งกษัตริย์ ผจญภัยบนรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียที่ยาวที่สุดในโลก และมุ่งสู่ไซบีเรียดินแดนแห่งความหนาวเย็น นักโบราณคดีสุดไฮเทค อีกอร์และซีมอฟ หัวหน้าคณะบัลเลต์คู่กัด วิกเตอร์ อดีตสายลับ และเฟย์ สาวจอมโหดผู้วางแผนการร้ายในครั้งนี้ มาร่วมลุ้นกันว่าคู่หูฮีโร่เบ็คจะแย่งชิงมงกุฎกลับมาได้หรือไม่! "ล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าในรัสเซีย" จะพาทุกคนผจญภัยในรัสเซีย ประเทศที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยการ์ตูนที่สนุกสนาน และเกร็ดความรู้ที่น่าทึ่งเกี่ยวกับรัสเซียตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รับรองว่าประวัติศาสตร์ไม่เคยสนุกแบบนี้มาก่อน
 
5. Why ?
“หนังสือการ์ตูนความรู้ชุด “Why?” เป็นหนังสือชุดที่ทำให้เด็กเกาหลีเรียนเก่งเป็นอันดับ 1 ของโลกจากผลการวิจัยของนิตยสาร Timss ปี 2011 นำเสนอความรู้ในรูปแบบการ์ตูน มีเรื่องราวสนุกสนานชวนติดตาม ทำให้เรื่องวิชาการที่เด็กๆ คิดว่ายากกลายเป็นเรื่องง่าย โดยได้รับการแปลแล้ว 12 ภาษาและตีพิมพ์ใน 45 ประเทศ ซึ่งฉบับภาษาไทยเองก็ได้รับคำนิยมจากเลขาธิการสภาการศึกษา สสวท. ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ จึงมั่นใจเนื้อหาได้ว่าถูกต้องครบถ้วน สอดคล้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กระทรวงศึกษาธิการ ตามที่เด็กๆ เรียนในโรงเรียน
 
6. ประวัติพระพุทธเจ้า
การศึกษาพุทธประวัติที่ถูกต้องจะได้รับประโยชน์หลายอย่าง กล่าวคือนอกจากจะได้ทราบประวัติของพระพุทธองค์อย่างละเอียดแล้ว ยังจะได้ศึกษาพระจริยาวัตรที่งดงามของพระองค์ ทำให้ทราบว่าผู้ที่บำเพ็ญบารมีจนได้บรรลุเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร ใช้เวลานานเท่าใด ทำให้ผู้ศึกษาเกิดศรัทธาปสาทะแล้วนำมาเป็นแบบอย่างในการพัฒนาตนเองและสังคมได้
"น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ณ บัดนี้ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ได้จัดพิมพ์ การ์ตูนธรรมะชื่อ 'ประวัติพระพุทธเจ้า' ในรูปแบบการ์ตูนที่งามพร้อมทั้งเนื้อหาสาระที่เข้าใจง่าย สีสันและลายเส้นงดงาม การดำเนินเรื่องน่าสนใจนำเสนอความเป็นพระพุทธองค์อย่างมีชีวิตชีวา 'ประวัติพระพุทธเจ้า' ชี้ให้เห็นว่าการประสบความสำเร็จของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นความสำเร็จที่วางรากฐานอยู่บน 'ศักยภาพของความเป็นมนุษย์' ธรรมดาๆอย่าง เราๆ นี่เอง ซึ่งวิธีการนำเสนอพุทธประวัติเช่นนี้ ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าสถานภาพของพระพุทธองค์ไม่สูงส่งเกินไปจนเข้าไม่ถึง ตรงกันข้ามกลับก่อให้เกิดศรัทธา ปสาทะเป็นอย่างยิ่งว่าบนเส้นทางของการเป็นพระบรมศาสดาผู้ยิ่งใหญ่นั้น มีเคล็ดลับอยู่ที่การพยายาม 'ฝึกหัดพัฒนา' เป็นสาระสำคัญ"
 
7. ไม่ยากถ้าอยากเรียนดี
ลองมาติดตามกันดูว่า มาร์คจะสามารถเปลี่ยนนิสัยการเรียนของเขาได้ไหม และจะลบคำสบประมาทของแนตตี้ทำให้แนตตี้หันมาสนใจได้หรือไม่ที่สำคัญ น้องๆ อย่าลืมนำเคล็ดลับการเรียนดีของมาร์คและเพื่อนๆ ไปใช้ ปรับปรุงการเรียนของน้องๆ 18 เคล็ดลับเรียนดีที่ง่าย และไม่เหมือนใคร มาลุ้นกันว่ามาร์ค ผู้เกียจคร้าน จะนำเคล็ดลับเรียนดี มาปรับปรุงการเรียนของตนเอง ให้ดีขึ้นได้หรือไม่
 
8. นักสำรวจน้อย ยานพาหนะสุดเจ๋ง
ความรู้สนุกๆเกี่ยวกับยานพาหนะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยาน รถยนต์ รถไฟ เรือ เครื่องบิน และเครื่องจักรขนาดใหญ่ต่างๆ หนังสือเป็นรูปแบบ interactive ให้เด็กๆ ได้พลิกหาคำตอบได้เอง โดยมีแผ่นเปิดปิดให้เด็กๆได้ค้นหาความรู้เพิ่มเติมใต้ภาพ
 
9. รู้ไปหมด เรื่องหุ่นยนต์
หนังสือ "รู้ไปหมด เรื่องหุ่นยนต์" เล่มนี้ จะพาเด็กๆ ไปค้นพบทุกเรื่องที่สงสัยเกี่ยวกับสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์คืออะไร พัฒนาการของหุ่นยนต์ยุคต่างๆ บทบาทของหุ่นยนต์ในโลกยุคปัจจุบันและอนาคต หุ่นยนต์ต่างจากไซบอร์กอย่างไร และอีกหลากหลายเรื่องราวน่าสนใจ เรียนรู้ผ่านภาพถ่ายสี่สีที่สวยงาม ก่อนที่จะทดสอบความรู้เรื่องหุ่นยนต์ ว่าเด็กๆ ได้เรียนรู้อะไรบ้าง รู้ทุกอย่างหรือเปล่า ถ้าใช่ก็เยี่ยมไปเลย เพราะเด็กๆ กลายเป็นผู้ชี่ยวชาญแล้ว!
ข้อเท็จจริงการถ่ายภาพ และเกร็ดสนุกๆ ของหุ่นยนต์ที่อาจกลายมาเป็นเพื่อนซี้ของเราในไม่ช้า วิทยาการคอมพิวเตอร์มาผสมกัน หุ่นยนต์ที่ผู้คนเกี่ยวข้องด้วยในชีวิตประจำวันเป็นประโยชน์มาก พวกมันสร้างสิ่งต่างๆ จับอาชญากร สำรวจโลก และต่อสู้สงคราม มีหุ่นยนต์ทำงานในบ้านด้วย พวกมันมีหน้าที่ดูดฝุ่นและทำความสะอาด และยังมีหุ่นยนต์พยาบาลสำหรับดูแลเธอเมื่อเธอเจ็บป่วยรวมถึงหุ่นยนต์ผ่าตัดด้วย พบกับหุ่นยนต์เครื่องจักรที่ทั้งซับซ้อนทั้งสุดยอดได้ใน "รู้ไปหมด เรื่องหุ่นยนต์" เล่มนี้
 
10. 50 เรื่องหลอน ตอน ผีนานาชาติ
50 เรื่องหลอน ตอน ผีนานาชาติ เปิดประสบการณ์หลอนรอบโลก กับเรื่องของ "ผี" และ "ปิศาจ" ที่คัดมาเฉพาะผีระดับตำนาน ทั้งไทย ญี่ปุ่น จีน อังกฤษ อเมริกา ฯลฯ โลกนี้มีผีมากมาย ทั้งร้ายและดี ทั้งผีของแต่ละประเทศหรือตำนานปีศาจของแต่ละชนเผ่า "50 เรื่องหลอน" เล่มนี้ จะพาทุกคนไปพบกับ "เรื่องผีจากนานาประเทศ" ที่คัดมาแล้วว่า... เป็นผีระดับตำนาน อาทิ ผีตายทั้งกลม ,ไดนี! ผีกินเด็ก ,โทแกบี ภูตจอมตลก ,ผีสาวปากฉีก ,ภูตหิมะ ,ตำนานวิญญาณฮานาโกะซัง ,สลัวฟ์ วิญญาณที่นรกไม่ยอมรับ ,ผีกลิ้งหัวจากอเมริกา มาดูกันว่า... ผีประเทศไหนจะเฮี้ยนที่สุด!
 

8

 
การท่องเที่ยว คือการเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจหรือเพื่อความสนุกตื่นเต้นหรือเพื่อหาความรู้ องค์กรการท่องเที่ยวขององค์การสหประชาชาติ (World Tourism Organization) กำหนดไว้ว่า การท่องเที่ยวหมายถึงการเดินทาง โดยระยะทางมากกว่า 40 กม.จากบ้าน เพื่อจุดมุ่งหมายสำหรับเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ
 
คู่มือท่องเที่ยว เป็นยังไง
 
คู่มือท่องเที่ยวจะช่วยให้คุณสามารถค้นพบทำการค้นพบกิจกรรมที่ดีเยี่ยมสำหรับในการเดินทางไปยังจุดหมายต่างๆ รอบโลกได้ คู่มือท่องเที่ยวจะให้คำปรึกษา แนวความคิด ข้อมูลภูมิหลังรวมถึงความคิดเห็นของแคว้นที่จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนทริปที่เหมาะสมที่สุดของคุณได้
 

 
แนะนำ 10 หนังสือท่องเที่ยว โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. เที่ยว - เฮ - เปย์ - กิน สิงคโปร์ SINGAPORE
รวมสถานที่เที่ยวทั่ว "สิงคโปร์" คัดเฉพาะที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Merlion, Gardens by the Bay, Marina Bay Sands, Fountain of Wealth, Esplanade, Helix Bridge, Universal Studios Singapore, Clarke Quay, Bugis, Little India,Orchard, Chinatown, Geylang, Novena, Tiong Bahru,Harbour Front, Sentosa, Jurong, Queenstown, Pulau Ubin รวมไปถึงร้านอาหารที่คัดสรรมาเสิร์ฟชนิดที่ทานแล้วต้องบอกต่อกันเลย มีเกร็ดน้อยที่ทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้น และจุดน่าถ่ายภาพลงโซเซียลมุมมองใหม่ๆ ที่ซ่อนอยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย
หลายๆ คนที่ชอบท่องเที่ยวมักเริ่มเดินทางจากประเทศใกล้ๆ บ้านเราก่อน และสิงคโปร์เป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ได้รับความนิยม ด้วยความสะดวกในการเดินทางเพียงสองชั่วโมงนิดๆ ไม่ต้องใช้วีซ่า มีที่เที่ยวมากมาย ถ่ายรูปก็สวย อากาศก็ดี การเดินทางในประเทศก็สะดวก เหมาะกับการจัดทริปสั้นๆ จะลุยดื่ม มากับคู่หู เที่ยวกันเป็นแก๊งค์ หรือมากับครอบครัวก็เป็นอีกทางเลือกที่แนะนำค่ะ หนังสือ "เที่ยว-เฮ-เปย์-กิน สิงคโปร์" เล่มนี้รวมสถานที่เที่ยวทั่วสิงคโปร์ คัดเฉพาะที่น่าสนใจ รวมไปถึงร้านอาหารที่คัดสรรมาเสิร์ฟชนิดที่ทานแล้วต้องบอกต่อกัน มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้น และเดินทางอย่างปลอดภัย
บางครั้งจุดหมายปลายทางอาจไม่สำคัญเท่าระหว่างทาง จะไกลหรือใกล้ถ้าได้เก็บเกี่ยวเรื่องราวดีๆ ระหว่างการเดินทางมันก็คุ้มค่าแล้ว คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์ เมืองที่เดินทางเพียงสองชั่วโมงกว่าๆ ที่นี่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเดินทางง่ายที่สุด เหมาะสำหรับคนที่เริ่มออกเดินทางนอกประเทศเป็นครั้งแรก
เมืองนี้ออกจะวาไรตี้หน่อยๆ เพราะเป็นการรวมคนเชื้อชาติต่างๆ ทั้งอินเดีย, คนจีน ชาวเปอรานากัน มาอยู่รวมกันได้อย่างสันติ จะเห็นวัดจีน มัสยิด เทวสถาน โบสถ์คริสต์ และซิกข์อยู่ตลอดทริป มีการแบ่งย่านที่อยู่อาศัยตามกลุ่มเชื้อชาติ อย่างไชน่าทาวน์ก็เป็นย่านคนจีน ลิตเติลอินเดียก็เป็นย่านคนอินเดีย ผลพลอยได้ก็คืออาหารอร่อยๆ รสต้นตำรับจากแต่ละชาติที่หาทานได้ง่ายด้วย
แลนด์มาร์กเด่นๆ ของสิงคโปร์ที่พลาดไม่ได้ กระจุกอยู่ในตัวเมือง ก็คือ สิงโตพ่นน้ำ Merlion, สวน Gardens by the Bay และน้ำพุ Fountain of Wealth ที่ตึก Suntec City ถ้ามีเวลาเหลือก็เก็บเกี่ยวที่เที่ยวอื่นๆ ได้ ถ้าใครมาหลายครั้งแล้วแนะนำที่เที่ยวใหม่ๆ ไกลออกไปหน่อย จะปั่นจักรยานที่ Pulau Ubin ก็วิวสวยไม่น้อย เข้าสวนสัตว์ที่จัดแสดงอย่างมีมาตรฐานก็ดี หรือไปสวนสนุก Universal Studios Singapore ก็เป็นอีกที่ที่ไม่น่าพลาด!! หนังสือ "เที่ยว-เฮ-เปย์-กิน สิงคโปร์" เล่มนี้รวมสถานที่เที่ยวทั่วสิงคโปร์ สุขใจทั้งขาไปและขากลับกับ DPlus
 
2. RUSSIA มอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และทรานส์ไซบีเรีย
คู่มือท่องเที่ยวมอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย ไฮไลต์คือที่เที่ยวในมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแบบครอบคลุม เข้าใจเมืองประวัติศาสตร์และชีพจรของเมือง เป็นสองเมืองสองมหานครที่ใครไปรัสเซียก็ต้องปักหมุดแวะที่นี้ จะมากน้อยกี่วันก็ต้องแวะไป รถไฟสายทรานส์ไซบีเรียเส้นทางดั้งเดิมคือมอสโก - วลาดิวอสตอก ที่นักเดินทางสายโรแมนติกใฝ่ฝันว่าจะได้ไปสักครั้งหนึ่ง เปิดเมืองน่าแวะบนเส้นทางรถไฟสายนี้อันได้แก่ คาซาน เยคาเตอริงเบิร์ก อีรคุสต์ และทะเวลสาบไบคาล
เราอยู่ในยุคที่การเดินทางกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนจำนวนมากออกเดินทางด้วยเป้าหมายที่แตกต่าง และกลับมาพร้อมกับเรื่องราวหลากหลายที่ได้พบเจอ คู่มือท่องเที่ยวชุด KTC guidezine x wongklom journey เกิดขึ้นบนความเชื่อที่ว่า ทุกคนควรมีอิสระที่จะเลือกวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในแบบที่ตอบโจทย์ของตนเอง ทางกองบรรณาธิการจึงได้ออกเดินทางไปเก็บข้อมูลแบบ on site เพื่อคัดสรรแง่มุมแปลกใหม่หลากหลายของน่าชิม และร้านน่าชอปไว้อย่างครบถ้วน เพียงพอที่จะทำให้นักเดินทางในแบบฉบับของตัวเอง นอกจากคำแนะนำและแผนที่ เรายังแทรกเกร็ดน่ารู้และเรื่องอ่านเล่นสไตล์แมกกาซีนเกี่ยวกับแนวคิดเบื้องหลังต่างๆ เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับการเดินทางอย่างเต็มที่อีกด้วย เราหวังว่าหนังสือชุด KTC guidezine x wongklom journey จะกระตุ้นต่อมอยากเดินทาง และช่วยให้คุณเก็บเกี่ยวความทรงจำทรงคุณค่าจากการออกเดินทางแต่ละครั้งได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
 
3. BUSAN อยู่นานๆ ได้ไหม
ปูซาน เป็นเมืองที่อายธรรมเก่าแก่ยังฝากร่องรอยเอาไว้บนก้อนอิฐ ขณะเดียวกันก็กำลังเติบโตในฐานะเมืองเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสหกรรมหนังที่ทำให้ปูซานเต็มไปด้วยย่านกินดื่มที่อวดคาแรกเตอร์กันผ่านหน้าตาของร้านและเมนูอาหาร ทั้งยังอุดมไปด้วยวิธีการกินอยู่แบบเก่าที่ดำเนินคู่กันไปในวัฒนธรรมใหม่ไม่รวมถึงพิกัดที่ตั้ง ที่พาให้เราได้เอาตัวไปสัมผัสกับธรรมชาติอย่างง่ายดาย ด้วยระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกต่อการเดินทาง ไกด์บุ๊กของสองพี่น้องเจริญชัยชนะ ที่อยู่ในมือคุณเล่มนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้การเดินทางสู่ปูซานในครั้งแรกของคุณเป็นเรื่องแสนง่าย แต่ยังมีอะไรที่แอบ "หยอด" ให้เห็นความน่าค้นหาของสถานที่นั้นๆ ผ่านสายตาของคนที่หลงรักเมืองนี้เข้าอย่างจังแล้วยังกลับไปซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก็อย่างที่เธอบอกเอาไว้ ว่าที่สุดแล้วทุกการเดินทางของแต่ละคนย่อมมีเรื่องราวและมุมมองให้ประสบพบเจอต่างกันอยู่ที่ว่าเราจะค้นพบปูซานในเวอร์ชั่นของตัวเองแบบไหน กางไกด์บุ๊ก " BUSAN อยู่นานๆ ได้ไหม" เล่มนี้ไว้เป็นเพื่อนเที่ยวปูซาน ที่เหลือก็ให้ "destiny" นำทางไป
สัมผัสปูซานอย่างละเอียดทุกซอกมุม กับสองสาวพี่น้องที่หลงรักเมืองนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น สีสันและความสดของอาหารทะเลในตลาดจากัลชิ ตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ช็อป ชิม กิน ดื่ม เก๋ๆ ในย่านซอมยอน ขอพรที่ "วัดแฮดงยงกุงซา บนหน้าผาริมทะเลที่ดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วทั้งวัด "พอมอซา" วัดกลางหุบเขาอายุกว่าพันปี ที่สวยที่สุดในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เดินเล่นใน "กัมซอน คัลเจอร์ วิลเลจ" หมู่บ้านศิลปินและเจ้าชายน้อยบนมาชูปิกซูแห่งปูซาน กินข้างทางแบบเกาหลีสไตล์ ในมอกจาโกลมก เดินทั่วปูซานที่เกาหลีใต้ เมืองที่งดงามไปด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม ทะเล ภูเขา วัดเก่า ร้านอาหาร ภาพยนตร์ ดนตรี ในเมืองหลายมิติแห่งนี้เวลาเท่าไรก็ยังไม่พอ จนต้องขออยู่ปู ซานนานๆ กว่านี้ได้ไหม ใน "BUSAN อยู่นานๆ ได้ไหม"
 
4. โตเกียวใครๆก็เที่ยวได้ Edition 3 : Tokyo & Around
คู่มือนักเดินทางฉบับพกพา ที่ให้ข้อมูลทันสมัยล่าสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในการท่องเที่ยว "กรุงโตเกียว" โดยได้รวบรวมทั้งสถานที่สำคัญที่เป็นแลนด์มาร์กหลักๆ และเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เข้าไปอีกมาก ทั้งที่กิน ที่เที่ยว ที่ช้อป ที่พัก ฯลฯ ภายในเล่มประกอบด้วยรูปภาพสวยงาม และข้อมูลควรรู้สำหรับการวางแผนเที่ยว เป็นคู่มือการเดินทางที่เจาะลึกให้ทุกคนได้เห็นโตเกียวในมุมมองของผู้อาศัย ในแบบของคนที่สนุกกับชีวิตที่นี่ ไม่ใช่แค่ในแบบของนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
"โตเกียว ใครๆ ก็เที่ยวได้ Edition 3" มีการปรับปรุงมาจากเล่ม Edition 2 นอกจากจะแก้ไขและอัพเดทข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารแล้ว ยังเพิ่มเติมที่เที่ยวและร้านใหม่ๆ สำหรับขาช้อปก็ยังมีแผนที่ในย่านช้อปปิ้งแยกให้ด้วย เท่านี้ยังไม่พอ ยังเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ ให้ไปถึงนอกเมือง เช่น Gunma, Ibaraki เรียกว่าครบกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เล่มเดียวเที่ยวได้ทั้งโตเกียวและรอบๆ กันเลยทีเดียว!
เนื้อหาทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ เขียนขึ้นจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่อาศัยอยู่ประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลา 15 ปี และจากการเดินทางทั่วประเทศญี่ปุ่นครบทุกภูมิภาคและทุกจังหวัดจึงมั่นใจได้ว่าเป็นข้อมูลจริง
 
5. เที่ยวนิวยอร์ก New York และเมืองรอบๆ
ตะลุยมหานครที่เป็นศูนย์รวมของทุกสิ่งจนได้ฉายาว่า "Big Apple" (แอปเปิ้ลใหญ่) ทั้งในเกาะแมนแฮตตัน และรอบๆ โดยคนไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจริงๆ นานนับปี ไม่ว่าจะเป็น กลางกรุงที่ Central Park, ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติชื่อดังเดินเล่นเพลินๆ ย่านธุรกิจที่ Wall Street, เที่ยวชมสีสันยามคํ่าคืนที่ย่าน Times Square ล่องเรือไปชมอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ Statue of Liberty และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมแนะนําร้านอาหารน่าลองหลากหลายสัญชาติทานได้แบบไม่เบื่อ โดยมีแผนที่ และข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละสถานที่อย่างละเอียด ให้คุณสามารถใช้เป็นคู่มือเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจ
 
6. เที่ยวลอนดอน London และเมืองรอบๆ
"ลอนดอน" เป็นเมืองที่ "ต้องสัมผัส" ด้วยตัวเอง แล้วจะ "ต้องมนต์" ไปกับมหานคร ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยจินตนาการอันแสนงดงาม มีแลนด์มาร์คที่โด่งดังให้จดจำมากมาย ดื่มด่ำความโรแมนติกของวิวสวยริมสองฝั่งแม่น้ำเทมส์ เติมอาหารสมองด้วยการเรียนรู้ไปในพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าชมฟรีทั่วกรุง และลิ้มลองการใช้ชีวิตแบบ "ลอนดอนเนอร์" ที่จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ หนังสือเล่มนี้จะพาคุณสำรวจลอนดอน ตามเส้นทางที่ครอบคลุม 20 เขต พร้อมแผนที่การเดินชมเมืองแบบง่ายๆ โดยมีคำอธิบายสถานที่แบบพาไปชมถึงด้านใน นอกจากนี้ยังมีเส้นทางพิเศษสำหรับแฟนคลับทุกสาขา และทริปวันเดียวเที่ยวนอกกรุงที่จะพาไปเปลี่ยนบรรยากาศชมสิ่งน่าสนใจรอบลอนดอนกันด้วย
หนังสือเล่มนี้จะจุดประกายความฝันให้ใครสักคนได้กล้าพอที่จะออกเดินทางท่องโลกกันสักครั้ง
 
7. เที่ยวนิวซีแลนด์ New Zealand ดินแดนธรรมชาติมหัศจรรย์ สวรรค์ซีกโลกใต้
ถ้าคุณมองหาประเทศที่มีแลนด์สเคปสวยๆ มีธรรมชาติอันงดงาม และยังคงความบริสุทธิ์ดั้งเดิมไว้ได้ ท่ามกลางความทันสมัยในชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน พร้อมความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวแล้วล่ะก็ นิวซีแลนด์จะเป็นหนึ่งในประเทศที่คุณไม่ควรพลาด หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปเที่ยว "นิวซีแลนด์" อย่างจุใจ จากเกาะเหนือ จรดเกาะใต้ ไม่ว่าจะเป็น เกาะเหนือ อาทิ Auckland, Northland, Hamilton, Taupo, Rotorua, Tongariro และ Wellington หรือ เกาะใต้ อาทิ Cristchirch, Marlborough, Tasman, Westcoast, Queenstown, Dunedin, Southland และ Steward island อันแน่นด้วยข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับสถานที่เที่ยวต่างๆ มากมาย ให้คุณใช้เป็นคู่มือเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจ
ลุยเที่ยวนิวซีแลนนด์ทั้งประเทศ จากเกาะเหนือ จรดเกาะใต้
 
8. Netherlands เที่ยวเนเธอร์แลนด์ แดนกังหันลม ชมทุ่งทิวลิป
ประเทศเนเธอร์แลนด์ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ทิศตะวันออปและทิศเหนือเป็นทะเลเหนือ ส่วนทิศใต้ติดกับเบลเยี่ยมและตะวันตกติดกับเยอรมนี มีพื้นที่ราว 41,543 ตร.กม (ใหญ่กว่าภาคตะวันออกของไทยไม่มาก) โดยมีเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของประเทศอยู่ทางภาคตะวันตกคือ Amsterdam หรือกรุงอัมสเตอร์ดัมซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ และ The Hague หรือกรุงเฮก เป็นเมืองศูนย์รวมที่ทำการของรัฐ และมีสถานเอกอัครราชทูตหลายประเทศ รวมถึงไทยเราตั้งอยู่ที่กรุงเฮกนี้เช่นกัน ไทยกับเนเธอร์แลนด์มีความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างแน่นแฟ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีการส่งคณะทูตและติดต่อค้าขายทางเรือระหว่างกัน รวมถึงการเสด็จเยือนระหว่างประเทศของพระมหากษัตริย์และราชวงศ์เรื่อยมา
 
9. EBC48 เอเวอเรสต์เสี่ยงทาย
Everest Base Camp เป็นจุดเริ่มต้นของผู้ที่จะไปพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกในขณะเดียวกันก็เป็นจุดหมายปลายทางของหลาย ๆ คนที่ขอเพียงพาตัวเองเข้าใกล้ความยิ่งใหญ่สักครั้ง แม้ไม่ได้แตะจุดที่สูงที่สุด แต่ความอิ่มใจที่ได้พิชิตเป้าหมายนั้นไม่ต่างกัน บันทึกการเดินทางเล่มนี้ไม่เท่ ไม่โปร และเต็มไปด้วยความทุลักทุเลแต่อ่านและจะวางไม่ลง เพราะมีเรื่องให้เสี่ยงทาย และเซอร์ไพรส์ตลอดทุกย่างก้าว มาเอาใจช่วยนักเดินทาง ทั้ง 4 คน 8 ขา ให้ไปถึง EBC อย่างปลอดภัยด้วยเถิด
การผจญภัยบนเส้นทาง Trekking ในฝันของ 4 คน 8 ขา ประกอบด้วยสามหนุ่มฉกรรจ์และสาวตั้งครรภ์หนึ่งคน!
 
10. Spain เยือนถิ่นบอลดัง เมืองกระทิงดุ
"สเปน" เป็นประเทศที่ร่ำรวยไปด้วยวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนประเทศใดในยุโรป ด้วยความที่เคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวอารับยาวนานกว่า 600 ปี "Spain เยือนถิ่นบอลดัง เมืองกระทิงดุ" เล่มนี้ เป็นคู่มือนำเที่ยวสเปนที่จัดทำขึ้นมาในรูปแบบบันทึกการเดินทางผสมกับการเล่าเรื่อง โดยตั้งใจแทรกประวัติศาสตร์และความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่นั้นๆ เอาไว้ การันตีว่าจะพาผู้อ่านทุกท่านเดินทางเที่ยวได้โดยไม่หลง แล้วยังจะได้รับความรู้และเกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้สมบูรณ์แบบราวกับมีไกด์ส่วนตัวติดตามไปด้วย กับ 9 เมือง จากเหนือจรดใต้ บนดินแดนแห่งสองอารยธรรมเก่าแก่
 

9

 
วันนี้ เราได้รวบรวม 10 หนังสือน่าอ่าน มาแนะนำสำหรับคนรักการอ่าน จะมีหนังสืออะไรบ้างนั้นไปดูกัน
 

 
10 หนังสือใหม่น่าอ่าน ในปี 2018 แนะนำโดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. จิตวิทยาความฝัน DREAM PSYCHOLOGY
หนังสือ จิตวิทยาความฝัน หรือ Dream Psychology เล่มนี้ เขียนขึ้น ในปี ค.ศ. 1920 โดย ซิกมุนด์ ฟรอยด์ นักจิตวิทยาชาวออสเตรีย โดยเนื้อหา เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ความฝัน อธิบายถึงกลไกการทำงาน และสาเหตุที่ทำให้เกิดฝัน ในยุคที่ผู้คนได้เริ่มรู้จักกับคำว่า “จิตใต้สำนึก” ยุคที่ยังไม่มีการรับรองว่าจิตใต้สำนึกนั้นมีจริงหรือไม่ เป็นวิทยาศาสตร์หรือไม่ ดังเช่นในยุคปัจจุบันนี้ Dream Psychology จึงถือได้ว่าเป็นตำราขั้นพื้นฐานของทฤษฎีจิตวิเคราะห์เล่มแรกๆ
ฟรอยด์เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ในยุคที่ผู้คนเพิ่งจะรู้จักกับจิตใต้สำนึกใหม่ๆ และยังไม่มีการรับรองจิตใต้สำนึกว่ามีจริงหรือไม่และเป็นวิทยาศาสตร์ไหม เหมือนในสมัยนี้ ขณะที่เขียนนั้นฟรอยด์เองก็เพิ่งจะเริ่มมีชื่อเสียงแบบที่ยังไม่มีใครจะล่วงรู้ได้ว่าอีกร้อยปีต่อมาเขาจะได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลกจากการคิดค้นหเรื่องจิตใต้สำนึกนี่เอง คำศัพท์จิตวิทยาบางคำที่เราใช้กันในปัจจุบันก็เพิ่งจะบัญญัติขึ้นมารในหนังสือเล่มนี้เป็นครั้งแรก ทฤษฎีของเขาก็ยังเป็นประเด็นถกเถึยงกันอยู่ ไม่ได้มีการรับรองนำมาใช้จริงอย่างในปัจจุบัน ทำให้ฟรอยด์ต้องพยายาม รวบรวมหลักฐานมาโต้แย้งและสนับสนุนอย่างเผ็ดร้อน ซึ่งจะทำให้นอกจากจะอ่านหนังสือที่ได้รับความรู้ด้านจิตวิเคราะห์และจิตวิทยาแล้ว ยังรู้สึกสดใหม่ เสมือนได้เข้าไปอยู่ร่วมยุคสมัยที่ยังมีประเด็นวิพากษ์นี้อย่างสนุกสนานด้วย แม้ว่าพวกเราซึ่งอยู่ในยุคปัจจุบันจะรู้ผลลัพธ์ของทฤษฎีและประเด็นอภิปรายดังกล่าวแล้วก็ตาม
ฟรอยด์ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ (Psycho-analysis) และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของโลกจากการคิดค้นเรื่องจิตใต้สำนึก ซึ่งถือว่าเป็นผู้บุกเบิกวิชาการแขนงใหม่ให้กับมนุษยชาติ และยังเป็นผู้ริเริ่มและจุดประกายให้ผู้คนสนใจเรื่องของจิตใต้สำนึกอย่างแพร่หลายอีกด้วย นอกจากนี้คำศัพท์ต่างๆ ที่เราใช้เกี่ยวกับจิตวิทยาในปัจจุบันนี้ เช่นคำว่า การเก็บกด จิตไร้สำนึก จิตสำนึก อีโก้ ซุปเปอร์อีโก้ แม้แต่ ลิบิโด ซึ่งใช้แทนคำว่า แรงขับทางเพศ ในภาษาอังกฤษที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนี้ ล้วนแต่เป็นคำศัพท์ที่ซิกมุนด์ ฟรอยด์เป็นผู้บัญญัติขึ้นเป็นคนแรกทั้งสิ้น อีกทั้งชื่อของเขาเองยังถูกนำมาบัญญัติขึ้นเป็นศัพท์ใหม่อีกหลายคำ เช่น Freudian slip หรือการพลั้งปากพูด เป็นต้น
 
2. ลงทุนแมน 4.0
ประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน และโลกอนาคต เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่มนุษย์เกิดขึ้นมาบนโลกนี้เมื่อ 200,000 ปีที่แล้วมนุษย์ก็ได้สร้าง และสะสมองค์ความรู้เรื่อยมา สิ่งนี้เรียกว่า "เทคโนโลยี" มนุษย์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ มีความเป็นอยู่ที่สะดวงสบายกว่ามนุษย์ใน 100 ปีที่แล้ว และมนุษย์ 100 ปีข้างหน้า ก็น่าจะสบายกว่ามนุษย์ในตอนนี้อีกหลายร้อยเท่าเช่นกัน สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาทั้งหมดในโลกตอนนี้ ก็คงจะเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การที่มนุษย์ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะทำให้เราสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์และเข้าใจโลกนี้ได้ดีขึ้น ในการเชื่อมโยงทุกคนอาจมีมุมมองเป็นของตนเองที่แตกต่างกันตามแต่จินตนาการ และนี่แหละคือเสน่ห์ของ "ลงทุนแมน"
"ลงทุนแมน" ไม่ได้เป็นผู้ฉลาดที่สุดในทุกเรื่องราว แต่ "ลงทุนแมน" จะนำเสนอประเด็นในแต่ละเรื่องให้เราฉุกคิดได้บ้าง และผู้อ่านสามารถนำความคิดของตนเองไปต่อยอดในเรื่องราวนั้นได้ สิ่งที่ "ลงทุนแมน" เขียน 1 ประโยค อาจจะมีคนนำเรื่องนี้ไปคิดต่อยอดเป็น 1,000 รูปแบบ เพียงแค่นี้ ก็น่าจะทำให้เกิดกระบวนการที่เป็นแรงผลักดันสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าได้
 
3. เล่าเรื่องสามก๊ก ฉบับคนรุ่นใหม่
เรื่องราวสามก๊กเกิดขึ้นเมื่อ 1,800 ปีก่อน ปราชญ์จีนหลอกจว้านจง นำประวัติศาสตร์สามก๊กมาเรียบเรียงเป็นพงศาวดารสามก๊ก เมื่อ 600 กว่าปีที่แล้ว จากนั้นเรื่องราวของสามก๊กเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก คนไทยก็ได้อ่านสามก๊กจากฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) จวบจนบัดนี้นับได้กว่า 200 ปีแล้ว
ปัจจุบันมีสามก๊กเกิดขึ้นมากมายหลายสำนวนในเมืองไทยนอกเหนือจากฉบับเจ้าพระยาพระคลัง ซึ่งแต่ละสำนวนก็จะมีลักษณะพิเศษ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้เรียบเรียง และแนวทางการนำเสนอของเรื่องที่แตกต่างกันไป
หนังสือ "เล่าเรื่องสามก๊ก ฉบับคนรุ่นใหม่" ที่เรียบเรียงขึ้นโดย "คุณเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป" คือความปรารถนาร่วมกันของผู้เขียนและสำนักพิมพ์ที่จะรังสรรค์วรรณกรรมสามก๊กให้เกิดสำนวนใหม่ ด้วยแนวทางการนำเสนอรูปแบบใหม่ขึ้นอีกสำนวนหนึ่ง เพื่อตอบสนองต่อผู้อ่านในโลกยุคปัจจุบัน
แต่หนังสือสามก๊กที่เล่าเรื่องสามก๊กตั้งแต่ต้นจนจบที่มีอยู่แต่ละเล่มนั้นก็ล้วนแต่ "เคี้ยว" ยากหรือ "ย่อย" ยากหรือ "แทะ" ยาก เสียเหลือเกิน คุณเปี่ยมศักดิ์ได้มีความเข้าใจถึงปัญหาของการเข้าถึงสามก๊กของคนรุ่นใหม่ที่ได้กล่าวมา จึงเกิดแรงบันดาลใจจะเขียนเรื่องราวสามก๊ก ด้วยสำนวนอย่างคนรุ่นใหม่ออกมา เพื่อให้หนังสืออ่านง่าย ไม่สับสน กระชับรัดกุมและเก็บเนื้อหาความตามท้องเรื่องของฉบับเจ้าพระยาพระคลังให้ได้มากที่สุด
 
4. ประวัติศาสตร์โลก WORLD OF KNOWLEDGE SERIES
เหตุการณ์ 10 เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่หลายพันปีมาแล้ว จนกระทั่งเพียงไม่กี่ร้อยปีที่เลือกนำมาเล่าสู่กันฟังในหนังสือ "ประวัติศาสตร์โลก" เล่มนี้เป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของโลกที่ได้รับความสนใจและกล่าวถึงอย่างมาก และเชื่อว่าหลายท่านน่าจะเคยได้ยินได้ฟังการกล่าวถึงเหตุการณ์เหล่านี้มาจากที่ใดที่หนึ่งกันบ้างแล้ว แต่อาจไม่ได้ทราบถึงรายละเอียดหรือความเป็นมาของเหตุการณ์ทั้ง 10 ที่จะหยิบเอามาเล่าให้ฟังนี้เท่าใดนัก เหตุการณ์ทั้ง 10 นี้มีทั้งที่มีความเกี่ยวพันกันและที่ไม่เกี่ยวพันกัน และเกิดขึ้นในยุโรปเป็นส่วนใหญ่ การผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์จริงกับเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อให้ดูเร้าใจขึ้น เราจึงเห็นว่าควรจะนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกกันไว้ในแง่มุมต่างๆ มานำเสนอเพื่อประดับความรู้ และเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่เห็นในภาพยนตร์ ละคร หรือซีรี่ส์เหล่านั้น ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างจากประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกกันไว้อย่างไร เพื่อให้ท่านได้ศึกษาอย่างรอบด้านและพิจารณาด้วยตัวเองว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อดี
ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เพียงแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น เราสามารถนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วเหล่านั้นมาใช้เป็นบทเรียนประกอบการดำเนินชีวิตของเราในปัจจุบันนี้ได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าเราจะทำอะไรจะเดินไปในหนทางไหนก็ตาม ถ้าหากเราสามารถนำประวัติศาสตร์นำเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาในอดีต มาเป็นเข็มทิศชี้ทางที่ถูกต้องให้เดิน เราก็จะไม่เดินไปในทางที่ผิดหรือหลงทิศได้
เพราะประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมักเป็นเครื่องนำทางที่ดี คนในอดีตได้เป็นผู้เดินไปในหนทางที่ผิด และให้เราเลือกเดินแต่ทางที่ถูก ประวัติศาสตร์จึงทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการลงทุนลงแรงของคนในอดีต จะโดยตั้งใจให้คนรุ่นหลังใช้เป็นเครื่องชี้นำในการดำเนินชีวิตหรือไม่ก็ตาม
แต่คนรุ่นเราจะต้องขอบคุณคนรุ่นก่อนที่เป็นผู้เสียสละเดินถูกเดินผิดเพื่อให้เราใช้เป็นสิ่งนำร่อง และเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ต่อไปในสังคมยุคปัจจุบัน เมื่อเข้าใจตามนี้แล้วเราก็ต้องคิดได้ว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นเรื่องน่าเบื่อ หรือเรื่องล้าสมัยแต่อย่างใดเลย
 
5. FOREX WAR EPISODE 1 BASIC TRAINING
ปูพื้นฐานที่สำคัญและเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาด Forex เพื่อลดความเสี่ยงและสามารถทำกำไรด้วยตัวคุณเอง ทำไมผู้คนในยุคนี้จึงหันมาให้ความสนใจการทำเงินจากโลกออนไลน์กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นทุกวัน เพราะโลกออนไลน์มันทำให้การใช้ชีวิตนั้นง่ายขึ้นสะดวกสบายมากขึ้น และแน่นอนว่ามีรูปแบบที่จะสามารถทำเงินในโลกออนไลน์มากมายหลากหลายรูปแบบ Forex จึงเป็นหนึ่งในคำตอบนั้น ขอแนะนำว่าคุณต้องไม่พลาดที่จะอ่านหนังสือ Forex War เล่มนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับตัวคุณ
Forex คือ การลงทุนประเภทหนึ่ง ดังนั้น พื้นฐานในการลงทุนนั้นมีความสำคัญ เปรียบเสมือนอาวุธและเกราะป้องกันไม่ให้ตลาดมาทำร้ายคุณอย่างง่ายดาย ขอให้คุณที่สนใจการลงทุนในตลาด Forex ศึกษาพื้นฐานให้เข้าใจให้ดีก่อนที่จะลงทุน เพราะตลาด Forex สามารถเปลี่ยนอนาคตของคุณได้และทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคุณ หนังสือ Forex War เล่มนี้จะนำคุณเข้าสู่โลก Forex โดยเรียงลำดับความสำคัญให้กับผู้เริ่มต้นที่จะลงทุนในตลาด Forex อย่างเหมาะสม และรวบรวมเกร็ดความรู้ให้กับคุณมากมาย สำหรับทท่านที่ไม่เคยมีประสบการณ์การลงทุนในตลาดแห่งนี้ ขอแนะนำให้ศึกษาให้ละเอียด ฝึกปฏิบัติตามด้วยบัญชีทดลองเพื่อฝึกฝนทักษะ วินัย และจิตใจให้ดีก่อนที่จะทำการลงสนามจริง เพราะเนื้อหาทำเพื่อให้อ่านง่าย เข้าใจง่ายสามารถปฏิบัติตามได้ สำหรับผู้ที่เคยเทรดมาแล้วแต่ยังขาดทุนมากกว่ากำไร
 
6. วิธีสร้างพลังใจสู้ชีวิต และมีวินัยในตนเอง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ
หนังสือเล่มนี้สอนในเรื่องขั้นตอนและวิธีการที่เข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความอดทน การวางแผน การสร้างความเข้าใจในความปรารถนาของตน การแบ่งปัญหาออกเป็นส่วนย่อยๆ การฝึกตนให้คิดบวกขจัดความคิดลบ และค้นหาความแข็งแกร่งที่มีอยู่ในตัวตนของเรา ซึ่งผลลัพธ์ได้คือการมีชีวิตที่ดี และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หนังสือ "วิธีสร้างพลังใจสู้ชีวิต และมีวินัยในตนเอง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ" เล่มนี้เป็นหนังสือดี มีเนื้อหากระชับ จับแต่ประเด็นสำคัญๆ มานำเสนอผ่านการ์ตูนก้างปลา ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ และมีชีวิตที่ดีได้ตลอดไป
พลังใจ คือปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ พูดอีกนัยหนึ่งคือการมีพละกำลังที่จะลงมือทำ หรือละเว้นการกระทำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นอะไรก็ตาม พอถึงเวลาคุณจะรู้ตัวและลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง และมีบางเวลาที่เราต้องหลีกเลี่ยงที่จะทำอะไรสักอย่าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีพลังใจมากพอที่จะขับเคลื่อนให้คุณลงมือทำตามความคิดนั้นได้หรือไม่
เป้าหมายของเราคือ สอนคุณในสิ่งที่เราได้เรียนรู้มา เราหวังใจว่าเราจะนำเสอนไอเดียที่ช่วยให้คุณนำไปปรับใช้ในการพัฒนาพลังใจของคุณเพื่อให้คุณสามารถทำเป้าหมายได้สำเร็จ "คุณสมบัติหนึ่งอย่างที่แยกคนคนหนึ่งให้โดดเด่นออกจากกลุ่ม ไม่ใช่ความสามารถพิเศษ การศึกษา หรือความฉลาดระดับอัจฉริยะ หากคือ เรื่องวินัยในตนเอง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ส่งผลให้คนคนหนึ่งทำตามสิ่งที่ปรารถนาได้ ในขณะที่อีกหลายคนยังจมปลักอยู่กับความขาดแคลน เมื่อเรามีวินัยในตนเองแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปได้ หากปราศจากวินัยในตนเองแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปได้ หากปราศจากวินัยในตนเอง แม้กระทั่งเป้าหมายง่ายๆ ก็ดูแทบเป็นไปไม่ได้เลย"
 
7. พระคัมภีร์จินดามณี พระโหราธิบดี
วรรรกรรมที่มีคุณค่าต่อสังคมไทยหลายประการ ทั้งในด้านของสังคม ถือได้ว่าเป็นต้นแบบในการเขียนแบบเรียนภาษาไทยในเวลาต่อมา และถือเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ในสมัยพระนารายณ์มหาราช ทั้งเรื่องศาสนาและการค้าขาย
ทำไมจึงต้องอ่าน จินดามณี ฉบับ ฉันทิชย์ กระแสสินธุ์? เมื่อในสมัยก่อน หนังสือจินดามณี ถูกยกย่องเรียกว่า พระคัมภีร์จินดามณี โดยจินดามณีฉบับแรกนั้น "พระโหราธิบดี ได้แต่งไว้ในสมัยพระนารายณ์มหาราช โดยระยะเวลาที่ผ่านมายาวนานทำให้ต้นฉบับเดิมเสียหายไปมากทั้งจากเมื่อสมัยกรุงแตกในยุคกรุงศรีอยุธยา เลยทำให้มีหลายฉบับที่ตีพิมพ์ออกมา โดยเล่มที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้ คือฉบับที่อาจารย์ "ฉันทิชย์ กระแสสินธุ์"เป็นผู้เรียงเรียงไว้ โดยท่านอาจารย์ ได้เลือกใช้ฉบับตัวเขียนของ "ขุนนิมิตรอักษรเป็นหลัก" "พระคัมภีร์จินดามณี"คือวรรรกรรมที่มีคุณค่าต่อสังคมไทยหลายประการ ทั้งในด้านของสังคม ถือได้ว่าเป็นต้นแบบในการเขียนแบบเรียนภาษาไทยในเวลาต่อมา และถือเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ในสมัยพระนารายณ์มหาราช ทั้งเรื่องศาสนาและการค้าขายกับชาติตะวันตก ส่วนด้านเนื้อหา จินดามณียังเปรียบเสมือนการปูพื้นฐานในด้านภาษาศาสตร์และวรรณคดีให้กับคนไทย อีกทั้งยังเป็นหนังสืออ้างอิงที่ดีในเปรียบเทียบภาษาไทยโบราณกับยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ ในด้านวรรณศิลป์ หนังสือเล่มนี้ยังมีคุณค่าทั้งการเล่นคำ สัมผัสอักษร สัมผัสสระ รวมถึงมีบรรยายโวหารและ พรรณนาโวหารที่ชัดเจน
 
8. รหัสลับสู่ความสำเร็จแบบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์
หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณได้เห็นแง่มุมใหม่ๆ ในตัวเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ซึ่งคุณไม่เคยได้เห็นที่ใดมาก่อน และแม้ผู้อ่านจะไม่เคยได้อ่านวรรณกรรมเรื่องเชอร์ล็อก โฮล์มส์มาก่อนเลยแม้แต่ตอนเดียว แต่ผู้อ่านก็สามารถเข้าใจความคิดจากหนังสือเล่มนี้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เพราะแต่ละบทมีการอ้างอิงคำพูดจากหนังสือมากมาย รวมทั้งเรื่องย่อของโครงเรื่องจากตอนที่เกี่ยวข้องด้วย และทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่เคล็ดลับสู่ความสำเร็จตามแบบฉบับของเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ซึ่งผู้เขียนพยายามนำเสนอโดยแยกให้เห็นเป็นประเด็นเด่นชัดเอาไว้ในแต่ละบท เรียนรู้เคล็ดลับความฉลาดหลักแหลม และวลีที่เฉียบคม ของเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ที่นำไปสู่ความสำเร็จอย่างน่าถึง วิธีปล่อยอัจฉริยภาพของคุณออกมาเหมือนที่ "เชอร์ล็อก โฮล์มส์" ประสบความสำเร็จมาแล้วใน หนังสือ "รหัสลับสู่ความสำเร็จแบบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์"
หนังสือแนวลึกลับสืบสวนสอบสวนที่โด่งดังที่สุดของโลกเรื่องหนึ่งก็คือ "เชอร์ล็อก โฮล์มส์" ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของนักเขียนนามอุโฆษที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ไม่ได้เป็นเพียงนักเขียนหนังสือแนวรหัสคดีที่มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ แต่เขายังมีความสามารถฉลาดหลักแหลมในการสร้างตัวละครที่ประทับใจคนทั่วโลกอย่าง เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ตัวละครที่มีบุคลิกโดดเด่นคือ เป็นคนช่างสังเกต เฉลียวฉลาด คิดแล้วลงมือปฏิบัติในทันที และยังมีคุณสมบัติอีกหลากหลายข้อที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง ทั้งประโยคคำพูดที่สร้างสรรค์เฉียบคมและติดหูให้แก่ตัวละครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา คำพูดของเชอร์ล็อก โฮล์มส์หลายประโยคยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสมัยนิยมนานกว่าหนึ่งศตวรรษหลังจากที่ดอยล์ได้ประพันธ์เรื่องนี้ขึ้น ส่วนหนึ่งในการนำเสนอเคล็ดลับต่างๆ ที่น่าสนใจซึ่งจะเป็นแง่คิดนำทางให้ท่่านประสบความสำเร็จและแก้ปัญหาชีวิตได้จากตัวอย่างความเฉลียวฉลาด และวลีที่ทรงคุณค่าต่างๆ ได้จากหนังสือ Success Secrets of Sherlook Holmes หรือ "รหัสลับสู่ความสำเร็จแบบเชอร์ล็อก โฮล์มส์" เล่มนี้
 
9. Blockchain Technology ถนนสายใหม่เชื่อมโลกดิจิทัลไร้พรมแดน
หนังสือเล่มนี้ได้อธิบายถึงเทคโนโลยีบล็อกเชน ประโยชน์ของบล็อกเชนที่มีต่อกิจการและธุรกรรมต่างๆ เช่น ในด้านการทำธุรกรรมทางธุรกิจ การศึกษา การกีฬา ภาคการสื่อสาร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตรกรรม การคมนาคม การสาธารณสุข การซ่อมบำรุง การรักษาความปลอดภัยต่อทรัพย์สินและชีวิต การอุปโภคในชีวิตประจำวัน การเงิน การธนาคาร รวมถึงภาคการเมือง! มีขึ้นในอนาคต "ที่มาของ Bitcoin ไม่ใช่เป็นเงินสกุล ตัว Cryptocurrency ไม่ใช่เป็นแค่สินค้าโภคภัณฑ์ ไม่ใช่ตัวอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นตัว Protocol มันเป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์คุยกัน หรือเป็นตัว Protocol ที่ทำการสื่อสารโดยยึดตามกฎเกณฑ์ที่มาจากตัว Application" การกำเนิดของบล็อกเชน, คุณสมบัติของเทคโนโลยีบล็อกเชน, ทำไมเทคโนโยยีบล็อกเชนจึงมีความโปร่งใสมาก, บล็อกเชนคือที่กำเนิดของเงินสกุล Crypto, ทำไมเงินสกุล Crypto ต้องเกิดขึ้นมา, คำนวณมูลค่าเงินบิทคอยน์ ใช้สมมติฐานอะไร และทำอย่างไร หาคำตอบได้ใน "Blockchain Technology ถนนสายใหม่เชื่อมโลกดิจิทัลไร้พรมแดน" เล่มนี้
หัวใจหลักของเทคโนโลยีบล็อกเชน คือความโปร่งใส (Transparency) อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่เป็นเพียงคำพูด แต่บล็อกเชนสามารถถูกนำไปใช้ในทางปฏิบัติได้ต่อกิจการต่างๆ รวมถึงการสร้างการกระจายอำนาจระหว่างมนุษย์ด้วยกันอย่างเสมอภาค (Distribution) และเป็นเครื่องมือต่อการสร้างความไว้วางใจกันได้อย่างแท้จริง (Trust) เพราะ Trust เป็นสินทรัพย์ที่สำคัญมากสำหรับมนุษย์ ต่อการดำเนินกิจการต่างๆ แต่การจะมีความโปร่งใส มีการกระจายอำนาจระหว่างกันด้วยความเสมอภาค และมีการสร้างความไว้วางใจกันได้อย่างแท้จริงนั้น ก็จำต้องอาศัยเครื่องมือ หรือตัวกลไกที่นำพาให้องค์ประกอบหลักสามองค์ประกอบการที่ว่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้นั้น ก็ด้วยจากเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Technology) เพราะเทคโนโลยีบล็อกเชน คือ ตัวดีเอนเอ ที่เปิดพื้นที่ทางดิจิทัล ที่สร้างความไว้ใจ ความโปร่งใส การกระจายอำนาจ อย่างเช่น ธุรกิจการเงินทางด้าน Cryptocurrency หรือเงินสกุลบิทคอยน์ และอื่นๆ ที่เราเริ่มรู้จักกันดีมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ บนโลกก็ถือว่าเป็นดีเอเอนของเทคโนโลยีบล็อกเชน ถนนสายใหม่จากเทคโนโลยีบล็อกเชน ได้เริ่มเปิดใช้บริการอย่างเต็มที่แล้ว
 
10. จะเล่าให้คุณฟัง
หนังสือที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คน มักดูขึงขัง จริงจัง ด้วยเนื้อหาและท่วงทำนองการเสนอเรื่องราวของผู้เขียน แต่หนังสือ "จะเล่าให้คุณฟัง" เล่มนี้ซึ่งนัยว่าได้เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนและช่วยเหลือจิตใจอันตกอยู่ในสภาวะไม่ปกติให้กลับฟื้นคืนสภาพดังเดิมมามากต่อมากแล้ว กลับเป็นหนังสืออ่านสนุก ไม่เครียด จนบางทีดูเหมือนผู้เขียนพยายามละทิ้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เคร่งครัดและเคยยึดถือไปเสียสิ้น
ความยุ่งยากในการอธิบายเรื่องเกี่ยวกับปัญหาทางจิตที่ดูเหมือนว่าต้องใช้เวลาสนทนากันนาน และต้องเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับใครก็ตามที่ได้อ่านหนังสือของนักเขียนผู้นี้ "ฆอร์เฆ่ บูกาย" เป็นนักจิตวิทยา นักจิตบำบัดผู้มีชื่อเสียงและมีความสามารถเป็นที่ยอมรับในวงการจิตเวชหลายประเทศทั่วยุโรป แต่เหนือกว่านั้นก็คือเป็นนักเขียนที่มีอารมณ์ขันอย่างลึก จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลงานทุกเรื่องทุกเล่มของจิตแพทย์นักเขียนผู้นี้จะขายดีในยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาอีกทั้งมีผู้แปลเป็นภาษาต่างๆ หลายภาษา

10

 
e-Magazine คือ นิตยสารออนไลน์ หรือวารสารในแบบอิเล็กทรอนิกส์ เหมือนกับ e-Book ที่คุณสามารถเปิดอ่านจากคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย ทั้งคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac OS X และ Linux
 
ลักษณะเด่นของ e-Magazine คือการออกแบบมาให้แสดงรายละเอียดต่างๆ ได้คล้ายคลึงกับการอ่านนิตยสารที่พิมพ์เป็นเล่ม ทั้งตัวอักษร เนื้อความ ภาพ การเปลี่ยนหรือเลื่อนหน้า และด้วยเทคโนโลยีจิตอลอันทันสมัย e-Magazine จึงทำให้ท่านสามารถค้นหาข้อมูลจากเนื้อหาข้างในเล่มได้อย่างรวดเร็ว เลื่อนไปยังหน้าที่อยากอ่านได้ทันที สามารถแสดงหน้าทั้งหมดแบบภาพขนาดเล็ก เพื่อเลือกแสดงหน้าที่ต้องการได้โดยทันที สามารถย่อขยายการแสดงผลทั้งตัวอักษรแล้วก็ภาพ เพื่อให้อ่านได้ง่าย แล้วก็สบายตาขึ้น สามารถกำหนด URLs ให้คลิกเพื่อเปิดไปหน้าเว็บเพจต่างๆ ตัวอย่างเช่นเว็บที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา รายละเอียดเพิ่มเติม เว็บไซต์ของผู้ให้การสนับสนุน รวมทั้งการพิมพ์หน้าที่ต้องการได้อีกด้วย
 
ไม่ เพียงเท่านั้น ด้านในตัว e-Magazine ยังมากับความสามารถในการแนะนำ e-Magzine แก่บุคคลอื่นๆ เช่น เพื่อนพ้อง ญาติ องค์กร จากบุคลหนึ่งไปยังบุคคลอื่นๆ ได้อย่างสะดวก ผ่านช่องทางที่จัดเตรียมไว้ให้ในตัวอีบุ๊ค ได้แก่ การนำข้อมูลไปแสดงในบล็อก, การส่งผ่านแมสเซส การแชร์ผ่าน Social, Bookmark อื่นๆ อีกมากมาย ช่วยทำให้ e-Magazine กระจายไปยังคนอ่านทั้งโลกได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และมีคุณภาพ
 
วิวัฒนาการของ Magazine สู่ e-Magazine
 
เมื่อยุคสมัยผ่านเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสื่อสิ่งพิมพ์ก็เช่นกัน จึงมีพัฒนาการมาโดยตลอดในตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัย วิวัฒนาการดังกล่าวเป็นไปเพื่ออำนวยให้เกิดคุณประโยชน์ต่อผู้ใช้มากยิ่งขึ้นตามลำดับ นิตยสารมีต้นกำเนิดขึ้นมาจากความต้องการสำหรับเพื่อการสื่อสาร การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลทั่วไปจะเป็นการสื่อสารโดยใช้ปากเปล่า ส่วนการติดต่อสื่อสารทางราชการจะเป็นการติดต่อสื่อสารผ่านการเขียนลงบนกระดาษ จากนั้นถัดมาก็เลยกำเนิดธุรกิจการพิมพ์ ทำให้เริ่มมีการทำการพิมพ์มาใช้แทนการเขียน และก็ในที่สุดจึงนำเทคโนโนโลยีการพิมพ์ มาใช้สำหรับในการพิมพ์แมกกาซีน โดยวารสารในสมัยแรกมักจะใช้เป็นสื่อที่ใช้แสดงออกความเห็นด้านการเมือง
 
เมื่อสังคมเริ่มเปลื่ยนเข้าสู่สมัยอุตสาหกรรม มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น ได้แก่ สื่อบันเทิงต่างๆ, ภาพยนตร์, แฟชั่น, ความรู้ด้านต่างๆ ก็เลยทำให้การนำเสนอเนื้อความในนิตยสารเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม อีกทั้งลักษณะของแมกกาซีนก็มีพัฒนาการเช่นเดียวกัน จากเดิมที่เป็นเพียงการพิมพ์ตัวหนังสือลงบนกระดาษ ได้มีการเพิ่มด้านศิลป์เข้าไป การพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ต 4 สี มีการจัดวางแบบให้มีความสวยงาม เพิ่มเติมข้อมูลส่วนบรรณาธิการ จัดวางหัวหนังสือ เนื้อหาต่างๆ ให้มีความเหมาะสมและดูล้ำยุคมากเพิ่มขึ้น จนกระทั่งเป็นนิตยสารทั่วไปที่เรารู้จักกันดี
 
เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารแล้วก็ระบบสารสนเทศที่พัฒนา รวมทั้งเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การกำเนิดของอินเตอร์เน็ต จดหมายอิเล็คทรอนิกส์ รวมทั้งการติดต่อสื่อสารผ่านทวีปที่สบายรวดเร็วทันใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เปรียบได้กับการย่อโลกให้แคบลงและก็สามารถติดต่อถึงกันได้อย่างเร็วแล้วก็คลอบคลุม ส่งผลให้แวดวงสื่อสิ่งพิมพ์มีวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเริ่มด้วยการนำประโยชน์ที่ได้รับมาจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้นและก็มีความสบายรวดเร็วเพิ่มมากขึ้น
 
e-Magazine ก็เลยเป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยี คำนี้บางครั้งอาจจะยังมองเป็นคำใหม่ที่ยังไม่เคยได้ยินนัก แต่ว่าถ้าหากได้ลองเข้ามาดูก็จะพบว่า เนื้อหา ข่าวสาร รูปภาพต่างๆ ทั้งหมดที่มีอยู่ในนิตยสาร ถูกย่อส่วนให้ลงมาได้ไม่ต่างจากแมกกาซีนที่เป็นรูปเล่ม แต่ว่าจะมีความต่างกันในเรื่องของวิธีการและก็ช่องทางการรับสาร รวมไปถึงรูปแบบที่จะมีความล้ำยุคมากยิ่งขึ้น สามารถนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ได้อย่างนานัปการ ทั้งวิธีการรับสารสะดวกมากกว่าการรับสารจากแมกกาซีนในรูปแบบเดิม e-Magazine สามารถเปิดหน้าหรือเลื่อนหน้า ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลอันล้ำสมัย ทำให้เปิดหน้าในแบบภาพ 3 มิติ จากจอคอมพิวเตอร์เสมือนว่ากำลังเปิดหนังสืออยู่ นอกจากนี้แล้วยังมีเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้การรับสารมีความสบายรวดเร็วทันใจมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การค้นหาข้อมูลจากรายละเอียดภายในเล่มสามารถค้นหาได้อย่างรวดเร็ว โดยการกดปุ่ม ค้นหา (Search) จากนั้นสามารถเลื่อนไปยังหน้าที่อยากอ่านได้โดยทันที, สามารถย่อหรือขยายการแสดงผลทั้งตัวอักษรและภาพ เพื่อให้อ่านง่าย และสบายตายิ่งขึ้น สามารถระบุตำแหน่งของไฟล์บนเว็บ (URLs) ให้คลิกเพื่อเปิดไปหน้าเว็บเพจต่างๆ หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับเนื้อหา สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม เว็บของผู้สนับสนุน รวมถึงการพิมพ์หน้าที่ต้องการได้ เป็นต้น
 
ปฏิรูปสิ่งพิมพ์
 
ยุค e-Magazine
นับเป็นสมัยแรกของการที่วารสารฉบับปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ โดยให้ผู้อ่านโหลดไฟล์ ในรูปแบบนามสกุล PDF มาดูบนเว็บไซต์ เรียกว่าเป็นแค่การเพิ่มทางเลือก จากอ่านบนสิ่งพิมพ์มาอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งการอ่านนั้นไม่ได้มีความแตกต่างจากแมกกาซีน
 
สมัย e-Book
ต่อมาร้านขายหนังสือออนไลน์ คลอด e-Book ออกสู่ตลาด ยกตัวอย่างเช่น Kindle จากค่าย Amazon หรือ Nook จาก Barn & Noble เป็นอีกยุคที่เปลี่ยนผ่านของการอ่านหนังสือ เมื่อหนอนหนังสือจะได้เปลี่ยนบรรยากาศมาอ่านหนังสือบนเครื่องพกพาขนาดจิ๋ว ที่เดินทางไปกับนักอ่านได้ทุกหนทุกแห่ง โหลดหนังสือจากอินเทอร์เน็ตมาอ่านได้ฟรี และการอ่านก็สบายตากว่าการดูจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
 
สมัย Digital Magazine
ถึงแม้ว่า e-Book จะตอบสนองการอ่านได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่คนจำนวนไม่น้อยเห็นว่ายังไม่ใช่จุดเปลี่ยนแปลงของดิจิตอลมีเดียที่แท้จริง กระทั่งการมาของ iPad ด้วยความนิยมในตัวเครื่อง บวกกับการอยู่ในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นบวกกับ Content หลายๆคนมั่นใจว่าการปฏิวัติสิ่งพิมพ์เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อ iPad สามารถเป็นได้ทั้ง Digital Picture Book (แอพพลิเคชั่นที่ประกอบด้วยหนังสือภาพ), Digital Magazine โดยมีตัวอย่างของแมกกาซีนโด่งดังอย่าง Times นั้นประเดิมคลอดแอพพลิเคชั่นให้ผู้ใช้ iPad สามารถดาวน์โหลดไปเพื่ออ่านบทความ ชมวิดีโอ ฟังประชาสัมพันธ์ และก็อื่นๆ ได้
 
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน คือ นิตยสารจะไม่ได้มีแต่โฆษณาภาพนิ่งอีกต่อไป แต่สามารถแสดงในแบบวิดีโอ พ่วงเครือข่ายสังคม หรือดึงข้อมูลที่ได้รับมาจากระบบ CRM เพื่อโอกาสต่อยอดสู่การซื้อผลิตภัณฑ์ได้เลย ไม่มีอายุ ในโลกของดิจิตอลแมกกาซีน เว้นเสียแต่ค่ายสิ่งพิมพ์จะไม่ต้องรอรอบวันเวลาวางแผง จะวางถี่ขนาดไหนก็ทำได้ เพราะไม่มีต้นทุนการพิมพ์ แถมสามารถวัดฟีดแบ็กได้เร็วทันใจ ไม่ต้องคอยท้ายปี กำเนิด Ad 3.0 อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงานทั้งระบบ สำนักพิมพ์จะเปลี่ยนเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสื่อสิ่งพิมพ์ต้องปรับตัว โฆษณาออนไลน์จะเข้าสู่ยุค Ad 3.0 เปลี่ยนรูปแบบโปรโมทเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง
 
สุธิดา มาไลยพันธุ์ Executive Vice President – Digital Media บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) เชื่อว่า Digital Media เป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่สิ่งพิมพ์จะต้องทำ โดยเฉพาะการมาของ โปรโมท 3.0 ที่จะมีบทบาทต่อไป “Ad 1.0 เป็นโฆษณาในก่อนยุคอินเทอร์เน็ตเกิด Ad 2.0 เป็นสมัยของเว็บไซต์ โฆษณาเริ่มประเมินผลการเข้าชมจากปริมาณคลิกได้ ในตอนที่ Ad 3.0 จะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงเยอะขึ้น กูเกิลคือแบบอย่าง และยังรู้ด้วยว่า ลูกค้าเป็นใคร ชอบอะไร เมื่อระบุกลุ่มลูกค้าได้ วัดผลได้ การลงทุนก็คุ้มค่าเพิ่มมากขึ้น และลูกค้าสามารถเลือกได้ ว่าต้องการรับโฆษณาสินค้าอะไรบ้าง” จุดอ่อนสำคัญของ Digital Media คือปัญหาการถูกก๊อบปี้ แต่ว่าหลายๆคนมั่นใจว่าการจัดการลิขสิทธิ์ดิจิตอลหรือ DRM ในโลกของ Digital Media จะเกิดขึ้นอย่างเอาจริงเอาจังในไม่นานนี้ แต่ถ้าหากแมกกาซีนฉบับใดหารายได้จากโฆษณา ปัญหาการก๊อบปี้ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
 
ศัพท์ใหม่สมัย Digital Media
 
- จากคำเรียกแผงจำหน่ายหนังสือพิมพ์นิตยสารตามร้านค้าปลีกว่า News Stand วันนี้กำเนิดคำศัพท์คำว่า Hand Stand ขึ้นมาแล้ว เพราะมันเป็นร้านจำหน่ายหนังสือพิมพ์นิตยสารที่อยู่บนมือของเราเอง
- In App Perchaser ศัพท์ใหม่สำหรับเรียกกลุ่มตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ ลูกค้ากลุ่มนี้คือผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่น มั่นใจว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในธุรกิจโฆษณาบนแอพพลิเคชั่นคัญของ Digital Magazine
 
หน้าที่ของ Digital Magazine ที่ส่งผลกระทบต่อผู้อ่าน
 
การเปลี่ยนแปลงการอ่านแบบอนาล็อก (Analog) มาสู่การอ่านแบบดิจิทัล (Digital) เพราะนอกจากจะทำให้คนอ่านได้รายละเอียดที่ดำรงไว้ซึ่งคุณภาพแล้ว ยังได้เรื่องหลากหลายของรูปแบบสำหรับในการ นำเสนอสามารถค้นหารายละเอียดในเชิงลึกและก็กว้าง ทั้งยังยังสามารถตอบสนอง (Interactive) ไปยังผู้สร้างได้โดยตรงอีกด้วย
 
ลักษณะของผู้อ่านที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยผู้อ่านสามารถ ใช้เทคโนโลยีผสมผสานกับรูปแบบของ Digital Magazine เพื่อวิวัฒนาการอ่านรวมทั้งเพิ่มการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง ผลกระทบของ DigitalMagazine สามารถช่วยสร้างการเรียนที่สนุก และให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพอาทิเช่นศุภวัฒน์คงทอง 13 ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันNJSpellingBee2011บอกว่า “ได้ทำความเข้าใจภาษาอังกฤษจาก NJ Magazine มาโดยตลอด ปกติอ่านในแบบกระดาษก็ได้ความรู้รวมทั้งสนุกสนานมากแล้ว เมื่อ NJ มาอยู่ในโทรศัพท์และก็แท็บเล็ตก็ยิ่งสบายมากขึ้น สิ่งที่ศุภวัฒน์ชื่นชอบมากที่สุดคือ ลูกเล่นเยอะแยะซึ่งจะพาให้เขาแล้วก็คนอ่านทุกคนได้ทำความเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างตื่นตาตื่นใจ สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ”
 


10 e-Magazine ที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. แพรว
นิตยสารรายปักษ์สำหรับสาวยุคใหม่วัยทำงานที่ทันสมัยเป็นนิตยสารที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงในทุกด้านมีเนื้อหาสาระและความบันเทิงครบครันตั้งแต่แฟชั่นความงามสุขภาพไลฟ์สไตล์ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในสังคมบทสัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจและเรื่องราวต่างๆที่ผู้หญิงควรรู้โดยในปีที่ผ่านมานิตยสารแพรวได้มีการปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยและน่าอ่านยิ่งขึ้นออกวางตลาดทุกวันที่ 10 และ 25 ของเดือน
 
2. A'Lure Magazine
นิตยสาร A’lure นิตยสารแฟชั่นสาวสวยที่ยกขบวนความน่ารัก สดใส เซ็กซี่ มาเพื่อคุณผู้ชายโดยเฉพาะ พบกันเป็นประจำทุกเดือน
 
3. ชีวจิต
ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพป่วยก็ต้องอ่านไม่ป่วยก็ต้องอ่าน เป็นแนวความคิดต่อ เรื่องสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic) คือผนวกรวมเอา "ชีว" ที่หมายถึง "กาย" รวมเข้ากับ "จิต" ที่หมายถึง "ใจ"
ให้เป็นสองภาคของชีวิตที่มีผลต่อกันและกันโดยตรง ไม่อาจแยกกายออกจากจิต และจิตย่อมกระทบถึงกายเช่นเดียวกัน
ความหมายและการปฏิบัติตัวตามแนวทางของชีวจิต จึงอาจอธิบายได้ว่า คนเราจะมีความสุขความแข็งแรงได้ก็ต่อเมื่อกายและใจทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Wholeness as Perfection) การใช้ชีวิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ บริสุทธิ์ละเรียบง่าย เป็นแก่นความคิดสำคัญอีกประการหนึ่งของชีวจิต ใช้ชีวิตในที่นี้หมายรวมถึง การบริโภคอาหารสุขภาพที่มาจากธรรมชาติ และมีการดัดแปลงน้อยที่สุด รวมถึงการบริโภคผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มาจากธรรมชาติหรือใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้ชีวิตหลุดพ้นจากความยุ่งเหยิงวุ่นวายของสังคมแบบวัตถุนิยมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคสมัยใหม่นานัปการ แนบเนื่องกับแนวปฏิบัติทางร่างกาย ต้องมีการปฏิบัติทางใจควบคู่ไปด้วย เป้าหมายของการฝึกจิตใจ...
 
4. SECRET
นิตยสารรายปักษ์แนวสุขภาพที่สร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตเป็นหลักให้แก่ชีวิตเป็นที่พึ่งทางใจด้วยการนำเสนอแง่คิดดีๆจากหลากหลายบุคคลผ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่ายอ่านสนุกให้แง่คิดเคล็ดลับและแนวทางปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จในชีวิตวางตลาดทุกวันที่ 10 และวันที่ 26 ของเดือน
 
5. นิตยสารแม่บ้าน
"อร่อยง่ายๆ ทำได้จริง" กับนิตยสารแม่บ้านที่อยู่คู่ครัวเรือนไทยมากว่า 37 ปี ยอดขายสูงสุดในประเทศไทยในด้านนิตยสารอาหาร ภายในนิตยสารแม่บ้านพบกับสูตรอาหารคาว อาหารหวาน อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารสำหรับเด็ก รวมทั้งเมนู Bakery ที่น่าสนใจมากมายให้ได้เลือกปรุง พร้อมขั้นตอนการทำอย่างละเอียดที่สามารถทำตามได้อย่างง่ายดาย รวมถึงเคล็ดลับต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย"
 
6. RUSH Magazine
RUSH นิตยสารฉบับรายเดือนที่รวบรวมสาวสวยสุดร้อนแรง เผยความเซ็กซี่เอาใจหนุ่มๆกันทุกฉบับ พร้อมอัพเดทไลฟ์สไตล์สุดเท่ ที่หนุ่มๆทุกคนไม่ควรพลาด
 
7. บ้านและสวน
นิตยสาร บ้านและสวน มุ่งนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านการจัดสวนเกร็ดความรู้เกี่ยวกับบ้านรวมถึงเทรนด์การออกแบบสถาปัตยกรรมงานศิลปะไลฟ์สไตล์และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยมีกลุ่มผู้อ่านที่ครอบคลุมช่วงวัยทำงานผู้ที่มองหาบ้านเพื่อสร้างครอบครัวใหม่หรือผู้ที่ต้องการต่อเติมและตกแต่งบ้านวันนี้ “บ้านและสวน” เป็นนิตยสารเกี่ยวกับบ้านและสวนที่มียอดพิมพ์ต่อฉบับสูงสุดในประเทศซึ่งนับได้ว่าเป็นนิตยสารหมวดตกแต่งบ้านที่ขายดีที่สุดของประเทศไทยวางตลาดทุกวันที่ 10 ของเดือน
 
8. Bioscope Magazine
BIOSCOPE นิตยสารภาพยนตร์ที่เชื่ออย่างหมดใจว่า Movie is Magic...หนังสามารถบันดาลใจคนได้เปลี่ยนแปลงโลกได้ เป็นกระจกสะท้อนอะไรหลายต่อหลายอย่าง จนอาจเรียกได้ว่าหนังเป็นประตูที่จะพาคนดูไปเรียนรู้โลกใบใหญ่ และเราขอทำหน้าที่แง้มประตูบานนั้นด้วยสายตาอันกระตือรือร้นต่อการเปลี่ยนแปลงของวงการหนังและโลก
 
9. VOGUE THAILAND
นิตยสารโว้ก ประเทศไทย เป็นนิตยสารโว้กลำดับที่ 21 ของโลก ที่เน้นเรื่องราวข่าวคราวเกี่ยวกับแฟชั่น รวมถึงความงาม และไลฟ์สไตล์ของทั้งต่างประเทศและในประเทศ นำเสนอผ่านมุมมองของบรรณาธิการและนักเขียนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เฉพาะด้านจริงๆ เป็นเสมือนเพื่อนสนิทของผู้หญิงไทยที่จะคอยแนะนำข่าวสารข้อมูลพร้อมกับสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เพื่อนเสมอ และที่สำคัญที่สุดก็คือ นิตยสารโว้กฉบับภาษาไทยต้องการนำเสนอฝีมือของคนไทยเราเองจากหลากหลายอาชีพ อย่างเช่น ช่างภาพ ดีไซเนอร์ ให้เป็นที่แพร่หลายและภาคภูมิใจในความเป็นไทยร่วมกัน
 
10. GQ THAILAND MAGAZINE
GQ Thailand เป็นนิตยสาร GQ ที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นประเทศที่ 20 ของโลก และถือเป็นผู้นำด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของสุภาพบุรุษที่ได้รับการยอมรับจากผู้อ่านทั่วโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ นำเสนอเนื้อหาสาระรอบตัวที่เหมาะกับผู้ชายไทยยุคปัจจุบัน นับตั้งแต่เทรนด์การแต่งกาย การดูแลภาพลักษณ์และสุขภาพ อัพเดตกระแสวัฒนธรรมป๊อป รูปแบบการใช้ชีวิตและการท่องเที่ยว บทสัมภาษณ์ของบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนการหยิบยกประเด็นในสังคมไทยที่น่าสนใจมาถ่ายทอดเป็นบทความที่อ่านง่ายและได้แง่คิด ให้ทุกมุมมองของคุณมีดีมากกว่าแค่คำว่าดูดี เพื่อให้คุณเป็นผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม ดังสโลแกนของ GQ ที่ว่า “Look Sharp, Live Smart”
 
 

11
อาหาร / Grain Whisky ,Single Malt Whisky คืออะไร
« เมื่อ: มิถุนายน 30, 2018, 04:51:54 PM »

 
สุภาพบุรุษคนชอบดื่มหน้าใหม่หลายๆ คนที่เพิ่งจะเริ่มหัดดื่ม ชอบมีความสงสัยรวมทั้ง สับสนเมื่อได้ยินเกี่ยวกับประเภทของวิสกี้ชนิดต่างๆ ซึ่งอยู่หลากหลาย แต่ในบทความนี้เราจะขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องของ เบลนด์วิสกี้ ซึ่งเป็นวิสกี้ที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ว่าหมายถึงอะไร แล้วก็มีความไม่เหมือนจากจากวิสกี้ประเภทอื่นๆ อย่างไร รวมทั้งหลักสำคัญในการเบลนด์วิสกี้ ให้มีรสชาติที่นุ่มละมุน จน|กระทั่ง}เป็นวิสกี้คุณภาพมีรสชาติถูกใจนักดื่มไปทั่วทั้งโลก แต่ก่อนที่จะไปขั้นนั้น พวกเราขอให้คุณจำความหมายของวิสกี้ชนิดต่างๆ เหล่านี้เอาไว้ให้ดีเสียก่อน
 
1. Grain Whisky
Grain Whisky คือวิสกี้ที่ผลิตจากเมล็ดพืช ไม่ว่าจะเป็นข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ฯลฯ ทุกวันนี้เกรน วิสกี้ หรือ วิสกี้จากเมล็ดพืชส่วนใหญ่ในโลกนั้นผลิตมาจากข้าวสาลี และก็ ข้าวไรย์
 
2. Malt Whisky
มอลต์ วิสกี้ ต้องผลิตจากข้าวบาร์เลย์งอก (malted barley) เท่านั้น ในอดีตกระบวนการทำมอลต์ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะเหตุว่าจะต้องอุทิศแรงงานและเวลาค่อนข้างสูง หากแม้เทคโนโลยีในตอนนี้จะช่วยทำให้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น แต่ว่าโรงกลั่นวิสกี้ที่อนุรักษ์วิธีดั้งเดิมแบบคราฟต์ย่อมได้รับการชมเชยเสมอ มอลต์ วิสกี้ ต้องผ่านการต้มกลั่นขั้นต่ำ 2 ครั้ง (บ้างก็ 3 แต่เป็นส่วนน้อย) ต่อจากนั้นจึงนำสปิริตที่ได้มาบ่มในถังไม้โอ๊กไม่น้อยกว่า 3 ปี แม้กระนั้นนักดื่มส่วนใหญ่มักคาดหวังว่าจะได้ดื่มอะไรที่บ่มเป็นเวลานานกว่านั้น โดยแหล่งผลิตมอลต์ วิสกี้ ที่โดดเด่นของโลกอยู่ที่สกอตแลนด์
 
3. Single Malt Whisky
Single Malt Whisky  หมายถึง มอลต์ วิสกี้ ที่ใช้เบลนด์ต้องเป็นมอลต์ วิสกี้ ที่มาจากโรงกลั่นเดียว ทั้งนี้วิสกี้ในแต่ละตัว จากวิสกี้แต่ละชนิดข้างต้นนั้น ก็จะมีรสชาติที่แตกต่างออกไปตามแต่เคล็ดลับแนวทางการของแต่ละโรงกลั่น รวมทั้งช่วงเวลาสำหรับเพื่อการบ่ม (อีกทั้ง สภาพแวดล้อมของแต่ละแหล่งผลิตที่ไม่เหมือนกันก็มีผลต่อรสด้วย) ซึ่งก็จะทำให้วิสกี้แต่ละตัวนั้นมีลักษณะเด่นของทั้งกลิ่นและก็รสที่ต่างกันออกไป นั่นเองก็เลยเป็นสาเหตุของการนำเอาวิสกี้มาเบนลด์กันเพื่อให้ได้รสที่ดีที่สุดอันเป็นที่มาของ เบลนด์ วิสกี้ (Blended Whisky) ซึ่งเป็นวิสกี้ที่แพร่หลายที่สุดในโลก ซึ่งผสมทั้งมอลต์ และเกรน วิสกี้ เข้าไว้ร่วมกัน
 

 
การเบลนด์วิสกี้อันเป็นทั้งศาสตร์และก็ศิลป์
 
เมื่อเร็วๆ นี้ทาง Chivas Regal ผู้สร้างสกอตช์วิสกี้ชั้นหนึ่งของโลกได้จัดงาน Chivas The Blend เปิดเผยวิธีการเบลนด์วิสกี้อันเป็นศาสตร์รวมทั้งศิลป์ โดยให้ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป ได้ทดลองเบลนด์วิสกี้ด้วยตัวเอง แล้วก็ ต่อไปนี้คือการสรุปวิชาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเบลนด์วิสกี้ ซึ่งนักดื่มคงจะทำความเข้าใจและศึกษากันเอาไว้สักหน่อย
 
1. มอลต์วิสกี้จะให้บุคลิกของรสชาติที่แตกต่าง เกรนวิสกี้จะให้ความสมดุล การเบลนด์สกอตช์วิสกี้ เป็นการนำวิสกี้จากหลายๆ ที่มาผสมผสานกัน โดยมอลต์วิสกี้จะให้บุคลิกรสชาติที่ต่างกัน ส่วนเกรนวิสกี้ที่ผลิตขึ้นมาจากเมล็ดพืชต่างๆจะให้ความสมดุล ได้รสชาติที่ดี นุ่มและบางเบา
2. การเบลนด์ วิสกี้จำเป็นต้องใช้ทักษะและ ศิลปะ ระดับสูง ซึ่งไม่มีแนวทางคงที่ แต่โดยพื้นฐานแล้วต้องนึกถึงคาแรกเตอร์ของวิสกี้ โดยในงาน Chivas The Blend ครั้งนี้ทางชีวาสได้มีการนำซิงเกิลมอลต์ 5 จำพวกจาก 5 ภูมิภาคของประเทศสกอตแลนด์ มาให้ผู้มาร่วมงานได้ผสมรังสรรค์ให้ได้วิสกี้ที่สมบูรณ์แบบ โดยวิสกี้แต่ละจำพวกที่นำมาให้ทดลองนั้นมีคาเแรกเตอร์หลักที่โดดเด่น แตกต่างกันออกไป 5 ประการดังนี้
 

  • Smoky วิสกี้ที่เด่นด้วยกลิ่นไม้รวมทั้งถ่าน
  • Creamy วิสกี้ที่โดดเด่นด้วยรสสัมผัสครีมมี่
  • Smooth & Floral เด่นเรื่องความนิ่มแล้วก็กลิ่นหอมคล้ายดอกไม้
  • Fruity มีความหอมหวานคล้ายผลไม้
  • Citrusy มีกลิ่นหอมเหมือนพืชเชื้อสายซิตรัสที่โดดเด่น


 
3. มาสเตอร์เบลนเดอร์ผู้ทรงเกียรติในโลกของวิสกี้ ในวิสกี้หนึ่งเบลนด์อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีวิสกี้อยู่หลายตัว และก็บางเบลนด์อาจมีมากถึง 50 ตัวเลยทีเดียว ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องสลับซับซ้อนและละเอียดอ่อน และก็การจะเบลนด์วิสกี้ออกมาให้สมบูรณ์ได้นั้นจำต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญที่มีความสามารถแล้วก็ศิลป์ระดับสูง แต่ละแบรนด์จึงต้องมีมาสเตอร์เบลนเดอร์ที่รอสร้างสรรค์แล้วก็ดูแลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมประสิทธิภาพแล้วก็ความคงเส้นคงวาของรสชาติ ซึ่งนับว่าเป็นหน้าที่สำคัญและทรงเกียรติมาก
 
ที่มา -  เหล้านอก

12

 
ผู้หญิงกับกระเป๋าเป็นของคู่กัน คำนี้ไม่แปลกใจเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเป๋าแบรนด์เนมที่สาวๆหลายคนรักมาก ดูแลทะนุถนอมอย่างดีเหมือนไข่ในหิน แต่รู้กันบ้างหรือเปล่า ว่ากระเป๋าหนึ่งใบนั้นประกอบไปด้วยหลายส่วนที่จำต้องดูแลแตกต่างกัน
 
ภายในกระเป๋า
ภายในกระเป๋าส่วนมากจะบุซับในด้วยผ้าแคนวาส ผ้าไนลอน หรือหนังกลับ ซึ่งขั้นตอนการทำความสะอาดนั้นง่ายสุดๆ แค่เพียงกลับด้านในของกระเป๋าออกมาแล้วก็ใช้ลูกกลิ้งกระดาษกาว เช็ดอย่างเบามือ หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็กดูดทำความสะอาดเพียงเท่านี้ ภายในกระเป๋าของเราก็จะสะอาดใหม่ไม่มีสิ่งสกปรก
 
ซิป
ซิป หลายท่านไม่ค่อยสบายใจว่า เมื่อเราใช้กระเป๋าไปนานๆ ซิปจะพังหรือรูดได้ดีเหมือนที่ซื้อครั้งแรกหรือเปล่า เทคนิคง่ายๆที่จะทำให้ซิปใช้งานได้ดีไปตลอดคือ รูดซิปออก จากนั้นใช้ขี้ผึ้ง ครีมขัดหนัง หรือ ครีมอเนกประสงค์อย่างสเตย์คลีนที่หาง่ายรวมทั้งราคาไม่แพง เช็ดตามแนวขอบซิป ก็จะมีผลให้ซิปเงาสวยแถมยังรูดง่าย ไม่ต้องกลัวว่ารูดแล้วจะติดหรือซิปจะแตก
 
หูกระเป๋าและสายสะพาย
หูกระเป๋าและสายสะพาย อีกหนึ่งชิ้นส่วนที่ไม่ควรละเลยรวมทั้งจะต้องดูแลเสมอๆ ทำไม อย่างที่รู้กันว่าผู้หญิงนั้นมีเครื่องประทินโฉมต่างๆเช่นโลชั่นที่เราทากันเสมอๆ (ศัตรูตัวร้ายของกระเป๋า) ที่ทำให้หูกระเป๋าและสายสะพายของเรามีสีซีดจาง หรือจะเป็นบรรดาของต่างๆ ที่ต่างขนใส่ดุจดั่งว่าเป็นกระเป๋าโดราเอมอน แล้วก็เมื่อกระเป๋ารับน้ำหนักมากเสมอๆ ก็อาจส่งผลให้หูหรือสายสะพายขาดได้ วิธีที่จะยืดอายุการใช้งานหูกระเป๋าและสายสะพาย ระวังไม่ใช้มือเลอะเทอะจับ หรือหาผ้าพันคอ นำมาพันตรงหูกระเป๋า เพื่อลดการสัมผัสโดยตรงรวมทั้งสิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ใส่ของหนักจนเหลือเกิน
 
ห่วงร้อยหูกระเป๋า
ห่วงร้อยหูกระเป๋า โชคดีหน่อยที่องค์ประกอบนี้หาเปลี่ยนแปลงได้ง่าย แม้เราใช้ไปเป็นเวลานานๆ แล้วมีการแตกหักหรือมีรอยขูดขีด เพียงนำส่งให้ช็อปแบรนด์นั้นๆ ที่เราซื้อมา หรือส่งให้ร้านผู้เชียวชาญที่ซ่อมแซมกระเป๋าโดยตรง ก็จะได้ห่วงร้อยหูกระเป๋าที่แข็งแรงและก็ใหม่เหมือนเดิม
 
ก้นกระเป๋า
ก้นกระเป๋า ส่วนมากมักมีปุ่มเหล็กสี่ด้านของก้นกระเป๋าเพื่อรองรับน้ำหนักรวมทั้งกันรอยขีดข่วน หรือสิ่งสกปรกเมื่อเราวางกระเป๋า แต่ใช้ไปนานๆก็อาจเกิดการผุพังได้ แต่ว่าไม่ต้องห่วง ส่งเข้าร้านซ่อมแซมกระเป๋าเลย
 
ที่มา -  ที่จัดระเบียบกระเป๋า speedy
 
 

13
อาหาร / วิธีการชิมเหล้า วิสกี้ (Whisky)
« เมื่อ: มิถุนายน 11, 2018, 05:05:24 AM »

 
ขั้นตอนการชิมเหล้า วิสกี้ (Whisky)
 
แนวทางการชิม whisky นั้นมีหลายแบบ ซึ่งก็เหมือน wine นักลองแต่ละคนก็อาจมีวิธีมาเพิ่มความแตกต่างกันไป ที่ผมจะกล่าวถึงนี้เป็นวิธีการลองแบบเบื้องต้น
 
1. มองสีของ whisky Malt Whisky แต่ละชนิดจะมีสีเฉพาะตั้งแต่ทองจนถึงน้ำตาลเข้ม สีนี้มีสาเหตุมาจากการบ่ม ที่ใช้ถังต่างๆ กัน อย่างเช่น ถังไม้โอ๊ค (Oak) ถังเชอรี่ (Sherry) ถังพอร์ต (Port) ถังสุราเบอร์เบิ้น (Bonbon) ถังที่ใช้นี้เป็นถังเก่า เพื่อที่จะได้มีรสชาติต่างๆ ซึมเข้าไปในถัง เมื่อมาบ่มแล้วจึงมีผลต่อสีและรสของ Malt Whisky
2. ใส่แก้วแล้วปิดแก้วสักพักด้วยมือ เอามือออก นิดหนึ่งสักครึ่งฝ่ามือแล้วสูดดม whisky ภาชนะที่ใช้ชิมควรเป็นแก้วลอง (nose) ที่มีปลายแคบเหมือนแก้วดื่มเหล้าเชอรี่ ที่แก้ว ‘ชิม’ เป็นแบบนี้เพื่อให้กลิ่นมากระจุก อยู่ตรงปลายแก้ว จมูกนั้นรับสัมผัสได้มากกว่าลิ้น เพราะด้วยเหตุนี้จะได้รู้สึกถึงความกลมกล่อมอันเป็นคุณลักษณะเด่นของเหล้าแต่ละชนิดได้
3. เอามือออกจากปากแก้ว แล้วหมุนแก้วช้าๆ จะมีผลให้อะตอมของ whisky นั้นตีกันกระจัดกระจาย กลิ่นจะค่อยๆ ออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
4. จิบ whisky ช้าๆ เอาลิ้นสัมผัสให้ทั่วจะได้ทราบรส แต่ละที่ปากจะได้รสแตกต่าง เมื่อกลืนลงไปแล้วจะได้รู้สึกว่า aftertaste (รสชาติหลังการชิม) ในปากและก็ลิ้นเป็นอย่างไร ปีที่นานขึ้นจะมี aftertaste มากขึ้น
5. ลองอีกทีด้วยน้ำนิดหน่อย เพื่อจะได้รสชาติอีกแบบหนึ่ง (น้ำไปทำปฏิกิริยากับสุรา)
 
แล้วแนวทางการดื่มล่ะ? ดื่มกับชิมแตกต่างกัน ดื่มนั้นสุดแต่สไตล์ของแต่ละคน ภาชนะที่ใช้ก็แล้ว แม้กระนั้นคนชอบแบบไหน ที่คนถูกใจใช้ก็มี
 
1. แก้ว crystal เพื่อความสวย ดูมีรสนิยม
2. แก้วปกติ ซึ่งหาง่าย ดูสี whisky ง่าย
3. แก้วนักลอง (Nosing glass) ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว
4. จอกดื่ม whisky โบราณ (Quaich) Quaich มาจาก Cuach ซึ่งเป็นภาษา Gaelic (ภาษาท้องถิ่นของคนท้องถิ่นที่นี่) มีความหมายว่า ถ้วยก้นตื้น จอกอย่างนี้ใช้มา เป็นร้อยปีแล้ว มีหลายขนาด
 
เวลาดื่มควรใส่น้ำแข็ง คนที่นี่เขาไม่ผสมเลยเพราะรสชาติดีอยู่แล้ว พอไปผสมจะเสียรสไป ที่ผสมควรจะผสมกับ Blended whisky ที่อายุไม่มากสักเท่าไรนัก อาทิเช่น Red กับ Black หรือไม่ก็ Jack Daniels เสียมากกว่า Malt ดีๆ สำหรับน้ำแข็งนี่เขาห้ามเลยล่ะ เนื่องจากน้ำแข็งจะก่อให้รส แปรไปแบบควบคุมไม่ได้ อุณหภูมิค่อยๆ แปลง บวกกับน้ำแข็งที่ละลายจะไปทำปฏิกิริยาให้รสชาติไม่กลมกล่อมละมุนละไม On the Rock จึงไม่สมควรใช้กับ Single Malt
 
เมื่อโดยประมาณปีก่อนผมได้ไปทานที่ห้องอาหาร Madison โรงแรม Regent ที่นี่เขามี Single Malt ดีๆ ให้เลือกหลายชนิด ผมจึงสั่ง whisky มาเขาถามว่าเอาน้ำแข็งไหม เนื่องจากเขาใช้น้ำแข็งพิเศษจากญี่ปุ่นแบบละลายช้ามาก แล้วอุณหภูมิเย็นไม่มาก ผมก็เลยลองดู ปรากฏว่ารสชาติไม่แตกต่าง ซึ่งก็ดีแล้วเพราะเหตุว่าถ้าหากดื่ม whisky ไม่ใส่น้ำแข็งอาจร้อนน่าดูในเมืองไทย แต่น้ำแข็ง พิเศษจากประเทศญี่ปุ่นราคาอาจจะแพงพอสมควรอยู่ล่ะ
 
ขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน มาว่ากันถึงการแบ่งชนิดของ Single Malt Whisky Single Malt Whisky นี้มีวิธีการแบ่งเสมือนเหล้าองุ่นตรงที่จำพวกต่างๆ นั่นอยู่ที่ว่าอยู่ที่ Region (ภูมิภาค) ไหน แต่ละ Region ก็จะมี Character และ Style ที่ไม่เหมือนกัน พวกเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง

เหล้า Single Malt Whisky
 
1. The Lowlands
Whisky ที่มาจาก Lowland นั้นมีโรงกลั่นอยู่ทางตอนใต้ของสกอตแลนด์ Whisky ที่มาจาก Lowland นั้นมีไม่เท่าไรนัก ที่มีก็ค่อยๆ ปิดเล็กลงไปเรื่อยๆ ตัวอย่างของ The Lowlands ก็คือ Auchentoshan Glenkinchie Bladnoch Littlemills (ปิด) Rosebank (ปิด) เหตุผลที่มีไม่มาก และก็ปิดตัวลงไปเพราะเหตุว่ามีหลายท่านพูดว่า Lowlands นี้ไม่มีรสชาติที่จัดจ้าน ไม่มีจุดแข็งในตนเอง แต่ส่วนตัวผมชอบนะ รสชาติหญ้าอ่อนๆ นุ่มๆ เบาๆ สำหรับนักสะสมน่าจะสะสมตั้งแต่ขณะนี้ ถ้าหากมันปิดไปแล้ว ก็แปลว่าหายากขึ้น อย่าง Ladyburn นี้หายากมากเลยเดี๋ยวนี้ราคาสูงเหลือเกิน (เหมาะสมเอาไว้เก็บ รสชาติ Ladyburn นั้นจริงๆไม่อร่อยเลย
 
2. The Highlands
Whisky พวกนี้มาจากทางเหนือของสกอตแลนด์ Highland นี้มี Single Malts Whisky หลากแบรนด์มาก ด้านตะวันตกของ Highland นั้นมีโรงกลั่นไม่กี่ที่ ซึ่งอยู่ออกจะห่างกัน ก็เลยเป็นการยากที่จะแบ่งประเภทว่ามีอะไรที่คล้ายคลึงกัน ที่เด่นที่สุดในแถบนี้คือ Oban ที่จริงแล้วถ้าไม่คิดมากจนเกินความจำเป็น แถบนี้ก็มีรสชาติแห้งๆ เค็มๆ ขมๆ รมควันหน่อยๆ
ทางด้านเหนือของ Highland นั้นวิสกี้จะมีรสชาติแรง เผ็ดนิดๆ ครับ ราวกับมีเปลือกกระเทียม แล้วก็ลมเย็นๆ กึ่งกลางทะเลผสมอยู่ในรสชาติ ถ้าหากอยากจะลอง ผมขอแนะนำให้เล่น Glenmorangie นะครับ ด้วยเหตุว่าดื่มค่อนข้างจะง่าย
Whisky ของ Highland แถวๆทางทิศตะวันออกลงไปกึ่งกลางถึงตอนใต้ของ Highland จะมีรสชาติราวกับผลไม้หน่อย สดชื่นหวานๆ ทานง่าย ผมขอเสนอแนะ Aberfeldy รสชาติสดชื่นแรงๆ เข้มๆ แม้กระนั้นแบบมีรสชาติผลไม้ผสมอยู่ด้วยเหมาะกับดื่มหลังอาหารเย็นกับตอนอ่านหนังสือบนเตียงอย่างยิ่ง
 
3. Speyside
ที่จริงแล้ว Speyside ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Highland (ตอนเหนือของสกอตแลนด์) แม้กระนั้นที่มันแยกตัว ออกมาต่างหากก็เนื่องจากว่า มีโรงกลั่นมากนานัปการแบรนด์ เป็นหัวใจของแหล่งผลิต Whisky เลย มีสักครึ่งหนึ่งของจำนวนโรงกลั่นทั้งหมดได้ แถบ Speyside นี้มีดินที่ดี น้ำที่ดีเป็นน้ำที่อ่อนนุ่มจากแม่น้ำที่มาจากภูเขาหินแกรนิต อากาศก็เย็นพอดีเหมาะกับการสร้างโรงกลั่นแล้วก็โรงบ่ม เรียกว่าทุกอย่างเป็นใจเลยก็ได้ รสของ Speyside Wrbty ส่วนมากจะเป็นน้ำผึ้งหวานๆ หอมด้วยกลิ่นดอกไม้ บางคราวก็มีรสขมแบบธรรมชาติแทรกอยู่ด้วย ในขณะเดี่ยวกันเนื่องจากมีหลายแบรนด์หลาย โรงกลั่นมากใน Speyside ก็เลยมีบ้างที่จะมีรสชาติหลายแบบ เป็นต้นว่า Macallan Glenfarclas รวมทั้ง Aberlour จะมีรสชาติเข้มแต่ว่านุ่มลึก มีเชอร์รี่หน่อยๆ ในเวลาที่ Knockando Glengrant รวมทั้ง Glenlivet จะเบาลงมาหน่อย ที่จริงแล้ว Glen หมายความว่า หุบเขา (valley) ใน Speyside นี้มีแม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขาต่างๆ พอสมควร The Glen of the livet ดูจะเป็นอันที่ดัง ที่สุด จนโรงกลั่นหลายที่ยืมชื่อไปใช้ว่าทำจากแถบ Glen of the livet ที่แท้มีแค่ Glenlivet Braeval และ Tamnavulin ที่ทำที่หุบเขา Glen of the livet เพียงแค่นั้น รสชาติก็เลยนุ่มลึก
 
4. Islay (อ่านว่า eye-luh)
เกาะส่วนใหญ่นั้นรวมอยู่ใน Highlands แต่ว่าก็มีบางเกาะที่มี Whisky รสสุดจะแตกต่างมี character เด่นส่วนตัวจนกระทั่งจำเป็นต้องแยกตัวแยกชนิดออกมาต่างหาก ดังเช่นว่า Islay ฯลฯ Whisky ดังๆ มาจาก Islay มากมาย เกาะเล็กๆ ยาวเพียงแค่ 25 ไมล์ ที่นี้มีดินที่สมบูรณ์บริบูรณ์ บรรยากาศเย็นจากลมทะเล โน่นเป็นที่ตั้งของ Whisky หรูๆ ที่มีชื่ออร่อยๆ ตัวอย่างเช่น Ardbeg Lagavalin Laphroaig รวมทั้ง Bowmore รสชาติของ Islay นั้นแรงอย่างมาก สุดจะเด่นกันทั้งนั้นลืมไม่ได้
 
5. Campbeltown
คือ Whisky ที่มาจาก Campbeltown แต่ก่อนมีโรงกลั่น 30 ที่ แต่ขณะนี้เหลือที่เดียว Whisky ที่ดังๆ ของตรงนี้ ดังเช่น Spingbank Hazelburn อย่างไรก็ทดลองลองดู Springbank ผมชอบมากเลย ทดลองไปลองดูก็แล้วกัน การทาน Whisky นั้น ยิ่งดื่มมากหลายประเภทยิ่งเป็นการฝึกประสาทสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งลิ้นกับจมูกจะไวขึ้น รสชาติต่างกัน ก็แล้วแต่แต่ละคนจะถูกใจ
 
ที่มา -  เหล้า
 

14

 
ในปัจจุบันการเทรด Forex เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก หลายท่านเอ๋ยถึง Forex มากขึ้น ทั้งในด้านบวกรวมทั้งในด้านในด้านลบ บ้างก็เห็นเรื่องราวของ Forex ในกระดานข่าวสาร บ้างก็เห็น Forex ทางข่าวสารมีทั้งยังดีและไม่ดีแตกแตกต่างกันออกไป ทำให้ใครหลายคนเริ่มต้องการจะรู้ว่า Forex ผิดกฎหมายไทยหรือไม่? ซึ่งหลายๆคนอาจจะสอบถามผู้รู้ Forex หลายๆคนอาจจะเคยเสิร์จใน google และได้คำตอบไม่ตรงกัน บ้างก็ว่าไม่ถูก บ้างก็ว่าถูก บ้างก็ว่าไม่มีกฎหมาย บ้างก็อาจจะได้ยินเรื่องเล่าสุดฮิตที่ว่า Forex นั้นเคยถูกต้องตามกฎหมายเมื่อราว 20 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็มีกรุ๊ปนักเรียนต่างประเทศเข้ามาหลอกระดมทุนก่อให้เกิดความย่ำแย่เป็นวงกว้างกระทั่งทำให้จากนั้นรัฐบาลเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ยกให้ Forex เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ถูกพบบ่อยมาก แต่ทราบไหมว่าประเด็นนี้เป็นนิทานหลอกเด็ก ลองมองย้อนกลับไปเมื่อราว 20 ปีก่อนดูสิว่า ความเจริญทางเทคโนโลยีเป็นยังไง เมื่อ 20 ปีก่อนน้อยคนมากที่จะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ น้อยคนมาก ที่จะมีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง โทรศัพท์มือถือในสมัยนั้นเกือบจะท่องอินเทอร์เน็ตมิได้เลย นั้นแปลว่า เป็นเรื่องยากมากที่ Forex จะถูกตามกฎหมายได้เมื่อ 20 ปีก่อน เพราะขนาด TFEX ยังถูกตามกฎหมายได้เมื่อไม่นานมานี่เอง
 
ปัจจุบันนี้ Forex ถูกตามกฎหมายหรือเปล่า?
 
ในตอนนี้ Forex ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองป้องกันในประเทศไทย แม้กระนั้นเทรดเดอร์สามารถเทรด Forex ได้ตามปกติ แม้กระนั้นเทรดเดอร์นั้นจำเป็นต้องรับผิดชอบในการเสี่ยงที่บางทีอาจเกิดความเสียหายจากการขาดทุนสำหรับเพื่อการเก็งกำไรในตลาด Forex เอง
 
เทรด Forex ผิดไหม?
 
ตอบ สามารถเทรด Forex ได้ตามปกติ แม้กระนั้นเทรดเดอร์นั้นต้องรับผิดชอบในการเสี่ยงที่อาจเกิดความเสียหายจากการขาดทุนสำหรับในการเก็งกำไรในตลาด Forex เอง ถ้าหากมีโดนคดโกงโดยโบรกเกอร์ Forex ต่างชาติ การฟ้องอาจจะเป็นไปด้วยความลำบาก
 
เป็น Affiliate, Introducing Broker(IB) หรือ Partner ผิดไหม?
 
ตอบ ไม่ผิดหรือผิดถูกขึ้นกับแนวทางการเชื้อเชิญ ถ้าเกิดมีการเชื้อเชิญโดยตรงจัดว่าผิด (การชักนำประชาชนให้ลงทุนในการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ โดยที่ผู้ชักชวนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่ว่าจะเป็นบุคคลปกติหรือนิติบุคคลนั้น ไม่มีใบอนุมัติให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ ปัจจัยชำระเงินต่างประเทศโดยชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ความประพฤติปฏิบัติดังกล่าวถือว่าเข้าข่าย เป็นการกระทำผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อฉลประชาชนตามมาตรา 4 วรรคสอง แห่งพระราชกำหนด การกู้ยืมเงินที่เป็นการทุจริตพลเมือง พ.ศ. 2527)
 
ระดมทุนผิดไหม?
 
ตอบ ผิดแน่นอนครับ แล้วก็ไม่แนะนำให้นำเงินของท่านไปฝากในกองทุนเกี่ยวกับ Forex ทุกประเภท เพราะเหตุว่าในตลาด Forex มีความเปลี่ยนแปลงสูงก่อให้เกิดความเสี่ยงสูง และหลายครั้งก็มีการคดโกงเกิดขึ้นมากมาย หากพึงพอใจในตลาด Forex จริงๆละก็ ค้าขาย ด้วยตัวเองยอดเยี่ยม
 
ฝากเทรดผิดไหม?
 
ตอบ เทรดเดอร์ที่ฝากเทรดบางครั้งก็อาจจะไม่ผิด แม้กระนั้นผู้ที่รับฝากเทรดอาจจะผิดขึ้นกับวิธีการเชิญ แต่ว่าถ้าเกิดมีการเชิญโดยตรงถือว่าผิด เท่าที่เห็นส่วนมากรับฝากเทรดเชิญใหญ่หรือแทบจะทั้งหมดใช้วิธีการชักชวนด้วยแนวทางผิดกฎหมาย อ้างผลตอบแทนเกินจริง
 
เปิดโบรกเกอร์ Forex ในประเทศไทยได้ไหม?
 
ตอบ ไม่ได้ เพราะว่าในขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มี กฎหมายใดรองรับ
 
ที่มา - Forex ไทย

หน้า: [1]