ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 แนวทางพิจารณาประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 40 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สิงหาคม 10, 2018, 10:45:46 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1676
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางพิจารณาคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือเครื่องมือสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบัน เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วไปตามร้านจำหน่ายเครื่องใช้กระแสไฟฟ้ารวมทั้งเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความต่างกันด้วย ถ้าหากว่าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีแล้วไป แต่ถ้าเกิดพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ราคา ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องประสบกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ เสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่อาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาแพง ต่างก็มีทั้งคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี และปัญหาในตัวเองปะปนไป โดยเหตุนั้น เราจึงจึงควรมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับวิเคราะห์คุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การตรวจสอบคุณภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 วิธีดังต่อไปนี้
1. ตรวจตราความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่พวกเราสามารถวิเคราะห์ด้วยตัวเองได้ แล้วก็ควรเช็คเป็นอย่างแรก เนื่องมาจากสายสัญญาณเสียงในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงและก็ความอ่อนไม่เท่ากัน โดยทั่วไป สายสัญญาณเสียงที่ราคาแพงถูกชอบมีสายค่อนข้างแข็ง ขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาแพงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อเสนอคือ ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินความจำเป็น เนื่องจากจะไม่สามารถที่จะพับสายได้ ถ้าเกิดพับ ม้วนเก็บสายย่อมสร้างปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน ด้วยเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานเป็นประจำย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสาย audio cableที่ดีที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกขาด แม้พวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. พิจารณาอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับในการทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาขายในปัจจุบันนั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆในการทำหัวสาย อาทิเช่น ทองบรอนซ์ และก็อลูมินัม ขอชี้แนะว่าควรที่จะทำการเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองบรอนซ์จะดีมากกว่า เนื่องมาจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากว่าอลูมินัม ไม่ค่อยเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก แม้เสียบไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองบรอนซ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนสูง มีอายุการใช้งานช้านาน ไม่ค่อยเจอกับปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดรอย ในขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจะต้องใช้งานอย่างรอบคอบ ถ้าหากไม่ฟูมฟัก หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. ตรวจตราการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าคืออะไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหัวเสียบ และก็ถ้าเกิดสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมได้ จำต้องทิ้งอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้สำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราจึงจะต้องพิจารณาจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจตราความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรจะมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เนื่องจากเป็นความยาวที่เหมาะสมในการเสียบกับเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆได้โดยไม่มีการโยกหรือหลวม อีกทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเหลือเกิน จะไม่สามารถที่จะทิ่มกับเครื่องใช้ไม้สอยได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆต้องรอประคองไว้ ส่วนถ้าเกิดโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากเกินไป เมื่อทิ่มกับเครื่องมือจะมีผลให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา ถ้าเผลอไปชนเข้าอาจจะส่งผลให้สายมีการหักได้
5. พิจารณาความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยแค่ไหน ข้อนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ก็สำคัญ เพราะว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยทำให้สามารถต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนมีความเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินความจำเป็นจนกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่สมควรของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นอย่างไร แม้เป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงเครื่องมือเครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วไป ควรมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จะต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจสอบแบรนด์ของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็จัดว่ามีความหมายไม่แพ้กันในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ผลิตขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือสินค้าโนเนม ด้วยเหตุว่าชอบเป็นสินค้าที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสชำรุดทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
วิธีการสำหรับเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพนับว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ที่มา
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable