ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 วิธีพิจารณาคุณภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 24 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 16, 2018, 01:55:22 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 619
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือเครื่องมือสำหรับเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและก็วัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความต่างกันด้วย หากพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีแล้วไป แม้กระนั้นหากเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ที่มิได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่บางทีอาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาแพง ต่างก็มีคุณภาพดี คุณภาพแย่ แล้วก็ปัญหาในตนเองผสมกันไป ด้วยเหตุดังกล่าว เราก็เลยจำต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การตรวจตราประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 แนวทางดังต่อไปนี้
1. สำรวจความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่เราสามารถวิเคราะห์ด้วยตนเองได้ แล้วก็ควรเช็คเป็นอย่างแรก เนื่องจากสายสัญญาณเสียงในขณะนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งรวมทั้งความอ่อนแตกต่างกัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกมักจะมีสายค่อนข้างจะแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน ข้อเสนอเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เพราะเหตุว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ ถ้าพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น ด้วยเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อเอาไปใช้งานเป็นประจำย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ง่ายๆสายสัญญาณเสียง ราคาที่ดีที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนพอเพียงจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกจนขาด ถ้าพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. วิเคราะห์อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจัดจำหน่ายในปัจจุบันนั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆสำหรับในการทำหัวสาย ดังเช่น ทองบรอนซ์ และก็อลูมินัม ขอเสนอแนะว่าควรที่จะทำการเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยมีปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ตอนที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก แม้แทงไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ นอกจากนั้น ทองบรอนซ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง แก่การใช้แรงงานช้านาน ไม่ค่อยเจอปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดรอย ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจะต้องใช้งานอย่างระแวดระวัง หากไม่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดู หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. ตรวจสอบการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นอย่างไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือเปล่า โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหัวเสียบได้อย่างสนิท ขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ และถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมได้ ต้องทิ้งสิ่งเดียว ดังนั้นสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราจึงจะต้องพิจารณาจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. สำรวจความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรจะมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เพราะว่าเป็นความยาวที่สมควรสำหรับในการทิ่มเข้ากับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่เกิดการคลอนหรือหละหลวม ทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่อาจจะเสียบกับเครื่องไม้เครื่องมือได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงๆจำต้องคอยพยุงไว้ ส่วนถ้าหากโลหะที่ศีรษะเสียบมีความยาวมากจนเกินความจำเป็น เมื่อเสียบกับเครื่องมือจะก่อให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา ถ้าหากเผลอไปชนเข้าอาจจะเป็นผลให้สายมีการหักได้
5. พิจารณาความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยเท่าใด ข้อนี้หากแม้จะมิได้มีผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ เพราะเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินไปกระทั่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินไปจนเกิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่สมควรของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าคืออะไร ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับทิ่มอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ควรมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ ต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจตรายี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็นับว่ามีความหมายไม่แพ้กันสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ผลิตขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงสินค้าจากแบรนด์แปลกๆหรือสินค้าโนเนม ด้วยเหตุว่ามักจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสชำรุดทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอบคุณสำหรับ
บทความสาย audio cable : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable